Mindful Eating ฝึกสมาธิผ่านการกิน อยากนั่งสมาธิแต่ไม่มีเวลา? ขอแนะนำวิธีใหม่ของการฝึกสมาธิด้วย Mindful Eating

ใครๆ ก็บอกว่าการฝึกสมาธิจดจ่อกับตัวเองจะช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น เรื่องแบบนี้ใครๆ ก็รู้ แต่จะมีสักกี่คนที่หาเวลามาฝึกสมาธิได้ทุกวันจริงๆ ส่วนใหญ่น่าจะจบที่การโหลดแอปฯ นั่งสมาธิมาไว้ในโทรศัพท์แล้วก็ปล่อยมันไว้อย่างนั้น


ทีนี้เราก็ไปเจอบทความนึงชื่อว่า “Slow down—and try mindful eating จาก Harvard Health Publishing เกี่ยวกับการกินอาหารสมาธิ ว่ามีวิธีการฝึกสมาธิอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า “Mindful Eating” หรือ “การฝึกสมาธิผ่านการกิน” นั่นเอง

การกินสมาธิ ที่ว่ามาคือการกินแบบรู้ตัวว่ากินอะไรอยู่ เช่น ให้เราตั้งใจสัมผัสรสชาติของอาหารตลอดว่ารสชาติตอนนี้เป็นยังไง คอยพิจารณาอาหารที่เรากำลังเคี้ยว และไม่ให้มีสิ่งรบกวนระหว่างทานอาหารเลย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการกินหนึ่งมื้อ

โดยมีการทำวิจัยกับผู้เข้าร่วม 10 คน ให้มาลองฝึกกินสมาธิดูเป็นระยะเวลา 3 เดือน ผลปรากฎว่า นอกจากอาสาสมัครจะมีน้ำหนักเฉลี่ยลดลง 9 ปอนด์แล้ว ยังมีผลว่าแต่ละคน เครียดน้อยลง หิวน้อยลง และซึมเศร้าน้อยลงด้วย!

ทางผู้วิจัยเค้าบอกว่าช่วงเวลาของการกินนั้นเป็นเวลาที่ทุกคนมีเหมือนกันทุกวัน แต่หลายๆ คนก็มองข้ามไป อาจเพราะว่างานยุ่งอยู่แต่หน้าจอตลอด การฝึกแบบนี้ทำให้เราไม่ต้องหาเวลาว่างขึ้นมาใหม่ แต่ใช้เวลาเดิมให้มีสติมากขึ้น

โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ใครที่อยากจะฝึกการกินอย่างมีสติ มีคำแนะนำดังนี้

  1. หาพื้นที่ ที่สงบก่อนเริ่มกินอาหาร
  2. จับเวลา 20 นาที เริ่มกิน ห้ามลุกไปไหนหรือทำอย่างอื่นจนกว่าจะหมดเวลา
  3. ปิดสิ่งรบกวนพวก Notification ต่างๆ ให้หมด อยู่ให้ห่างจากโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์เข้าไว้
  4. ระหว่างกิน ให้โฟกัสกับอาหารที่อยู่ในปากคำต่อคำที่กำลังเคี้ยวอยู่
  5. วางช้อน-ส้อมทุกครั้งเมื่อกินเสร็จ 1 คำ ก่อนเริ่มคำถัดไป
  6. เคี้ยวแต่ละคำประมาณ 30 ครั้ง
  7. เมื่อต้องการเติมข้าวเพิ่ม หรือ ของหวาน ให้ถามตัวเองทุกครั้งว่า เราอิ่มแล้วหรือยัง

อ่านแล้วก็รู้สึกสนุกดี เหมือนเป็นการฝึกพิธีกรรมอะไรบางอย่าง แต่ก็เหมาะจริงๆ กับคนที่ไม่มีเวลาอย่างเราๆ ถ้าลองแล้วเป็นยังไง มาเล่าให้ฟังได้นะ

อ้างอิง : https://www.health.harvard.edu/…/slow-downand-try…

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

คนทำงานเร็วทำอะไรตอนที่เราไม่เห็น

ไม่ว่าใคร ก็อยากทำงานให้เสร็จไว ๆ เพราะเมื่อเราทำงานได้เร็วขึ้น ผลงานดี หน้าที่การงานก็ก้าวหน้า ส่งผลดีต่อองค์กร และยังทำให้มีเวลาส่วนตัวให้ตัวเองเพิ่มขึ้นอีกต่างหา

เทคนิคจัดการเวลา สำหรับคนทำงานที่มักคิดฟุ้งซ่านด้วย Visual Time Management

Visual Time Management เมื่อเราทำให้เห็นเวลาเป็นภาพจะทำให้เราจดจ่อกับมันได้ง่ายกว่าและจัดการเวลาได้ง่ายขึ้น ขั้นตอนการทำก็ไม่ยาก มี แค่ 4 ขั้นตอน

รู้สึกว่าตัวเองไม่ก้าวหน้า หรือแค่มองไม่เห็นว่าเราก้าวมาไกลแค่ไหน? ทบทวนชีวิตเพิ่ม Self-Esteem ผ่านการเขียน

“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เป็นคำปลุกใจอันหลอกลวง เคยรู้สึกแบบนี้กันไหม? ชวนเติมพลังให้ Self-esteem มองให้เห็นคุณค่าของตัวเองผ่านการเขียน Self Esteem Journal หรือ บันทึกความภูมิใจในตัวเอง ลองเอาคำถามทั้ง 7 ข้อไปเป็นไกด์ในการเขียนทบทวนชีวิต เพื่อที่เราจะได้มองเห็นภาพรวมที่ผ่านมาในเส้นทางชีวิต