ความจริงเกี่ยวกับการ ‘ยืนทำงาน’ ยืนทำงานหรือนั่งทำงานดีกว่ากัน? ผลวิจัยบอกว่าให้ทำทั้งคู่ผสมกันจะดีที่สุด

กว่า 8-12 ชั่วโมงต่อวันที่เราต้องขลุกอยู่กับโต๊ะทำงาน เก้าอี้ที่ทำงานน่าจะเป็นพื้นที่ ที่เราใช้ชีวิตมากที่สุดแล้วมากกว่าบ้านหรือเตียงนอนของเราซะอีก การยืนทำงานก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นเรื่อยๆ กับกลุ่มคนทำงาน Startup หรือว่าบริษัทในยุคใหม่ๆ ที่มักจะออกแบบพื้นที่ ‘ยืน’ ให้คนทำงานมากขึ้น หลายๆ คนแทบจะติดตั้งโต๊ะทำงานผสมลู่วิ่งไปในตัวอยู่แล้ว คำถามคือ การยืนทำงานนั้นดีกว่าจริงๆหรือ?

คำถามหลักๆ ของคนที่อยากจะเปลี่ยนมายืนทำงานมี 3 เรื่อง
หนึ่ง ยืนทำงานแล้วงานเสร็จไวขึ้นไหม
สอง ยืนทำงานแล้วช่วยลดน้ำหนักได้ไหม
สาม ยืนทำงานช่วยลดอาการปวดหลังจริงไหม

ซึ่ง CareerVisa เองก็สงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน เราจึงนำผลวิจัยจาก Harvard และ British Medical Journal มาช่วยตอบคำถามนี้

1. ยืนทำงานแล้วงานเสร็จไวขึ้นไหม

[ตอบ] แล้วแต่ประเภทงานและวิธีการทำงาน จากผลสำรวจในปี 2016 โดย Texas A&M Health Science Center School of Public Health ทดลองแบ่งกลุ่ม คอลเซนเตอร์ จำนวน 170 ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกใช้โต๊ะนั่งทำงาน และอีกกลุ่มหนึ่งใช้โต๊ะยืนทำงาน ตลอด 6 เดือน ผลที่ออกมาคือ กลุ่มที่ใช้โต๊ะสำหรับยืนทำงานโทรศัพท์สำเร็จมากกว่า 46% แต่จุดหนึ่งที่การวิจัยนี้ยังการันตีไม่ได้เพราะว่ากลุ่มที่ยืนนั้นเป็นพนักงานใหม่ (พนักงานใหม่มีโอกาสขยันมากๆ แอคทีฟกว่าอยู่แล้ว) อีกทั้งกลุ่มที่ใช้โต๊ะยืนทำงานนั่งนั่งต่างกับกลุ่มปกติแค่ 1.6 ชั่วโมงต่อวัน แถมมีหลายคนที่มีอาการปวดเท้าจากการยืนทำงานนานเกินไปตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน การยืนทำงานจึงไม่ช่วยการันตีว่าช่วยให้ Productive มากกว่าอย่างแท้จริง

2.ยืนทำงานแล้วช่วยลดน้ำหนักได้มากกว่านั่งทำงานไหม ?

[ตอบ] ไม่ใช่ ยืนทำงานเผาผลาญได้เท่าๆ กับนั่งทำงาน Journal of Physical Activity and Health ทำการสำรวจคนทำงาน 74 คน ผ่านการวัด ปริมาณออกซิเจน และ จำนวนแคลอรี่ ค้นพบว่าไม่ว่าจะนั่งหรือยืน ก็จะเผาผลาญพลังงานได้ใกล้เคียงกันที่ 80 แคลอรีต่อชั่วโมง ส่วนการเดินจะเผาผลาญพลังงานได้ 210 แคลอรีต่อชั่วโมง สรุปง่ายๆ ถ้ายืนทำงาน 3 ชั่วโมง เทียบกับนั่งทำงาน 3 ชั่วโมง จะเผาผลาญพลังงานต่างกันแค่ 24 แคลอรีเท่านั้น เทียบกับการเดินครึ่งชั่วโมงหลังทำงานช่วยเผาผลาญมากกว่าตั้ง 100 แคลอรี เอาเป็นว่าถ้าคุณคิดจะยืนทำงานเพื่อลดน้ำหนัก หาเวลาเดินหลังอาหารอาจจะเป็นวิธีที่ง่ายกว่า

3. ยืนทำงานช่วยลดอาการปวดหลังจริงไหม ?

[ตอบ] จริง! ถ้าคุณลดเวลานั่งประมาณ 1 ชั่วโมงต่อวัน ช่วยลดอาการปวดหลังและโอกาสเกิดโรคหัวใจได้ ผลการศึกษาโดย CDC (Center for Diease Control Prevention) พบว่า 54% ของผู้เข้าร่วมวิจัยสามารถลดอาการปวดหลังและคอได้ เพียงแค่ลดเวลาการนั่งลง 66 นาที ต่อวัน และการศึกษาในคนขับรถบัส ถ้าหากเขาเพิ่มเวลาการยืน ยืดเส้นยืดสายขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจลงได้

สรุป

◦ การยืนทำงานไม่ได้การันตีว่าเราจะ Productive มากขึ้น
◦ ยืนทำงานไม่ช่วยให้ลดน้ำหนัก การเดินช่วยมากกว่า
◦ ยืนทำงานได้แต่ไม่จำเป็นต้องทำตลอดทั้งวัน ยืนสลับกับนั่งดีกว่า
◦ อยากแก้อาการ ปวดหลัง ปวดคอ พยายามนั่งให้น้อยลง 1 ชั่วโมงต่อวัน

อ้างอิง
https://www.forbes.com/sites/daviddisalvo/2016/05/29/is-standing-really-better-than-sitting-at-work-try-doing-both/#7c6dc9366430
https://www.forbes.com/sites/jiawertz/2020/01/13/enhance-employee-productivity-2020-studies-show-offer-these-4-things/#718e35736cfc

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

คนทำงานเร็วทำอะไรตอนที่เราไม่เห็น

ไม่ว่าใคร ก็อยากทำงานให้เสร็จไว ๆ เพราะเมื่อเราทำงานได้เร็วขึ้น ผลงานดี หน้าที่การงานก็ก้าวหน้า ส่งผลดีต่อองค์กร และยังทำให้มีเวลาส่วนตัวให้ตัวเองเพิ่มขึ้นอีกต่างหา

เทคนิคการทำงานที่บ้าน จากหนังสือ “ความลับของคนที่ไม่เคยเอางานกลับไปทำที่บ้าน”

วันจันทร์อีกแล้ว!!! ถึงแม้ส่วนใหญ่จะ WFH กันช่วงนี้ แต่ก็ คงมีน้อยคนที่ “อยากเอางานกลับมาทำที่บ้าน” หรือ “ทำงานที่บ้านตอนนอกเวลาทำงาน” กันใช่มั้ยครับ? มาดูเทคนิคการทำงานจากหนังสือ ความลับของคนที่ไม่เคยเอางานกลับไปทำที่บ้าน

เทคนิคการสร้าง Work Life Balance ไม่ให้ชีวิตพัง

Work from home หยุดพักเหมือนไม่ได้พัก เคล็ดลับจากหนังสือ “Work Life Balance ด้วยการหยุดพักจริงๆ”

เราได้รวบรวมเคล็ดลับที่น่าสนใจในหนังสือ “Work Life Balance ด้วยการหยุดพักจริง ๆ” มาฝาก การพักผ่อนเต็มที่นั้นส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงาน สุขภาพจิตและความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างงานและการหยุดพักให้เหมาะสม