AI ตัวแรกของโลกจากไทยโดยผู้พิการทางการมองเห็น ข้อจำกัดที่ Data Scientist ธรรมดาไม่อาจสู้ได้

ใครๆ ก็รู้ว่าสายงานทางด้าน Data กำลังเป็นสายงานแห่งอนาคต หลายคนอัพสกิลกันเพื่อที่จะย้ายสายงานมาทำด้านนี้มากขึ้น แต่มีข้อค้นพบที่น่าสนใจว่า จริงๆ แล้วงานสาย Data นั้นกลับเป็นงานที่เหมาะสำหรับผู้พิการมาก

เมื่อไม่นานมานี้ CareerVisa ได้ไปเข้าร่วมงาน “Empowering Disability to Thriving in Digital Era” ที่จัดโดย depa Thailand และพันธมิตร ทำให้เราพบว่าผู้พิการส่วนใหญ่แทบไม่ได้ทำงานในงานสายดิจิทัลเลย ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาครัฐและเอกชนกำลังช่วยกันหาทางออกให้เรื่องนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจที่เราอยากยกตัวอย่างให้ฟัง

เคยได้ยินมั้ยว่า “ถ้าเราบกพร่องเรื่องอะไรซักอย่าง เราจะทำบางสิ่งได้ดีเป็นพิเศษเช่นกัน”

นี่เป็นที่มาของโปรเจกต์ AI Data Crowdsourcing for Disability ที่เป็นการพัฒนา AI โดยผู้พิการทางการมองเห็นตัวแรกของโลกจาก Vulcan Coalition (Social Enterprise)

ผู้พิการจะทำหน้าที่เป็น Trainer ของ AI (เรียกว่า Data Labelling)

ยกตัวอย่างเช่น การแปลงตัวอักษรให้เป็นเสียง (Text-to-Voice) การทำ Image Labelling เช่น การแยกประเภทวัตถุ การแบ่งภาพตามเฉดสี หรือมิติของภาพ เป็นต้น ซึ่งงานนี้เป็นงานที่เหมาะกับคนพิการและต้องเป็นความสามารถเฉพาะคนพิการเท่านั้นถึงจะทำออกมาได้ดี

เพราะอะไรถึงต้องเป็นผู้พิการ?

มีผลวิจัยจำนวนมาก ระบุชัดเจนว่าสมองของผู้พิการมักจะมีพัฒนาการพิเศษชดเชยประสาทสัมผัสที่พิการไป เช่น ผู้พิการทางสายตา สมองส่วน Auditory Cortex จะมีพัฒนาการที่ดีกว่าปกติเพื่อชดเชยส่วน Visual Cortex อย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้ผู้พิการทางสายตามีประสาทการรับรู้ทางเสียงที่ ”เหนือกว่าคนทั่วไป”

สอดคล้องกับกระบวนการพัฒนา AI ที่ต้องใช้ข้อมูลปริมาณมหาศาล ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว การทำงานด้าน AI จึงจำเป็นต้องได้คนที่มี Sense และ Cognitive Ability สูงมาเป็นส่วนหนึ่งในทีม ยิ่งคนที่สามารถเก็บข้อมูลเฉพาะได้ดี ยิ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของ AI ที่พัฒนาขึ้นนั่นเอง

ซึ่งนั่นตรงกับผู้พิการที่สามารถทำงานกับข้อมูลที่ต้องใช้ประสาทเฉพาะด้านได้มีประสิทธิภาพกว่า และรวดเร็วกว่าคนธรรมดามาก

โปรเจคนี้ของ Vulcan Coalition ที่ทำงานร่วมกับผู้พิการ เริ่มจากการแปลงข้อความเป็นเสียงภาษาไทย (Text-to-Speech) โดย AI Scientist และทีมพัฒนาได้เขียนโปรแกรมเพื่อให้คนพิการทางสายตาใช้ในการทำ Data Labelling โดยเฉพาะ เมื่อได้ชุดข้อมูลที่จัดการเรียบร้อยแล้วก็จะนำไปพัฒนาต่อเป็น AI as a service เช่น หนังสือเสียง และระบบ AI Call Center เป็นต้น

นอกจากนี้ผู้พิการทางสายตาบางคน สามารถเขียนเว็บไซต์ ออกแบบ UI ของเว็บไซต์แบบตอบสนอง (Responsive Website) ได้แม้จะไม่เห็นหน้าตาของโปรแกรมหรือเว็บไซต์ก็ตาม

แสดงให้เห็นว่า หากผู้พิการกลุ่มนี้ได้รับโอกาสที่เหมาะสมและการสนับสนุนอย่างเต็มที่ นอกจากการเป็น AI Trainer หรือ Data Labeler แล้ว น่าจะมีผู้พิการในไทยอีกหลายคนที่มีศักยภาพจะพัฒนาไปเป็น AI Scientist, Programmer, Developer, Platform Tester ในอนาคตได้อีกด้วย

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ในการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่จะมาช่วยสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับผู้พิการได้ต่อไปในอนาคต

เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่อยากให้ทุกๆ คนเปิดใจมองศักยภาพของผู้พิการ เห็นความสำคัญของการสร้างโอกาส และร่วมด้วยช่วยกันเป็นแรงผลักดันให้สังคมเคลื่อนไปข้างหน้าแบบนี้ต่อไป

อ้างอิง
https://medium.com/…/test-vulcan-coalition-%E0%B8%84%E0…
https://www.facebook.com/…/a.114196136…/137153661334585/

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

คุณเป็นใครใน 7 Job clusters วิธีแบ่งกลุ่มอาชีพจากออสเตรเลีย ที่จะทำให้การหางานในอนาคตของคุณไม่จำกัดเพียงแค่สายงานเดียว!

Job Cluster แบ่งออกมาได้ 7 กลุ่ม มาดูกันว่าคุณอยู่ในกลุ่มไหน มีแนวทางการพัฒนาตัวเองอย่างไรในยุคนี้ และสามารถข้ามสายไปทำอาชีพอะไรได้ในอนาคต

ข้อมูล Insights ชีวิตคนทำงานใน 11+ สาขาอาชีพ (5 Shades of Life) – อัพเดท 2021

ข้อมูล Insights ชีวิตคนทำงานใน 11+ สาขาอาชีพ (5 Shades of Life) อัพเดท ม.ค. 2021 – สามารถนำไปใช้เพื่อเข้าใจ insights ของคนทำงานรุ่นใหม่ วางแผนการสร้างแบรนด์นายจ้าง วางกลยุทธ์ในการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในสาขาอาชีพต่างๆ

ทอย DataRockie บริหารเวลาอย่างไรภายใน 1 วัน

หลายๆ คนที่กำลังสนใจงานในสาย Data น่าจะรู้จักกับ คุณทอยเจ้าของเพจ DataRockie ผู้โด่งดังกันอยู่แล้ว เคยสงสัยไหมว่าคุณทอยทำงานประจำแต่เอาเวลาไหนมาเรียนรู้สกิลใหม่ๆ ตลอดเวลา และแบ่งเวลาใน 1 วันยังไง?