แชร์ประสบการณ์ MICE New Normal สายอาชีพไมซ์ งานสัมมนา Experience Sharing Day จัดโดย TCEB

ยุค MICE New Normal สายอาชีพไมซ์ ในช่วง Covid-19 เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดของไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสของนักศึกษาและคนทำงานรุ่นใหม่ที่สนใจทำงานด้านนี้ในการร่วมกันสร้างมิติใหม่ของงาน

วันนี้เราจึงนำเนื้อหาบางส่วนที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังสนใจงานในอุตสาหกรรมไมซ์ไทยมาเล่าให้ฟัง และสามารถนำไปปรับใช้ต่อกับชีวิตได้ ซึ่งสิ่งที่เรานำมาแชร์เป็นส่วนหนึ่งจากประสบการณ์จริงกว่า 6 ปีของบริษัท แคเรียร์วีซ่า (ประเทศไทย) จำกัด ที่เรามีภารกิจแรกคือการจัดอีเว้นท์ชื่อ Life After College Bootcamp ในปี 2014 เพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาในการเข้าสู่โลกการทำงาน เป็นการนำธุรกิจ MICE หรือ Meeting, Incentives, Conference, Exhibition เข้ามาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ในตอนนั้นในการช่วยให้นักศึกษาค้นพบอาชีพที่ใช่และประสบความสำเร็จในแบบของตัวเอง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Annual Conference & Exhibition ที่จัดขึ้นทุกปีภายใต้ชื่อใหม่ว่า Career Ready Bootcamp ที่มีนักศึกษาและคนทำงานรุ่นใหม่เข้าร่วมงานกว่า 500 คน และองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนมากมาย

การเริ่มต้นของเราก็เหมือนนักศึกษาจบใหม่หลายคนที่ยังไม่ค่อยรู้อะไร เพียงแต่อยากทำ ก็เลยลงมือทำ หา Venue หา Sponsors ติดโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งาน ติดต่อสื่อมวลชน และได้ผู้เข้าร่วมงานกว่า 300 คนในปีแรกมาแบบเกินความคาดหมาย ด้วยทีมงานที่เป็น Volunteer ทั้งหมด

แต่เมื่อปีถัดไปมาถึง งานเราก็ต้องมีคุณภาพมากขึ้น เริ่มมีความคาดหวังจากตัวเอง ผู้เข้าร่วมงาน และสปอนเซอร์งาน เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องโฟกัสเรื่องการสร้างคุณค่าให้กับ Stakeholder ทุกฝ่ายให้มากที่สุด และทำให้ MICE ไม่ใช่แค่ 1 time event คือวันเดียวจบ แต่มันคือกระบวนการต่อเนื่องที่เกิดเป็น Community ของ Young Professionals ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่ากับตัวเอง องค์กร หรือสังคม ให้มารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ Mission เดิม กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เราได้คลุกคลีกับทั้งคนทำงานรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่าต่างฝ่ายต้องการอะไรจากกันและกัน และอะไรจะทำให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุขและก้าวหน้าทั้งสองฝ่าย

3 สิ่งที่ผู้ประกอบการมองหาในคนทำงานรุ่นใหม่

ในช่วงต้นของวิกฤต Covid-19 นี้ CareerVisa ได้มีโอกาสสัมภาษณ์เจ้าของกิจการหลายรายเกี่ยวกับโปรไฟล์ของ Changemaker รุ่นใหม่ที่จะมาช่วยองค์กรสร้างการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิตอล พบว่า เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ที่เราถามกำลังมองหาคนที่มีส่วนผสมของลักษณะ 3 อย่าง ได้แก่

1) Future Ready Mindset มีทัศนคติและมุมมองที่ไม่ยึดติดกับอดีต ปรับตัวเก่ง ครีเอทีฟ คิดก้าวหน้า และกล้าเสี่ยง

2) Efficiency Traits เป็นคนมีประสิทธิภาพ คิดวิเคราะห์ได้ โฟกัสที่ผลลัพธ์และคุณภาพผลงาน กล้าตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างเฉียบคม

3) Social Skills ต้องรู้จักสื่อสาร ทำงานเป็นทีมได้ รักษาความสัมพันธ์กับคนอื่น รู้จักสร้างคอนเนคชั่นในการทำงาน และยังมีความจงรักภักดีต่องาน บริษัท หรือไม่ก็ทีมงานอยู่บ้าง

5 เรื่องในการวางแผนอาชีพที่เหมาะสม

ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา CareerVisa มีส่วนช่วยนักศึกษาและคนทำงานรุ่นใหม่กว่า 30,000 คนในการค้นหาอาชีพที่ใช่ผ่านสิ่งที่เรียกว่า Career Design หรือการออกแบบอาชีพ ซึ่งเป็นแนวคิดและกระบวนการที่เราออกแบบโดยประยุกต์มาจาก Framework ดังนี้

1) The Flower ในหนังสือชื่อดังเกี่ยวกับการออกแบบอาชีพเรื่อง What Color is Your Parachute โดย Richard N. Bolles
2) Values-Based Leadership โดยอาจารย์ Harry M. Kraemer จากมหาวิทยาลัย Northwestern University’s Kellogg School of Management ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากหนังสือชื่อ From Values to Action และ
3) Designing Your Life โดยอาจารย์ bill burnett and dave evans จากมหาวิทยาลัย Stanford

เมื่อศึกษาทั้ง 3 Framework โดยละเอียดและกลั่นกรองออกมาเป็นแนวคิดและกระบวนการออกแบบอาชีพที่เหมาะกับคนไทย CareerVisa จึงได้พัฒนาโมเดลที่ชื่อว่า Five Shades of Life ขึ้นมาเป็นไกด์ไลน์ในการช่วยออกแบบและวางแผนอาชีพให้กับนักศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในวิชาเรียนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีคลาสพิเศษที่จัดสอนในมหาวิทยาลัยต่างๆกว่า 20 แห่งอีกด้วย

เวลาคนเรา “เลือกงาน” ต้องพิจารณา 5 ด้านของชีวิตตัวเอง ไม่ใช่เพียงด้านใดด้านหนึ่ง เพราะชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่ด้านเดียวใช่มั้ยคะ ซึ่งทั้ง 5 ด้านนั้น ประกอบด้วย

1. Skill & Interest สิ่งที่เราทำได้ดี และสิ่งที่เราสนใจ เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ ถ้าบังเอิญเป็นเรื่องเดียวกัน ถือว่าคุณโชคดีมาก โดยเฉพาะถ้าทักษะนั้นเป็นที่ต้องการมากในตลาดแรงงาน แถมยังมีไม่กี่คนที่ทำำได้แบบคุณ แต่ส่วนใหญ่ชีวิตมักไม่เป็นแบบนั้น เราจึงได้ยินกันบ่อยๆว่าต้องเลือกระหว่าง “งานที่ทำได้ดี กับงานที่รัก” จุดนี้ต้องนำมาวางแผนเพื่อจะพัฒนาให้ถูกจุดต่อไป

2. People & Personality
บุคลิกภาพ หรือนิสัยของเรา ถ้าเราได้ทำงานที่ถูกจริตกับตัวเอง เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด ได้ทำงานกับคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่คุณต้องเลือกคือ บางที “คนที่คุณทำงานด้วยแล้วมีความสุขที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ทำให้คุณเติบโตได้มากที่สุด

3. Working Conditions
เงื่อนไขต่างๆในชีวิตส่งผลกระทบต่อการเลือกงานที่เหมาะกับตัวเอง เช่น ข้อจำกัดในการเดินทางอาจทำให้เราเลือกทำงานได้แค่ที่ใกล้บ้านไม่เกิน 5 กิโลเมตร หรือ ข้อจำกัดในการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่ทำให้เราไม่สามารถเลือกงานดึกหรือไม่ตรงเวลาได้ คุณอาจต้อง “เลือกงาน หรือ เลือกชีวิตส่วนตัว จนเราได้ยินกันบ่อยๆว่า Work Life ไม่บาลานซ์

4. Lifestyle
บางครั้งงานที่รักอาจไม่สามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคุณได้เต็มที่ เพราะมันอาจไม่ได้ทำเงินให้คุณได้มากพอ นี่ก็เป็นอีกอย่างที่คนทำงานทุกคนต้องเลือก เราจึงเห็นหลายคนยอมลดเงินเดือนของตัวเองลง ทิ้งไลฟ์สไตล์ในเมืองใหญ่เพื่อไปอยู่ชนบท เพื่อให้ได้ทำงานที่รักก็พอแล้ว หรือหลายคนยอมใช้ชีวิตที่ไม่ได้ชอบเพื่อแลกกับการได้อยู่ในแสงสี ดินเนอร์ในร้านอาหารหรูๆ ซื้อคอนโดใจกลางเมือง หรือนั่งดื่มกาแฟแก้วละเกือบสองร้อยบาทได้ทุกวัน

5. Personal Core Values
สิ่งที่คุณให้ความสำคัญในชีวิตคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เงินทอง ชื่อเสียง การสร้าง impact ให้สังคม การเห็นคนอื่นพัฒนาขึ้น หรืออะไรก็ตาม ไม่มีถูกไม่มีผิด และเป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกตัดสินโดยคนอื่น แต่สิ่งนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าใน 4 ข้อที่ผ่านมา อะไรกันแน่ที่มีความหมายกับชีวิตของคุณที่สุด

งานในอุตสาหกรรม MICE เองก็มีหลากหลาย ทั้งการเป็นผู้ประกอบการ การเป็นนักบริหารจัดการ หรือ Specialist ในแต่ละงานที่ต้องการความเชี่ยวชาญทางเทคนิค มีทั้งงานใน Venue Provider, Event Organizer, MICE Startup หรือในส่วนนโยบายของ MICE ในหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเราจะเหมาะกับอาชีพไหนก็ต้องใช้การพิจารณา 5 ด้านข้างต้น ซึ่ง CareerVisa เองมีแบบประเมินอาชีพที่ใช่ Career Assessment ที่ใช้ AI ในการประเมินหาอาชีพที่เหมาะสมกับแต่ละคน สามารถเข้าไปลองทำได้ นอกจากนี้ก็ต้องศึกษาหาความรู้ หรือเข้าร่วมงานสัมมนาต่างๆเกี่ยวกับ MICE เพื่อทำความเข้าใจ หรือลองเข้าไปฝึกงาน หรือเข้าร่วมโครงการต่างๆให้มากที่สุด

บทเรียนในการเป็นผู้ประกอบการ สำหรับนักศึกษาจบใหม่

  1. โฟกัสกับเป้าหมาย แต่ยืดหยุ่นกับวิธีการ เพราะการตั้งเป้าหมายจะทำให้เรารู้ว่าเรากำลังจะไปไหน แต่การยืดหยุ่นในวิธีการจะทำให้เรายังสามารถวิ่งไปยังเป้าหมายได้ถึงแม้จะมีอุปสรรคเข้ามา เช่น Mission ของเราคือต้องการให้เด็กไทยมีเป้าหมายด้านอาชีพ โดยปีแรกเราใช้วิธีการจัดอีเว้นท์ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปโดยเฉพาะในช่วง Covid-19 เป้าหมายเรายังเหมือนเดิม แต่วิธีการเราเปลี่ยนได้ โดยการใช้ Digital Marketing หรือ Online Tools เข้ามาช่วยค่ะ
  2. ลงมือทำ เรื่องสำคัญที่สุดเวลามีคนมาปรึกษาเรื่องอาชีพ หรือการเป็นผู้ประกอบการ หลายคนยังไม่เคยหาข้อมูลด้วยตัวเองด้วยซ้ำ ดังนั้นสิ่งแรกที่เรามักจะแนะนำคือ ลองทำ Prototype ดูก่อน คือทำตัวอย่างขึ้นมาแล้วลงมือทำเลย เช่น ถ้าอยากรู้ว่างานนี้ทำอะไร ก็ลองไปฝึกงานก่อนได้ หรืออย่างน้อยก็นัดคุยกับคนที่เขาทำงานนั้นจริงๆอยู่ก็ได้ หากอยากรู้ว่าจะทำธุรกิจอะไรดี ก็ต้องลงมือทำแล้วถึงจะรู้ว่าเวิร์กหรือไม่ จริงมั้ย? ซึ่งถ้าใครต้องการปรึกษาเพิ่มเติมสามารถส่งข้อความมาปรึกษาได้ที่ CareerVisa Facebook Fanpage ก็ได้
  3. ให้ความสำคัญกับคุณค่าที่เราสร้าง ถ้าเราอยากเอางานอดิเรกมาทำให้เป็นธุรกิจ ต้องกลับมาโฟกัสว่างานอดิเรกของเรามันมีคุณค่ากับคนอื่นยังไง (ซึ่งหลายคนเริ่มต้นแบบนี้) เพราะส่วนมากแล้วงานอดิเรกของเรามีคุณค่าต่อจิตใจของเรามากที่สุด แต่พอจะเอามาทำเงินต้องตีโจทย์ให้ออกว่ามันมีประโยชน์ยังไงกับคนอื่น แล้วคนอื่นให้ค่าของงานนี้เท่าไหร่ แล้วไม่ต้องเสียใจหากคนอื่นตัดสินงานของเรา หรือถูกตีค่าได้น้อยกว่าที่เราคาดไว้ เพราะยังไงคุณค่าต่อจิตใจของเราก็ยังเป็นเท่าเดิมนี่นา ต้องหาให้เจอว่าสิ่งที่มีค่ากับเราและมีค่ากับคนอื่นด้วยคืออะไรกันแน่ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ทำงานที่รักและเกิดเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนต่อไปได้ค่ะ

นี่เป็นบทสรุปเพียงบางส่วนที่แคเรียร์วีซ่าได้มีโอกาสไปร่วมแชร์ประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับงานในอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE : Meeting, Incentive, Conference, Event) ในงานวันแบ่งปันประสบการณ์ Experience Sharing Day ยุค MICE New Normal สายอาชีพไมซ์ จัดโดย TCEB ร่วมกับผู้ประกอบการชั้นนำ ได้แก่ คุณอรชร ว่องพรรณงาม CEM, CIS, EDM, SEP ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) คุณอิงชวัญ รัชชุศิริ หัวหน้าโครงการ MICE Student Chapter ฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) คุณชัชภาณุ มุ้งทอง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โรงแรมพูลแมนคิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ คุณสืบพงษ์ สมิตทันต์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด คุณปัณพร วงษ์จันทร์เพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พอลล่าแอนด์โค ดีเอ็มซี (ประเทศไทย) จำกัด คุณพิเนต ไตรรงค์จรัส ผู้อำนวยการฝ่ายจัดกิจกรรม บริษัท ไรท์แมน จำกัด ซึ่งสามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่เฟสบุ้คเพจ MICE Capabilities

สำหรับในโอกาสหน้าเราจะมีอะไรดีๆมาแชร์นั้น หรืออยากฟังเรื่องราวอะไรจากเรา สามารถติดตามหรือคุยกันได้ ที่นี่เลย!

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

งานสัมมนา Experience Sharing Day ยุค MICE New Normal สายอาชีพไมซ์ จัดโดย TCEB

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB จัดงานสัมมนาแบ่งปันประสบการณ์ (Experience Sharing Day) ยุค MICE New Normal สายอาชีพไมซ์ สุด Exclusive โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจไมซ์ และนักศึกษาร่วมแชร์ประสบการณ์!