Work from home หยุดพักเหมือนไม่ได้พัก เคล็ดลับจากหนังสือ “Work Life Balance ด้วยการหยุดพักจริงๆ”

เทคนิคการสร้าง Work Life Balance ไม่ให้ชีวิตพัง

ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้หลายคนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการออกไปนั่งทำงานที่ออฟฟิศ เมื่อเลิกงานก็กลับบ้าน มาเป็นนั่งทำงานที่บ้าน ติดต่อกับเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกค้า ผ่านทางออนไลน์ซึ่งมักจะไม่มีกำหนดเวลาทำงานที่แน่นอน

พออยู่ที่บ้าน บางคนก็ต้องดูแลคนในบ้านหรือทำงานบ้านไปด้วยระหว่างวัน ทำให้เส้นแบ่งการทำงานและการหยุดพักผ่อนหรือการใช้ชีวิตส่วนตัวแยกจากกันยากขึ้นกว่าเดิม เสีย work life balance ได้ง่าย ซึ่งพวกเรารู้ดีว่า การพักผ่อนเต็มที่นั้นส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงาน สุขภาพจิตและความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างงานและการหยุดพักให้เหมาะสม

หนังสือ “Work Life Balance ด้วยการหยุดพักจริงๆ” เขียนโดยนายแพทย์มาซากิ นิชิดะ ผู้แปล พนิดา กวยรักษา สำนักพิมพ์ Shortcut ในเครือบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ราคา 245 บาท สามารถทดลองอ่านฟรีบางส่วนได้ โดยสแกน QR code บนปกหลัง

เราได้รวบรวมเคล็ดลับที่น่าสนใจในหนังสือ “Work Life Balance ด้วยการหยุดพักจริง ๆ” มาฝาก

ทำงานให้เสร็จในเวลางาน

  • หยุดผัดวันประกันพรุ่งงานที่น่าเบื่อ แบ่งงานออกเป็นรายการย่อยแล้วลงมือทำทีละส่วน หลังจากเริ่มทำงาน จะเกิดความตื่นตัวตามมาเอง
  • ปรับสมองให้ตื่นตัวเข้าสู่โหมดทำงาน วิธีที่ดีที่สุดคือ คิดถึง deadline และความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากงานไม่เสร็จตามกำหนด
  • การทำงานให้ได้ต่อเนื่อง ต้องรู้จัก “มีหนักมีเบา” เช่นเดียวกับการออกแรงสลับกับผ่อนแรงเพื่อลดอาการบาดเจ็บขณะเล่นกีฬาระยะไกล เช่น ระหว่างจัดทำเอกสาร ให้พิมพ์สลับกับหยุดตรวจทาน หรือ ถ้าตารางงานวันนี้แน่นมาก วันรุ่งขึ้นให้วางแผนงานไม่แน่นนัก เผื่อตารางเวลาให้กับสิ่งไม่คาดคิด ไว้ด้วย
  • มีปัญหาให้ปรึกษาทีม งานที่เราถนัดก็ช่วยเหลือเพื่อน และขอความช่วยเหลือจากเพื่อนในส่วนที่เพื่อนถนัด

ผ่อนคลายระหว่างวันทำงาน

  • การทำงานที่น่าเบื่อ แม้ไม่ได้ใช้พลังสมองอะไรก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าอยากพักอัตโนมัติ ในขณะเดียวกัน งานที่เรารู้สึกสนุก จดจ่อกับมันได้นาน ๆ สมองอาจรับรู้ถึงความเหนื่อยล้าได้ยากขึ้น จะเกิดความเหนื่อยล้าสะสมเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายในภายหลังและนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้
  • กำหนดช่วงพักสั้น ๆ 5-10 นาที หากิจกรรมที่ใช้เวลาไม่มาก ทำแล้วสดชื่นแจ่มใส อิ่มเอมใจ ไว้ทำช่วงพักคั่นเวลาของวันทำงาน เพื่อ refresh ตัวเอง เช่น ดื่มกาแฟแก้วโปรด ฟังเพลงโปรด
  • ทำสมาธิ 5 นาทีช่วงพักกลางวันในบรรยากาศเงียบสงบ เพื่อ reset อารมณ์ความรู้สึก ก่อนลุยงานต่อช่วงบ่าย
  • หากพักผ่อนไม่เพียงพอ ความจำใช้งาน (working memory) ของเราจะต่ำลง ส่งผลให้ขาดสมาธิ ตัดสินใจผิดพลาด อารมณ์เสียง่าย ถ้าเริ่มรู้สึกว่าคิดและตัดสินใจได้ช้าลง ให้งีบหลับ 15 นาที
  • การออกกำลังกายเบา ๆ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้า อย่าลืมขยับแขนขา เปลี่ยนอิริยาบทบ้าง
  • มีตารางสำหรับกิจกรรมที่ชอบหลังเลิกงานแต่ละวัน เช่น เดินเล่นในสวนหลังบ้าน เล่นดนตรี

พักความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

  • เมื่อรู้สึกเหนื่อยกับการต้องมีปฏิสัมพันธ์ ต้องเอาใจใส่คนอื่นตลอดเวลา ให้ลาหยุดพักร้อน เพื่อให้มีเวลาส่วนตัวบ้าง หรือหากกลัวเสียงาน ลาเพียงครึ่งวันก็ได้ หรืออาจใช้วันลานี้เพื่อดูแลสุขภาพตนเอง เช่น นัดตรวจสุขภาพฟัน
  • ลดการติดมือถือ ด้วยการลดอาการ “ตอบกลับทันที”ของตัวเอง และลดความคาดหวังให้ผู้อื่นตอบกลับทันทีเช่นกัน ด้วยการแจ้งคร่าว ๆ ว่าเราจะตอบกลับภายในเมื่อไหร่ หรือหากส่งเรื่องเร่งด่วนไป ให้เพิ่มข้อความว่ากรุณาตอบกลับภายใน….แทน
  • ในการทำงานที่จำเป็นต้องยิ้มตามหน้าที่ตลอดเวลา ไม่ควรฝืนยิ้มทั้งที่ไม่มีความรู้สึกร่วม แต่ให้ลดระดับการยิ้มลงครึ่งนึง และหลังเลิกงานให้เวลาตัวเองอยู่คนเดียว ได้พักรอยยิ้มบ้าง
  • สำหรับคนไม่ชอบเข้าสังคม การสร้างเครือข่ายกับคนจำนวนมาก อาจเป็นเรื่องเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ให้หา key person หรือเพื่อน 1 คนที่ชอบเข้าสังคมและมีเพื่อนหลากหลาย เพื่อเป็น hub ให้เราแทน

ใช้วันหยุดเพื่อพักผ่อนจริงๆ

  • คนบ้างานมักมีภาวะซึมเศร้าในวันหยุด รู้สึกไร้ค่าน่าเบื่อ การหยุดเหมือนเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ อดคิดเรื่องงานไม่ได้ แม้ได้หยุดแต่จิตใจไม่ได้ผ่อนคลาย สมองไม่ได้พักผ่อน ดังนั้นในวันหยุด หากยังมีเรื่องงานที่ต้องคิดหรืองานบ้านต้องทำ ให้แบ่งกิจกรรมใน 1 วันเป็น 3 ช่วง แล้วกำหนดไปว่าคิดงาน/ทำงานบ้านช่วงเช้า จากนั้นช่วงบ่ายและค่ำต้องปล่อยวาง ทำกิจกรรมอื่น เป็นต้น
  • การเพลิดเพลินในวันหยุด จะเกิดเมื่อมันแตกต่างจากวันธรรมดาโดยสิ้นเชิง นั่นคือ เราได้ทำกิจกรรมที่ไม่สามารถทำได้ในวันทำงาน ลองหาเรื่องแปลกใหม่สนุก ๆ ทำดู
  • การพักผ่อนมี 2 แบบ คือแบบเงียบสงบ และแบบเน้นกิจกรรม ควรมีทั้ง 2 แบบในสัดส่วนตามความพอใจของแต่ละคน การไปเที่ยวแบบสมบุกสมบัน กิจกรรมแน่น ต้องเผื่อวันพักร่างก่อนเริ่มกลับไปทำงานด้วย 
  • การใช้วันหยุดยาวให้คุ้มค่า ต้องมีการวางแผน เตรียมการล่วงหน้า ซึ่งการคาดหวังนี้จะช่วยให้มีความสุขและสร้างแรงจูงใจในการทำงานช่วงใกล้ถึงวันหยุดได้อย่างดี
  • การเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายแบบต้องใช้อุปกรณ์ เป็นการเคลื่อนไหวแบบซับซ้อน ต้องอาศัยระบบควบคุมการเคลื่อนไหวจึงเป็นการฝึกสมองด้วย หากรู้สึกยุ่งยากให้เก็บไว้ทำในวันหยุด

เพิ่มคุณภาพการนอน

  • นอนหลับให้ได้ 7 ชั่วโมงต่อคืน หากการบังคับตัวเองให้นอนเร็วขึ้น 1 โมงทำได้ยาก ให้ลองแค่ 30 นาทีดูก่อน
  • ปรับนาฬิกาชีวิตด้วยการอาบแสงแดดยามเช้า งดแสงสีฟ้าจากหน้าจอในช่วงก่อนเข้านอน และปิดไฟมืดในขณะหลับ
  • งดคาเฟอีนอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนเวลานอน

อย่าลืมว่า การพักผ่อนที่ดี ช่วยให้ทำงานมีประสิทธิภาพ นำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้วางแผน work life balance ของคุณให้ดี เพื่อให้มีพลังในการทำงานต่อไป!

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

Law of Attraction กฎแห่งแรงดึงดูด

อยากเก่งขึ้นต้องรู้จัก Law of Attraction 5 ข้อ

เราสร้างชีวิตที่อยากมีได้ เพียงเชื่อมั่นอย่างสุดใจว่า เราทำได้จริงๆ” .เชื่อไหมว่า การคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งทุกวัน เชื่อมั่นในสิ่งนั้นมากๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้มันเกิดขึ้นกับชีวิตเราจริงๆ หากคิดว่าเราจะประสบความสำเร็จแน่ๆ เชื่อมั่นว่าเราทำได้ เราก็จะทำได้ดังใจคิด

พาไปรู้จัก Meeting Manifesto ของ dtac เทคนิคลดการเบิร์นเอาท์จากการประชุมแม้ผ่านออนไลน์

dtac มีไอเดียการกำหนด Meeting Manifesto ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประชุมในยุค Virtual Meeting ให้กับมนุษย์เงินเดือนแบบเราๆ ให้ไม่ต้องเสียเวลาในการประชุมไปอย่างเปล่าประโยชน์ ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ และลดการเบิร์นเอาท์จากการทำงานไปในตัวอีกด้วย