Flexi Time vs Fixed Time วิธีเลือกการทำงานแบบไหนที่ใช่ตัวเรา

เพราะการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับตัวเรา มักทำให้เราไม่มีความสุขในงาน และในทางกลับกันสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับเรา จะทำให้เราอยู่ในสภาวะลื่นไหลหรือที่เรียกว่า Flow ซึ่งเป็นภาวะที่เรามีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้นาน และไม่รู้สึกเบื่อ แน่นอนว่าการทำงานในภาวะนี้จะนำมาซึ่งความพึงพอใจในงานและประสิทธิผลสูงสุด

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าสภาพการทำงานแบบไหนที่เหมาะสมกับเรา เรื่องแรกเลยก็คือ เวลาทำงาน บางคนเป็น early bird ชอบตื่นเช้า ชอบเริ่มงานแต่เช้าและกลับบ้านเร็ว ออกจากบ้าน และออกจากออฟฟิศก่อนคนอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด หรือในทางกลับกัน เป็น night owl ใช้ชีวิตเหมือนนกฮูก ชอบอยู่ดึกๆ ตื่นสายๆ ให้กลับดึกก็ได้ไม่ว่า แต่ต้องเริ่มงานหลัง 10 โมง เรื่องต่อมา คือ จำนวนชั่วโมงทำงาน หลายๆ คนบอกเอ็มว่า เริ่มกี่โมง เลิกกี่โมงไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ขอให้จำนวนชั่วโมงทั้งหมดที่ทำต่อวันไม่เกิน 8 แล้วกัน ถ้าทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ก็จะรวมเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่าลืมว่ามีบางงานที่จำนวนชั่วโมงทำงานในแต่ละวันไม่เท่ากันเช่น วันศุกร์อาจไม่ต้องทำงาน แต่จันทร์ – พฤหัสทำงานวันละ 10 ชั่วโมง รวมเป็น 40 ชั่วโมงต่อวันเท่ากัน แบบไหนที่จะเหมาะกับเรามากกว่า หรือบางอาชีพ จำนวนชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนโปรเจคที่มีต่อจำนวนพนักงานในช่วงนั้นอาจจะมีบางสัปดาห์ที่ว่างมาก ทำงานไม่ถึง 20 ชั่วโมง แต่ก็มีบางสัปดาห์ที่ต้องทำ 60 ชั่วโมง เราจะสบายใจที่ต้องทำแบบนั้นหรือไม่

การที่เราจะรู้ว่าเวลา และจำนวนชั่วโมงการทำงานแบบไหนที่เหมาะกับเรามากกว่ากัน เราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าเรามีข้อจำกัดอะไร หรือกิจกรรมอะไรที่เราอยากทำเป็นประจำ เช่น ถ้าเราอยากออกกำลังกายที่ฟิตเนสก่อนเข้างานทุกเช้า งานที่เริ่ม 10 โมง เลิก 3 ทุ่มก็อาจจะเหมาะ กับเรามากกว่างานที่เริ่ม 8 โมง เลิก 5 โมงเย็น หรือ ถ้าเราไม่อยากพลาดการสังสรรค์ Happy Hour กับเพื่อนทุกเย็นวันพฤหัส ก็น่าจะเหมาะกับงานที่เริ่ม 8 โมง เลิก 5 โมงมากกว่า เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังต้องคิดถึงจำนวนวันลาอีกด้วย หากเราชอบเดินทางท่องเที่ยวไกลๆ วันลาจำนวนมากก็สำคัญ บางบริษัทโบนัส 6 เดือน แต่วันลาพักร้อนทั้งปีมีแค่ 6 วัน เรารับได้มั้ย หรือแทบจะอยากเอาเงินไปแลกวันลา ถ้าเป็นแบบนั้น ก็อาจจะเหมาะกับบริษัทที่มีวันลา 15 วัน แต่โบนัสไม่ถึงเดือนมากกว่า

No photo description available.

เรื่องสถานที่ทำงาน และความยืดหยุ่นของการเข้าออกออฟฟิศก็อาจจะเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ว่าเราสามารถแตะบัตรเข้าออก มีพักเที่ยงไม่เกิน 60 นาทีพอดีเป๊ะได้หรือไม่ หากเรามีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ต้องดูแลพ่อแม่ที่ป่วย หรือมีร้านขายเสื้อผ้าบนไอจี (Instagram) ต้องเอาของไปส่งไปรษณีย์ในเวลาพักกลางวัน ที่ทำงานที่กำหนดเวลาพัก 60 นาทีเป๊ะๆ อาจไม่เหมาะสมกับเราเท่าไรนัก องค์กรที่มีความยืดหยุ่นน่าจะตอบโจทย์ชีวิตเราได้มากกว่า หรือ บางคนอาจจะนั่งโต๊ะสี่เหลี่ยมมีคอกกั้นแล้วสมองไม่แล่น คิดอะไรไม่ออก แต่สมองลื่น คิดงานได้ปรื๊ดๆ เวลาได้ยินเสียงเครื่องบดกาแฟ ได้กลิ่นอาราบิกา ชื่นชอบการทำงานที่ร้านกาแฟมากเป็นพิเศษ ก็อาจจะเหมาะกับ tech startup บางที่ที่อนุญาตให้ทำงานจากที่ไหนก็ได้ ตราบที่ยังส่งงานตรงเวลา และติดต่อได้ตลอดเวลางาน หรือถ้าเป็นนักเดินทางตัวยง ความฝันอันสูงสุด คือ การใช้ชีวิตแบบ digital nomad ทำงานที่ใดก็ได้ในโลก เดินทางไปเรื่อยๆ และทำงานไปด้วยได้ ตราบเท่าที่ยังมี internet ก็อาจจะเหมาะกับอาชีพอิสระบางอาชีพ เช่น นักเขียน ผู้จัดรายการสารคดี เป็นช่างภาพ หรือบล็อกเกอร์ ที่ใช้เรื่องราวจากการเดินทางในการสร้างรายได้ เป็นต้น

หลังอ่านบทความนี้จบ หวังว่าทุกคนจะสามารถตัดสินใจเลือก การทำงานที่เหมาะกับตัวเองได้มากขึ้นนะCareerVisa เราสนับสนุนให้ทุกคนค้นหาตัวเองในแบบฉบับที่เป็นตัวคุณ

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เปลี่ยนงานที่หมดไฟเป็นงานที่มีคุณค่าด้วย Job Crafting

Job Crafting คือแนวคิด หรือการกระทำที่จะพยายามปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างในงานที่ทำ เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการมากขึ้น เพื่อให้สามารถทำงานต่อไป ซึ่งหลักง่ายๆในการทำ Job Crafting ก็มีหลักการ 3 P ให้ลองไป Crafting งานของเราดูครับ

เทคนิคการสร้าง Work Life Balance ไม่ให้ชีวิตพัง

Work from home หยุดพักเหมือนไม่ได้พัก เคล็ดลับจากหนังสือ “Work Life Balance ด้วยการหยุดพักจริงๆ”

เราได้รวบรวมเคล็ดลับที่น่าสนใจในหนังสือ “Work Life Balance ด้วยการหยุดพักจริง ๆ” มาฝาก การพักผ่อนเต็มที่นั้นส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงาน สุขภาพจิตและความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างงานและการหยุดพักให้เหมาะสม

มารีวิวการทำงานในปี 2020 กันเถอะ!

ใกล้หมดปี 2020 ถึงเวลาแล้วที่เราจะมารีวิวความสุขในการทำงานอีกครั้งว่าแต่จะรีวิวด้านไหนบ้างดี CareerVisa ขอเสนอการรีวิวตัวเองด้วย Career Design 5 Shades