Job Cluster แนวคิดสำหรับคนอยากเปลี่ยนสายงาน ที่ทำให้คุณไม่ต้องโฟกัสแค่ชื่อตำแหน่งอีกต่อไป

คิดอยากเปลี่ยนงานแต่ไม่รู้ว่าจะข้ามไปอีกสายได้ยังไง?

คิดอยากเปลี่ยนงานแต่ไม่รู้ว่าเราต้องฝึกฝนอะไรเพิ่มเติมบ้าง?

คิดอยากเปลี่ยนงานแต่ไม่รู้ว่าตำแหน่งที่ทำอยู่ไปทำอะไรได้อีก?

คำถามเหล่านี้น่าจะเคยผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคนกันอยู่บ้าง

ถ้าคุณเป็นคนที่เคยสงสัยเรื่องประมาณนี้ CareerVisa เจอบทความที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟัง เป็นบทวิเคราะห์จาก The Foundation for Young Australians (FYA) ที่ชื่อว่า THE NEW WORK MINDSET 7 new job clusters to help young people navigate the new work order

บทความนี้วิเคราะห์ถึงทิศทางของการทำงานในอนาคตว่า อีกหน่อยในอนาคตในตลาดแรงงานจะไม่ได้มองว่า “คุณทำตำแหน่งอะไร” แต่มองว่า “คุณมีทักษะอะไรบ้าง” เปรียบเหมือนอาหาร ถ้าเราเป็นอาหารจานหนึ่ง เรามีส่วนประกอบอะไรบ้างที่พร้อมจะไปเป็นเมนูอื่นต่อ

ในบทวิเคราะห์นี้พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วในงานที่เราทำ 1 ตำแหน่ง อาจมีทักษะประกอบกันถึง 13 ทักษะ เช่น คนทำงานในตำแหน่ง Digital Marketing ต้องใช้ทักษะหลากหลายผสมผสานกัน ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสาร การวิเคราะห์ข้อมูล ความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การเขียน ความรู้ด้านการตลาด ฯลฯ ซึ่งจากผลสำรวจตำแหน่งงาน ก็มีงานอีกหลายตำแหน่งที่ใช้ทักษะเหล่านี้เหมือนกัน

Job Cluster กลุ่มงานที่มีทักษะใกล้เคียงกัน เปลี่ยนสายงานไปทำได้ง่าย

FYA จึงได้ศึกษาข้อมูลตำแหน่งงานกว่า 2.7 ล้านตำแหน่งในออสเตรเลีย และจับกลุ่มจนเกิดเป็นคำว่า Job Cluster ขึ้นมา ซึ่งหมายถึงกลุ่มของตำแหน่งงานที่มีทักษะใกล้เคียงกัน ทำให้ข้ามสายไปมาหากันได้ง่าย โดยจัด Job Cluster ออกมาได้ 7 กลุ่ม ดังนี้

1. The Artisans : กลุ่มงานที่ใช้ฝีมือและความรู้ด้านเทคนิคการผลิต เช่น งานช่าง งานฝีมือ

2. The Technologist : กลุ่มงานที่มีทักษะด้านดิจิทัล เช่น โปรแกรมเมอร์

3. The Carers : กลุ่มงานที่มีทักษะด้านการดูแลสุขภาพกาย-ใจ เช่น พยาบาล แพทย์ นักจิตบำบัด

4. The Designers : กลุ่มงานที่มีทักษะ ออกแบบ สร้างสรรค์ คิดคำนวณ เช่น นักออกแบบ วิศวกร

5. The Coordinators : กลุ่มงานที่ใช้ทักษะประสานงานและงานเอกสาร เช่น เลขา งานเบื้องหลัง

6. The Informers : กลุ่มงานที่ผลิตความรู้ เช่น นักวิชาการ นักวิจัย

7. The Generators : กลุ่มงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกับคน เช่น เซลล์ คนทำงานวงการบันเทิง

เวลาจะเปลี่ยนสายงานให้คิดแบบนี้

1. เราอยู่ใน Job Cluster ไหน ทักษะที่อยู่รอบงานของเรามีอะไรบ้าง
2. ทักษะที่อยู่รอบตำแหน่งงานใหม่มีอะไร อยู่ห่างจากเรามากน้อยแค่ไหน
3. อะไรบ้างที่ไม่ต้องฝึกฝน อะไรที่ยังต้องฝึกฝนเพิ่ม
4. ฝึกฝนความสามารถที่ยังขาดอยู่

ตัวอย่างเช่น กลุ่ม The Informers การข้ามสายจากนักวิจัยไปเป็นครู จะมีทักษะการวางแผนและการสื่อสารร่วมกัน ดังนั้นเราฝึกฝนแค่ การนำเสนอและการสอน เพิ่มเติมก็พอ

คิดว่าแนวคิด Job Cluster จะเป็นอนาคตในการวิเคราะห์ความสามารถของตัวเอง เพื่อพัฒนาไปสู่สายอาชีพต่างๆ ได้ง่ายขึ้นในอนาคต ขอให้สนุกกับการเปลี่ยนสายอาชีพให้ลงตัวและมีความสุขกันทุกคนนะ และ CareerVisa ยังมีกิจกรรมดีๆ สำหรับคนอยากข้ามสายที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้ รอติดตามชมกันได้เลย 🙂

อยากรู้ว่าในแต่ละ Job Cluster มีงานตำแหน่งอะไรบ้าง อ่านเต็มๆ ได้ที่นี่https://www.fya.org.au/…/2016/11/The-New-Work-Mindset.pdf

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เหตุผลในการลาออกของคุณคืออะไร? จะตอบคนสัมภาษณ์งานใหม่ยังไงดี?

แนวทางการตอบคำถามสัมภาษณ์งานแบบมืออาชีพ ทำไมคุณถึงลาออกจากที่เก่า? หนึ่งในคำถามสัมภาษณ์งานที่เรามีโอกาสได้เจอเมื่อกำลังจะหาทางย้ายงาน เปลี่ยนอาชีพไปหาที่ทางใหม่ๆ ในชีวิต

เปิดโพย! วิธีคัดเลือกพนักงานสายงานดิจิทัล 3 แบบ : งานเอเจนซี่ งานที่ปรึกษา และงานในบริษัทใหญ่ ต่างกันอย่างไร?

สำหรับผู้ที่สนใจงานในสายดิจิทัลที่มีให้เลือกสามรูปแบบ ทั้งงานในฝั่งเอเจนซี่ งานที่ปรึกษา และงานใน Corporate ใหญ่ก็กำลังเป็นที่น่าจับตามองในปี 2021 นี้ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลย!