ไม่ได้เป็นหัวหน้า ก็เป็นผู้นำได้ สรุปประเด็นสำคัญจากหนังสือ How to lead when you’re not in charge

ตำแหน่งที่สำคัญอย่าง “ผู้นำ” นั้นมีอยู่แค่ 2% ของคนทั้งบริษัท แล้ว “ผู้ตาม” ในองค์กรอีก 98% ล่ะ จะมีความเป็นผู้นำบ้างไม่ได้เลยหรอ?

นี่คือคำถามของ Clay Scroggins ผู้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า “How to lead when you’re not in charge” ซึ่งเป็นหนังสือที่อยากแนะนำในวันนี้

พอได้ยินคำว่า ‘ความเป็นผู้นำ’ ในการทำงานของเรา ทำไมมันฟังดูไกลตัวซะเหลือเกิน และเหมือนจะหมายถึงคนแค่กลุ่มเดียวคือ “ผู้บริหาร” ที่อยู่บนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ทั้งๆที่จริงแล้วความเป็นผู้นำนั้นมีอยู่ในทุกๆที่ แถมยังกลายเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนต้องมีในศตวรรษที่ 21 อีกด้วล่ะ

ทีนี้จะทำยังไงไม่ให้เรากลายเป็นคนตกยุค! ต้องให้เรื่องผู้นำ เป็นเรื่องใกล้ตัว แถมยังง่ายมากๆอีกด้วย สำหรับใครที่คิดว่าการเป็นผู้นำนั้นยาก CareerVisa อยากให้ลองฟังแนวคิดจากหนังสือเล่มนี้ดู เพราะใครก็เป็นผู้นำได้แม้ไม่มีตำแหน่งใดๆบนป้ายชื่อก็ตาม!

Image may contain: text

1. ผู้นำไม่จำเป็นต้องมีชื่อตำแหน่ง

ส่วนผสมที่สำคัญของผู้นำ คือ ‘ความเป็นตัวของตัวเอง’ และ ‘ความเข้าใจตัวเอง’ หากมีสองอย่างนี้แล้ว ถึงจะไม่มีชื่อตำแหน่งนำหน้าชื่อ คนอื่นๆก็พร้อมที่จะหันมาเชื่อฟังคุณ ดังนั้นไม่ต้องรอให้ได้รับตำแหน่งใหญ่โตแล้วค่อยนำหรอก ท่องไว้ให้ขึ้นใจว่า คุณเริ่มเป็นผู้นำได้ในทุกสถานการณ์แหละ

2. ความเป็นผู้นำเริ่มจากการไม่หลอกตัวเอง

อย่างที่บอกว่า คนจะเป็นผู้นำที่ดีต้องเป็นตัวของตัวเองและรู้ใจตัวเองก่อน แต่ว่าในการทำงานจริงๆนั้น หลายคนมักยอมเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่คนอื่นชอบ กลัวหัวหน้าไม่รัก กลัวเพื่อนร่วมงานยี้ หรือกลัวลูกทีมไม่เอา กลัวไปหมดจนเสียตัวตนที่แท้จริงไป จะบอกว่าการทำแบบนี้จะมีแต่ปัญหาตามมาให้ปวดหัว เพราะคงไม่มีใครแสดงละครได้ตลอดเวลา จะดีกว่าถ้าคุณบอกทุกคนออกไปอย่างจริงใจว่า จริงๆแล้วชั้นเป็นคนยังไง ซึ่งเวลาพูดถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณ ทางทฤษฎีมันมี 5 อย่างด้วยกัน คือ

  1. ตัวตนที่มาจากอดีตของคุณ (self-in-time)
  2. ตัวตนในมุมมองของคนรอบข้าง (self-in-relationships)
  3. ตัวตนจากภายใน (self-interior)
  4. จุดมุ่งหมายในใจ (self-agency)
  5. ความตั้งใจลึกๆ (self-determination)

เมื่อรู้จักตัวเองมากขึ้นแล้ว อยากให้พยายามปรับความเป็นตัวเราให้เข้ากับคนรอบข้างอย่างเนียนที่สุด และเมื่อเรามีโอกาสในการได้เป็นผู้นำขึ้นมา คุณจะทำได้ดีแน่นอน เพราะนั่นคือตัวตนที่แท้จริงของคุณ

3. ฝึกนำตัวเอง ก่อนนำคนอื่น

คนส่วนใหญ่มักจะบ่นว่า ‘มีปัญหากับหัวหน้า หัวหน้าห่วย หัวหน้าแย่’ แน่นอนว่า หัวหน้าเป็นมนุษย์ที่พร้อมจะทำให้คุณรู้สึกแย่ได้เสมอแหละ แต่มีใครควบคุมหัวหน้าได้บ้างล่ะ สิ่งที่ควบคุมได้คือ ‘ตัวเราเอง’ ต่างหาก

ถ้าตอนนี้มีปัญหาชีวิตและเครียดสะสมอยู่ ให้สมมติว่าคุณต้องวางแผนให้กับตัวเองเพื่อออกจากวงจรนี้ จะทำยังไงได้บ้าง ถ้าทำแล้วไม่เวิร์คจะมีแผนยังไง ถ้าเจอหัวหน้าเหวี่ยงวีนใส่จะรับมือยังไง

การวางแผนให้กับตัวเองและทำตามแผนนั้น ก็เป็นอีกวิธีในการฝึกความเป็นผู้นำที่ดีได้ และจะช่วยให้นำคนอื่นๆได้ดีจริงในอนาคต

4. รู้แหละว่าเมื่อไหร่ควรเดินออกมา

แม้ว่าจะนำตัวเองได้ดีพอแล้ว แต่กลับมาที่ตำแหน่งงานอันต่ำต้อยของเราที่ยังไงก็หนีไม่พ้น ต้องปะทะกับหัวหน้าคนเดิมที่มีปัญหาอยู่เรื่อยไป นั่นอาจจะเป็นจุดที่คุณต้องก้าวออกมา เพื่อให้อิสระกับตัวเองมากขึ้น

แต่ก่อนจะตัดสินใจเดินออกมา คุณควรเห็นโอกาสก่อน ต้องเตรียมแผนการสำหรับอนาคตไว้รองรับ แต่สำหรับคนที่ยังไม่ถึงกับต้องก้าวออกมา การ “คิดใหม่” ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาที่มีอยู่กับหัวหน้าได้เหมือนกัน

5. เปิดโลกให้ตัวเองเสมอ

มุมมองที่กว้าง จะช่วยให้คุณเห็นโอกาสใหม่ๆตลอดเวลา มุมมองที่กว้างจะช่วยให้คุณคิดบวก แต่อย่าให้โลกสวยจนเกินไป ต้องคอยทวนแผนที่วางไว้ตลอด การคิดไกลอาจทำให้คุณมองเห็นโอกาสในเรื่องใหม่ๆ แต่การคิดอย่างละเอียด จะช่วยให้คุณไปถึงจุดนั้นอย่างปลอดภัย

6. เป็นคน Active ไม่ Passive

คนที่ขยับก่อนเป็นผู้นำ ขยับทีหลังเป็นผู้ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เราควรจะ Active กระโดดเข้าไปก่อน ไม่ต้องรอให้ปัญหามาถึงแล้วจึงแก้ Generation Millennial เป็น Generation ที่วิ่งตามความสำเร็จ แต่ความสำเร็จจะไม่มาถ้าไม่ผ่านความล้มเหลวก่อน และความล้มเหลวยังจะไม่มาถ้าไม่เริ่มลงมือ จงออกไปเริ่มลงมือทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

7. กล้าเปลี่ยนอย่างมีเหตุผล

ถ้าเห็นว่า ความคิดของหัวหน้ามีเหตุผลเอาซะเลย คุณต้องกล้าท้าทายความคิดนั้นๆ แต่ไม่ใช่ท้าทายไปดื้อๆ จะพังได้ เมื่อไม่เห็นด้วยขั้นแรกควรจะมีแผนของตัวเองที่คิดและลองทำมาแล้วมานำเสนอ

Shane Todd เป็นเจ้าของร้านแฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดชื่อ Chick-fil-A สาขาหนึ่งในจอร์เจีย ฮีมีไอเดียนึกอยากทำ milkshake (นมปั่นกับไอติม) ขึ้นมา แต่บริษัทแม่ซึ่งดูแฟรนไชส์ทั้งหมดไม่มีนโยบายออกเครื่องดื่มชนิดใหม่ใดๆ

Shane ใช้แผนขั้นเทพ ไม่ได้ไปนำเสนอตรงๆ กับบอร์ดบริหารว่าอยากทำ milkshake แต่ใช้วิธีแอบทำออกมาให้ลูกค้าทดลองชิมก่อน เก็บฟีดแบค สรุปสูตรที่ลูกค้าชอบจริงๆ แล้วค่อยไปเสนอไอเดียนี้ให้กับบอร์ดบริหาร แน่นอนว่า Shane ชนะไปใสๆ ผู้บริหารเห็นลูกค้าเรียกร้องเครื่องดื่มชนิดนี้ แถมสูตรขายดีก็พร้อมแล้วอยู่ตรงหน้า ยังไงก็ต้องยอมให้ Shane ทำเครื่องดื่มใหม่นี้ออกมาวางขายแหละ

จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลง จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคุณทำงานหนักกับมันจริงๆ ไม่ใช่แค่เสนอความคิดไปเฉยๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่นำเสนอปัญหาใหม่ๆ ให้กับหัวหน้า จงมีวิธีแก้อยู่ในใจไว้ล่วงหน้าเสมอ

8. ผู้นำที่ดี คือการรับใช้ผู้อื่น ไม่ใช่ให้คนอื่นมาคอยรับใช้

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้นำที่มากที่สุด คือ ผู้นำจะต้องมีคนมาคอยรับใช้ เดี๋ยวนะ…เข้าใจผิดรึเปล่า! ผู้นำนะ ไม่ใช่ทูนหัวของบ่าว ในความเป็นจริง ผู้นำต่างหากที่เป็นคนรับใช้ทุกๆ คน ซึ่งการช่วยเหลือผู้อื่นนี่แหละคือการสร้างความไว้ใจ เชื่อใจทีละเล็ก ทีละน้อย

“ถ้าคนไม่เคารพคุณตอนไม่ได้เป็นหัวหน้า แม้ว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วคนก็จะยังไม่เคารพคุณอยู่ดี”

หวังว่าแนวคิดดีๆ จากหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆ คนที่อยากจะเพิ่มความเป็นผู้นำให้กับตนเองกันไม่มากก็น้อยนะ

สำหรับใครที่สนใจเนื้อหาทั้งหมด สามารถเข้าไปอ่านสรุปเต็มๆ ได้ที่นี่ https://www.getabstract.com/…/how-to-lead-when-youre…/33886…

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

ผู้นำที่ดีไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือคนที่ซื่อสัตย์กับจุดอ่อนของตัวเอง คิดมุมต่างอย่าง Simon Sinek

เคยรู้สึกว่าตัวเราเก่งไม่พอบ้างมั๊ย? ทำงานมาแค่ไหนก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเก่งสักที ทำงานมาสัก 2-3 ปี เวลามีน้องๆ ในทีมมาถาม แต่ก็ยังมีหลายเรื่องที่เราให้คำตอบไม่ได้

7 ทักษะการเป็นผู้นำที่ได้จากการท่องเที่ยว สร้าง Competitive Advantage ในธุรกิจให้ผู้นำอเมริกันกว่า 90%

ในปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากนิยมท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ เรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคนที่พูดคนละภาษา เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย Brightspark Travel พบว่า 94% ของผู้นำชาวอเมริกัน ต่างเห็นด้วยว่า “การท่องเที่ยวช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) ให้แก่พวกเขาในที่ทำงาน” เพราะพวกเขาได้นำทักษะการเป็นผู้นำต่างๆที่ได้เรียนรู้ในระหว่างการท่องเที่ยว มาใช้ในการทำงาน

เรียนรู้ 7 นิสัยรวย ที่นอกจากเงินแล้ว มหาเศรษฐียังมีมากกว่าคนทั่วไป

ทำไมคนบางคนถึงรวยกว่าคนอื่น? คำถามสุดคลาสสิกที่ใครๆก็อยากรู้ วันนี้เราจะพามาดูเบื้องหลังของคนรวยว่าเขามีนิสัยที่แตกต่างจากคนทั่วๆไปยังไงบ้าง