เปิดโพย! วิธีคัดเลือกพนักงานสายงานดิจิทัล 3 แบบ : งานเอเจนซี่ งานที่ปรึกษา และงานในบริษัทใหญ่ ต่างกันอย่างไร?

สมัครงานในธุรกิจดิจิทัลเอเจนซี่

First Impression – การเลือกคนเข้ามาทำงานของดิจิทัลเอเจนซี่ เริ่มต้นก็จะดูจาก First Impression ความประทับใจแรกก่อนเลย เช่น มีผู้สมัครตำแหน่ง Client Service ซึ่งผู้สมัครปฏิบัติกับบริษัทเหมือนบริษัทเป็นลูกค้า มีการส่งอีเมลคอนเฟิร์มนัดก่อนที่จะเข้ามาสัมภาษณ์ สอบถามว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรเข้ามาบ้าง พอสัมภาษณ์เสร็จก็ส่งอีเมลมาขอบคุณ สรุปว่าวันนี้คุยอะไรกันบ้าง แบบมืออาชีพตั้งแต่วันแรก ทำให้รู้สึกว่าผู้สมัครรู้วิธีการทำงานในเชิงธุรกิจ มีวิธีเตรียมตัวและปฏิบัติกับลูกค้ายังไง ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องทำจริงเวลาได้เข้ามาเป็น Client Service

Assignment – แต่แค่การสัมภาษณ์อาจยังไม่สามารถการันตีว่าจะสามารถทำงานได้จริงๆ ดังนั้นจะมีแบบทดสอบให้ทำด้วย ทั้งข้อสอบความรู้เรื่องดิจิทัล และแบบทดสอบเฉพาะสายงาน เช่น ตำแหน่ง Designer ก็ต้องทดลองออกแบบมาดู ซึ่งจะได้วัดฝีมือ และวิธีการทำงานตามกำหนดเวลางาน รวมถึงยังบอกได้ถึงความตั้งใจว่าอยากทำงานที่นี่มากน้อยแค่ไหนอีกด้วย

Portfolio – สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ต้องมีผลงานที่แสดงให้เห็นว่าสนใจงานสายนี้จริงๆ การทำงานดิจิทัลเอเจนซีไม่จำเป็นต้องทำงานหรือมีประสบการณ์ตรงสายเสมอไป การมีผลงานมาโชว์คือสิ่งที่สำคัญกว่า ไม่ใช่เฉพาะผลงานที่ทำให้ลูกค้าเท่านั้น แต่รวมถึงการประกวดต่างๆ หรือโปรเจกต์ที่ทำเป็นงานอดิเรกก็ได้ เพื่อแสดงถึงความเป็น Creator ในตัว เช่น มี Facebook Page หรือ YouTube Channel ของตัวเอง มี Portfolio ผลงาน

Mindset – สิ่งที่จะทำให้ประสบความสำเร็จคือ ทัศนคติที่พร้อมเปิดใจ เรียนรู้ รับฟังจากพี่ ๆ ที่มีประสบการณ์ และหมั่นหาความรู้เรื่องดิจิทัล สามารถพูดคุยภาษาเดียวกันได้ หรือรู้เทคนิคต่างๆที่เป็นประโยชน์ในการทำงานจริง ก็จะมีโอกาสผ่านการคัดเลือกสูงกว่า

การทำงานสายดิจิทัลเอเจนซี่ เป็นสายงานที่กำลังมาแรงที่คนรุ่นใหม่สนใจ และยังมีแนวโน้มเติบโตอีกไกลในอนาคต การทำงานในเอเจนซี่จะเป็นรูปแบบ Project Based ที่ต้องมีความยืดหยุ่นสูง เปลี่ยนระบบการทำงานบ่อย เพราะงานเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มี Planner เป็นคนดูแลโปรเจกต์ วางแผนงานกับลูกค้าและทีมต่างๆในบริษัท กำหนด Specialist ที่จะมาร่วมงานในโปรเจกต์นั้นๆ และสร้างกติกาหลวมๆในการทำงานร่วมกัน แต่เวลาทำงานจริงๆทุกทีมก็จะต้องช่วยกันทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด ใครที่สนใจก็สามารถเริ่มเตรียมตัวได้ตั้งแต่วันนี้ เทคนิคนี้แบ่งปันโดย คุณเอก เอกชัย ปาริชาติกานนท์ CEO และคุณเอ็ม กรกมล ศรีเอี่ยม General Manager จาก Winter Egency เอเจนซีโฆษณาที่มีความโดดเด่นในด้านการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจร ที่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ Oh My Job! Podcast นั่นเอง

สมัครงานในธุรกิจที่ปรึกษาด้านดิจิทัล

Collaboration – คนที่สามารถทำงานร่วมกับคนอื่น คือคนแบบที่มองหา สำหรับเด็กจบใหม่ ต้องเปิดรับความคิดเห็น ส่วนคนที่มีประสบการณ์แล้วต้องแชร์สิ่งที่ตัวเองรู้ให้คนอื่นเห็นภาพเดียวกัน ไม่ใช่แค่ทำงานร่วมกันกันเฉย ๆ แต่ต้องสร้างมีจุดยืนร่วมกัน คนมักคิดว่า “คนที่ทำงานสาย Tech ไม่ถนัดเรื่องการสื่อสาร” แต่การทำงานต้องมีการสื่อสารทำงานร่วมกัน ซึ่งคอนเซปต์ที่ไม่สามารถมองเห็นหรือจับต้องได้ และเป็น Soft Skill ที่ไม่ได้สร้างได้เพียงข้ามคืน

New Skills – เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมากจึงต้องการทักษะใหม่ๆตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องจบมาตรงสายหรือมี GPA สูงๆจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ไม่ดู CV แต่ใช้เป็นเพียง Guide ว่ามีประสบการณ์หรือทักษะงานคร่าว ๆ ประมาณไหน

Passion – มีใจที่จะเรียนรู้และมี Passion สูง ที่จะช่วยกันพัฒนาคนสายเทคโนโลยีในตลาดเมืองไทยให้โตขึ้น

Interview – สัมภาษณ์งานขั้นต่ำประมาณ 4 รอบ เป็นการสร้าง Candidate Experience Journey ให้ผู้สมัครรู้จักบริษัทให้มากที่สุดก่อน การสัมภาษณ์แต่ละรอบจะโฟกัสคนละส่วน การสัมภาษณ์เป็นตัวบอกว่าผู้สมัครเข้ากับตำแหน่งไหน ซึ่งหากเปลี่ยนสายงานมาต้องมีการเตรียมตัวและปูพื้นฐานก่อน เช่น มีหมอเปลี่ยนสายมาเป็นนักพัฒนา Software ซึ่งสิ่งที่เขาเรียนรู้มาด้วยตัวเอง เรียนรู้จาก Community ของสายงาน บริษัทก็จะใช้มุมมองที่แตกต่างในการประเมิน แล้วหาพื้นฐานให้สามารถกลายเป็น Developer Consultant ที่ดีได้

Role Play – วิธีคัดเลือกผู้สมัครที่น่าสนใจที่สุดคือ Role Play หรือ Case Study ทุกตำแหน่งต้องมีสิ่งนี้ เช่น ตำแหน่ง Business Analyst จะจำลองสถานการณ์ว่าผู้สัมภาษณ์เป็นลูกค้า แล้วผู้สมัครเป็นพนักงานที่เป็น Business Analyst และสร้าง Case Study ในการคุยกับลูกค้า ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบริษัทว่า ในอนาคตหากต้องเจอสถานการณ์จริง ผู้สมัครจะรับมือในแต่ละสายงานของตัวเองด้วยความเป็นมืออาชีพได้

T-Shape Skills – มีความรู้แบบ Specialist และ Generalist ด้วย รู้ทั้งด้านลึกและด้านกว้าง ไม่เพียงแค่เก่งในเรื่องที่ตัวเองถนัดแต่ต้องมีความรู้ที่กว้างมากพอ สามารถทำอะไรอย่างอื่นนอกเหนือจากสิ่งที่ตัวเองถนัดได้

นี่เป็นเทคนิคดีๆจากรายการ Podcast Oh My Job! แชร์โดย คุณยศ อนงค์เลขา Talent Acquisition Lead จากบริษัทที่ปรึกษาด้านไอทีชื่อดังระดับโลก ThoughtWorks

สมัครงานในบริษัทใหญ่ สายดิจิทัล

Video Conference – สัมภาษณ์ ผ่านระบบเพื่อให้ Connect กับผู้สมัครได้ดีกว่าเดิมในยุคโควิด 19 ให้ทุกคนรู้สึกสะดวกใจ วัด Positive Attitude หรือ Mindset ด้านบวกต่อการเปลี่ยนแปลงและโอกาสที่เข้ามา และ Resilience Skill “อึด ถึก ทน” จิตใจแข็งแกร่ง ทนทานต่อความท้าทายที่เกิดขึ้นและไม่ยอมแพ้

Flexible Contract – ความยืดหยุ่นในเรื่องสัญญาจ้างก็เริ่มมีมากขึ้น ปัจจุบันบางตำแหน่งงานอาจไม่ได้ต้องการ Full-time แต่ต้องการสัญญาจ้างที่ Customize ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะงานนั้น ๆ และผู้สมัครบางคนก็ไม่ได้อยากใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญของตนเองกับบริษัทเพียงบริษัทเดียวอีกต่อไป แต่อยากร่วมงานกับบริษัท A และ บริษัท B ได้พร้อมๆกัน โดยยังรักษาความลับของแต่ละบริษัทเอาไว้ได้ หรืออาจไม่ได้อยากเป็นพนักงานประจำ เพราะฉะนั้นบริษัทปรับตัวด้วยการมีสัญญาจ้างที่ยืดหยุ่นตาม เมื่อก่อนอาจไม่ได้ชอบสัญญาจ้างแบบชั่วคราวแต่ปัจจุบันมันกลายเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

แต่สิ่งที่จะต้องดูก็คือ สัญญาจ้างที่ความเป็นธรรม และบริหารจัดการง่าย ถูกต้องตามกฎหมายและสามารถดูแลพนักงานในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างดี

Digital Skill – บริษัทใหญ่กำลังมองหาทักษะทางดิจิทัลเพื่อปรับโมเดลทางธุรกิจ โดยอาจเป็น Partnerกับธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งทักษะที่ต้องการก็จะมีด้าน Technical และ Digital เช่น Data Analyst, Business intelligence, UX/UI, Sales Solution เป็นต้น

Leadership & Management Skills – บริษัทใหญ่ยังต้องการเพื่อนร่วมงานระดับ Leadership Management ในสายต่างๆ อาจไม่ระบุว่าจะเป็นสายไหน แต่จะให้น้ำหนักไปในทักษะทาง Digital Skill มากขึ้น

องค์กรที่ดำเนินธุรกิจ Telecom และ Mobile Operator ซึ่งได้รับผลกระทบจาก COVID-19 บ้าง ยังต้องการคนทำงานที่มีทักษะและมีศักยภาพมาเสริมในบริษัท แต่อาจมีบางตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบและจ้างลดลง การรับคนสำหรับปี 2021 ยังเหมือนเดิมและมีตำแหน่งที่ยังต้องการอยู่ โดยมองหาคนที่มีความรู้ ความสามารถ และมีศักยภาพ ที่สามารถเข้ากับวัฒนธรรมขององค์กรได้เข้ามาร่วมงาน

แบ่งปันเทคนิคดีๆโดยคุณกุ้ง นาฏฤดี อาจหาญวงศ์ Chief People Officer ของ dtac องค์กรที่ถูกจัดว่ามีออฟฟิศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ในรายการ Podcast Oh My Job! 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลดีๆสำหรับผู้ที่สนใจงานในสายดิจิทัลที่มีให้เลือกสามรูปแบบ ทั้งงานในฝั่งเอเจนซี่ งานที่ปรึกษา และงานใน Corporate ใหญ่ก็กำลังเป็นที่น่าจับตามองในปี 2021 นี้ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลย!

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

ชวนดู! สวัสดิการ 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ ปี 2021 ผ่านร้อน-ผ่านหนาวแค่ไหน ทำไมเอาอยู่!

วันนี้เราจะมาส่งสรุปข้อมูลดีๆให้กับทุกคนกันว่า บริษัทใหญ่ในแต่ละกลุ่มธุรกิจมีการปรับตัวเรื่องสวัสดิการในการดูแลพนักงานอย่างไรกันบ้างในปี 2021 นี้

การปรับเปลี่ยนวิธีดูแลคนในองค์กรจาก ”หลักสิบ” เป็น “หลักร้อย” ใน Start Up ด้าน People Development ที่โตไวอย่าง Conicle

วิธีบริหารคนแบบ Startup จากหลักสิบสู่หลักร้อย ในช่วง 30 คนแรก – พวกเขาดำเนินธุรกิจแบบคือการที่ Just do it, Work as a team มี Founder เป็นโค้ช ตอน 40-50 คน – เริ่มเห็นภาพบริษัทไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อมีหลายทีมมากยิ่งขึ้นก็จะต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารคนใหม่ แทนที่จะเป็นแบบเดิมต้องมาดูที่โครงสร้างขององค์กรมากขึ้น เช่น เรื่องกระบวนการหาคนผ่านหัวหน้าทีมก่อน ต้องมี Core Value จะต้องมีโครงสร้างหรือมาตรการที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานในการรับคน

สร้างแบรนด์นายจ้างด้วย Clubhouse เครื่องมืออันทรงพลังที่ HR จะนำมาใช้ในปี 2021

มาดูตัวอย่างการนำ Clubhouse ไปใช้ในงาน HR กัน บริษัทไหน หรือ HR ท่านใดอยากเป็นผู้นำเทรนด์ ต้องรีบโดดเข้าไปเป็น “First Mover” ใน Clubhouse ก่อนแล้ว เปิดโอกาสในการเข้าถึงกลุ่ม Quality Candidates ได้เร็วกว่าคนอื่น โอกาสที่คนจะมาฟังคอนเทนต์ของเรามีสูง ก่อนที่บริษัทต่างๆจะแห่กันเข้าไปจนล้นและทำให้ยากที่จะแตกต่างจากคู่แข่ง