[Thoughtworks] เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น UX Designer [X Career : ข้ามสายTalk EP.1]

สรุปเนื้อหาสำคัญจาก [ X Career : ข้ามสายTalk EP.1 ] “เปิดสูตรลับ ก่อนจะข้ามสายมาเป็น UX Designer” กับ คุณพีท เป็นหนึ่ง เจียมศรีพงษ์ General Manager / Lead Design Consultant จาก Thoughtworks


ThoughtWorks

เล่าคร่าวๆ ถึง ThoughtWorks กันก่อน Thoughtworks เป็น Global Software Consultancy ที่ให้คำปรึกษาสำหรับการสร้าง Software ระดับโลก ช่วยลูกค้าในการแก้ปัญหาด้าน Businessยากๆ โดยใช้เทคโนโลยีในการ Scale ปัจจุบันมีออฟฟิศกว่า 30 ออฟฟิศทั่วโลก

คุณพีท Guest Speaker ของเรา จบ Graphic Design, Illustration มา ช่วงที่ทำงานวาด ได้จุดประกายว่า ความสวยความดีไม่อยู่ที่เรา แต่อยู่ที่สิ่งที่ทำว่า “ตอบโจทย์” ลูกค้ารึเปล่า จึงเกิดแรงบันดาลใจในการเข้ามาทำงานสายดิจิตอล หลังจากนั้นคุณพีทจึงเริ่มรับงานเป็น Web Designer และ Flash Designer (เรียนรู้วิธีการด้วยตนเอง) แล้วจึงมาสมัครงานเป็น UX Designer ที่ Thoughtworks และก็เติบโตในสายงานมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

และนี่คือประเด็นที่เราสรุปมาให้คร่าวๆ จากไลฟ์

Image may contain: 1 person

ปูพื้น UX Designer คืออะไร?

UX ย่อมาจาก User Experience ดังนั้น UX Designer คือนักออกแบบ “ประสบการณ์” ของผู้ใช้ หลายคนอาจจะนึกว่า UX Designer คือคนทำแอปพลิเคชัน ซึ่งจริงๆศาสตร์ของ UX กว้างกว่านั้นมาก ประสบการณ์ของผู้ใช้มีหลายแบบ ไม่ว่าจะขึ้นรถ ลงเรือ ซื้อของ สั่งข้าว ทานอาหาร ทุกสิ่งในชีวิตประจำวันล้วนเป็นประสบการณ์ทั้งสิ้น แต่สิ่งเหล่านี้มักจะไม่ได้ถูก ”Design” หน้าที่ของ UX Designer คือการเข้ามาช่วยออกแบบประสบการณ์เหล่านี้ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด

หน้าที่ความรับผิดชอบ/ Role ในทีมของ UX Designer

หากเล่าเป็นไทม์ไลน์คร่าวๆ (สำหรับ UX Designer สาย Tech) ในช่วงอาทิตย์แรกของการเริ่มโปรเจคคือการตีโจทย์ปัญหาให้แตก เข้าใจ Solution เมื่อเห็นปัญหาจึงทำการสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อตั้งสมมติฐาน และต้องออกแบบค้นหาความจริงจากฝั่งผู้ใช้ เพื่อกลับมาตอบโจทย์ว่า Solution แบบไหน work หรือไม่ work ส่วนอาทิตย์ที่สองจะเน้นไปที่การสร้างสิ่งที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นการทำงานกับทางฝั่ง UI เพื่อที่จะนำต้นแบบไปคุยกับลูกค้าต่อ

5 Layer กระบวนการของ UX Designer

มีหลายคนที่สับสนว่า ตกลง Product owner, UX Designer, UI Designer ต่างกันยังไง? คุณพีทบอกว่าความจริงมีอีกหลายตำแหน่งมากๆ แต่จะแบ่งลักษณะงานตามกระบวนการของ UX เป็น 5 Layers ดังนี้

  1. Concept : การเข้าใจแนวคิดของ Product ว่าคืออะไร เกิดปัญหาอะไรขึ้น
  2. Feature : การค้นหาว่าจะแก้ปัญหาหรือตอบโจทย์ตรงนั้นยังไง
  3. Architecture : การวางโครงสร้าง, การดูว่าจะนำ Information มาแบ่งยังไง
  4. Usability : การออกแบบ ออกแบบยังไงให้คนเข้าใจ เป็นการดีไซน์ในรายละเอียดสิ่งที่ผู้ใช้จะต้องเข้าไปมีประสบการณ์ด้วย
  5. User Interface: หลายๆคนเรียก UI จะดูแลในส่วนของความสวยงาม

ซึ่งทุก Layer ที่กล่าวมา ต้องการคนเข้ามาดีไซน์ทั้งสิ้น โดยจะแบ่งคร่าวๆ เป็น

Layer 1-2 คือ Product owner ที่จะต้องคิดภาพไกลได้ ดู Needs ลูกค้าให้เป็น
Layer 3-4 คือ UX Designer ที่จะต้องเข้ามา Research สังเคราะห์ แล้วสร้างออกมาเป็น Pattern ออกแบบ Interaction ต่างๆ ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้
Layer 5 คือ UI Designer ดูแลเรื่องการสื่อสาร ความสวยงาม

ซึ่งในแต่ละ Layer มีการทับซ้อนส่วนงานกันเยอะ ถามว่าต้องเก่งทุกอย่างมั้ย คุณพีทบอกเลยว่าไม่มีทาง เนื่องจากศาสตร์ UX มันกว้างมาก คุณควรเลือกทางที่คุณอยากจะเก่งแล้วเรียนรู้ Layer อื่นๆ เป็นตัว Support ทางที่คุณถนัดแทน เพราะมีบางโปรเจคที่เราอาจจะต้องทำหลายขั้นตอนในคนเดียว


ทักษะที่ UX Designer ขาดไม่ได้

หัวใจหลักของ UX Designer คือ การ ”ดึงเอาความเก่งจากคนที่คุณคุยด้วยออกมา” คำศักดิ์สิทธิ์ของชาว UX คือ Empathy (ความเข้าอกเข้าใจ) ต้องเข้าใจปัญหา ไม่ว่าจะคุยกับใคร ก็จะดึงปัญหาของเค้าออกมาให้ได้ แม้แต่กับทีมที่ทำงาน ทั้งคนเขียนโค้ด คนทำระบบ Business Analysis ต้องเข้าใจว่าเค้าทำได้แค่ไหน หรือเค้าทำได้มากกว่านี้ ผลลัพธ์ที่ออกมามันถึงจะสมบูรณ์ที่สุด

เรียนจบอะไรมาเป็น UX Designer

การเป็น UX Designer ไม่ได้ดูว่าคุณจบอะไรมา ขึ้นอยู่กับว่าอยากทำด้านไหนของ UX มากกว่า ถ้าอยากเก่งด้าน Concept, Feature, Usability ความรู้ด้านจิตวิทยาจะมีส่วนช่วยมาก ส่วนด้าน Architecture Skill การทำวิจัยจะสำคัญ และแน่นอนด้าน UI คือคนที่เรียนสายอาร์ตหรือด้านกราฟิกมาจะได้เปรียบ

อยากเป็น UX จบไม่ตรงสาย เริ่มยังไง

อันดับแรกคุณต้องเลือกก่อนว่าอยากจะเก่งทางไหน แล้วสร้าง Portfoilo ทางนั้น ให้ลึก เพราะอาชีพนี้เน้นที่ Portfolio ถ้าถามวิธีการสร้าง Port ทำยังไง จะเลือกไปเสียเงินเรียน หรือเรียนรู้เองก็ได้ แต่สิ่งสำคัญที่ควรจะมีใน Portfoilo คือโชว์ว่าคุณสามารถแสดงปัญหา แล้วแก้ปัญหาได้รึเปล่า นอกจากนี้ คุณพีทยังแนะนำให้ส่ง Portfolio แล้วขอ Feedback จากบริษัทต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุง จะทำให้รู้ข้อดีข้อเสียของงานตัวเองได้ชัดขึ้น


Portfolio ที่ดี ของ UX Designer เป็นยังไง

ภาพรวมของ Portfolio

  • ต้องแสดงให้เห็นว่าเข้าใจการสื่อสารแบบ Visual (ไม่ต้องเขียนมากแต่โชว์ว่าสามารถที่จะสื่อสารสิ่งที่ต้องการออกมาให้เข้าใจง่ายได้มั้ย)
  • สามารถเก็บรายละเอียดได้ดี เข้าใจ Pattern (เพราะ UX Designer ต้องใส่ใจรายละเอียด และต้องวางแผนงานเป็นระบบ)

ยกตัวอย่างสิ่งที่ Focus ใน Portfolio ของ Layer ต่างๆ

  • Layer Concept : อธิบายปัญหาคนแต่ละ Persona ได้, เสนอ solution ได้หลากหลาย, วิเคราะห์ผลลัพธ์ของแต่ละ Solutionsได้
  • Layer Usability : มีการโชว์ปัญหา, มีอะไรมาแก้, แก้แล้วได้ผลจริงมั้ย
  • Layer Architecture : โชว์การแบ่งระบบการเข้าถึงInformation อย่างไร, สังเคราะห์ข้อมูล, ตอบได้ว่าลูกค้าคือใคร, หาPersona ผู้ใช้ได้รึเปล่า
No photo description available.

คำถามฮิตเกี่ยวกับ UX Designer

เราหยิบยกบางคำถามจากทางบ้านที่คุณพีทตอบมามีประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็น เช่น

Q : UX Designer ต้องเขียนโค้ดได้มั้ย ?

A : ไม่จำเป็นต้องเขียนได้ แต่การเป็น UX ที่ทำด้านดิจิตอล การเรียนรู้วิธีการเขียนโค้ด จะช่วยให้คุณเข้าใจสื่อของคุณได้ดีที่สุด

Q : UX Designer ต้องทำกราฟิกได้ขนาดไหน?

A : ขนาดไหนขึ้นอยู่กับ Layer ของคุณ ถ้าเป็น UI Designer ส่วนนี้คือสำคัญมาก แต่ถ้าทำส่วนอื่น ก็ควรจะมีพื้นความรู้ด้าน Visual Communication และ ทฤษฎีการออกแบบ แต่ไม่จำเป็นต้องทำได้

Q : มีบริษัทไหนบ้างที่รับ UX Designer จำเป็นต้องเป็น Tech Companies มั้ย?

A : ไม่จำเป็น มีธุรกิจอื่นๆที่เป็น Non-Digital เรียกศาสตร์ UX สายนี้ว่า Service Design เช่น ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ซึ่งความแตกต่างระหว่าง Digital UX กับ Non-Digital UX คือ ความเร็วในการแก้ปัญหา Non-Digital UX จะมีกระบวนการในการวิจัยที่นานกว่า ซับซ้อนกว่า เพื่อลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด แต่ขณะที่ฝั่ง Digital จะเน้นความไวมากกว่า

Q : จาก UI ไป UX ทำยังไง?

A : แนะนำให้ขยับไปสายที่ใกล้เคียง จากการที่ UI จะเน้นการสื่อสารอย่างเดียว ก็ขยับไปสาย Usability ที่จะต้อง Focus สิ่งที่ออกแบบมากขึ้นว่าที่ทำใช้ได้จริงมั้ย ตอบสนองผู้ใช้มั้ย ถ้าคุณเอางานที่ทำไปทำ User Test หรือ หา Insight ที่ได้จากการ Design ตรงนี้ก็จะช่วยปูทางไปสู่การทำ UX มากขึ้น

Q : ปัจจุบันตำแหน่ง UX design นี่มีตลาดรองรับเยอะมั้ย

A : ช่วงนี้อาจจะตอบยากในสถานการณ์ Covid แต่เมื่อกลางปีที่แล้วหลายบริษัทยังรับUX ไม่จำกัดจำนวนอยู่ ปัญหากลับเป็นเรื่องผู้ว่าจ้างมักหาคนที่มี attitude ที่พร้อมแก้ปัญหาไม่ได้ มักกลายเป็นว่าเกิดการ MisMatch ระหว่างความต้องการของผู้ว่าจ้างกับคุณสมบัติของผู้สมัครมากกว่า

เคล็ดลับสำหรับคนอยากเดินสาย UX

เชื่อในกลุ่ม Design Talent ของเมืองไทย ว่าเป็นคอมมูนิตี้ที่มี”ของ” มีความเข้าใจในด้านศิลปะดีไม่แพ้ใคร วิธีการที่ดีที่สุดก้าวเข้ามาทำงานในสาย UX Designer ไม่ใช่การที่ต่อสู้ดิ้นรนต่อสู้อยู่คนเดียว แต่เป็นการหา Community มาทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ไปจนถึงชักชวนกันมาสานต่อ Passion ร่วมมือทำโปรเจคด้วยกัน

ความยากของ UX ไม่ใช่การหาแหล่งข้อมูลเพื่อเรียนรู้ แต่ความยากคือ “ประสบการณ์”

และการนำความรู้ไป “ประยุกต์ใช้” กับปัญหาให้เกิดผลได้จริงๆ มากกว่า

สรุปก็คือ UX Designer คือกลุ่มคนที่ช่วยมาแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น Tech Product แต่จะมีด้านอื่นๆด้วย เช่น Service Design และไม่ได้จำเป็นที่จะต้องจบสายใดสายหนึ่ง เพราะอาชีพนี้ เน้น Portfolio มากกว่าวุฒิการศึกษา จะทั้งสายจิตวิทยา สายเทค สายกราฟิก หรือไม่เกี่ยวข้องเลยก็ได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการจะไป Layer ไหนแล้วพัฒนาตัวเองไปได้รึเปล่านั่นเอง

นี่คือบางส่วนจากไลฟ์เท่านั้น ยังมีประเด็นคำถามที่น่าสนใจเยอะมากๆ เลยที่ทางบ้านถามกันเข้ามาอย่างล้นหลาม คุณพีทยังได้แนะนำแหล่งเรียนรู้, หนังสือที่ UX Designer ควรอ่าน และมี Item ที่คุณพีทใช้วัด Persona คนในทีม ที่เรียกว่า Spider Map มาแจกอีก

ใครที่อยากได้ และต้องการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูใน FB Group CareerVisa Talents Community ของเรากันได้นะ คลิกที่นี่เลย https://www.facebook.com/groups/1583373475252600/?source_id=410861645717153

สำหรับใครที่พลาดไป สามารถเข้าไปดูย้อนหลังได้ หรือจะรอติดตามชม [ X Career : ข้ามสายTalk ] ใน EP2 : Programmer ต่อไปได้ในสัปดาห์หน้า ใครมีคำถามอะไรก็เตรียมจดไว้ได้เลย!! เราจะหาคำตอบแบบ Exclusive มาให้แฟนเพจที่น่ารักของเราแน่นอน!! แล้วเจอกันนะ


ดู X Career : ข้ามสายTalk ย้อนหลัง

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เตรียมพบกับรายการ “X-Career ข้ามสาย Talk” Season 2 !

เตรียมพบกับรายการ “X-Career ข้ามสาย Talk” Season 2 ! รายการ Talk ที่จะพาทุกคนไปเจาะลึกการทำงานข้ามสาย กับตัวจริง ตัวจี๊ดดดใน 8 สายงานแห่งอนาคตของคนรุ่นใหม่ มีทั้งอาชีพสุดป๊อปจาก Season ก่อน และอาชีพใหม่ๆ ที่หลายคนขอมา

Free e-book สุดยอดข้อมูลอาชีพสำหรับคนอยากเปลี่ยนสายงานที่หลายคนตามหามารวมอยู่ที่นี่แล้ว! พร้อม link download

แจกชีทสรุปสูตรลับข้ามสายงาน 8 อาชีพ จาก X-Career ข้ามสาย Talk live season 1 พร้อม link download เปลี่ยนสายงานมาทำงานในอาชีพนั้นๆ ทำให้เราเองได้ค้นพบว่าในจักรวาลแต่ละอาชีพ ยังมีอีกหลายอย่างมากๆ ที่น่าเข้าไปค้นหาและบอกเล่าให้กับคนอยากข้ามสายงานทุกคน