5 วิธีรับมือ เมื่อคุณต้องทำงานกับ คนขี้เหวี่ยง ในที่ทำงาน

คนขี้เหวี่ยง เพื่อนร่วมงานเข้ากับเราไม่ได้ ในสถานที่ทำงานอันแสนวุนวาย คุณเคยเจอเหตุการณ์นี้หรือไม่ !! 

ปัญหาโลกแตกของคนทำงานในปัจจุบัน เพราะมนุษย์แต่ละคน มีพื้นฐานที่แตกต่างกันอย่างมาก ส่งผลให้พฤติกรรมมีความแตกต่างกันตามไปด้วย ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การทำงานของคุณในแต่ละวัน บางทีคุณก็รูสึกหงุดหงิดหรือลำบาก จนต้องหาวิธีรับมือใหม่ ๆ ตลอดเวลา

จากประสบการณ์การให้คำปรึกษากับคนทำงานส่วนใหญ่แล้ว ปัญหามักจะเกิดขึ้นกับ “บอส” หรือ”ผู้ร่วมงาน” ของคุณเอง เช่น โดนหัวหน้าในที่ทำงานบ่นว่าทำงานไม่ดีบ้าง หรือโดนแขวะในเรื่องไม่เป็นเรื่อง หรือแม้กระทั้งเพื่อนร่วมงานของคุณวิะากษ์ วิจารณ์เรื่องราวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย การพูดการจา การทำงาน หรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้คุณรู้สึกกระอักกระอวนหรือไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก จนทำให้คุณอยากลาออกจากบริษัทเลยทีเดียว

เมื่อการหนีปัญหาไม่ใช้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เรามาลองหาวิธีการรับมือกับกลุ่มคนเหล่านี้ได้อย่างไงกันดีกว่า 

1. วิเคราะห์สถานการณ์ก่อน หาสาเหตุความวีนแตกของบอส

ทำไมเราถึงต้องวิเคราะห์สถานการณ์ก่อน เพื่อที่จะทำให้เราเข้าในบอสว่า สาเหตุที่บอสหัวร้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร ? หรืออะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้บอสเหวี่ยงเพราะบางครั้งสาเหตุของความไม่เข้าใจกันอาจจะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เมื่อทุกคนทราบแล้ว อาจจะแก้ไขปัญหาได้อย่างปลิดทิ้ง

2. ใช้เหตุผลเข้าสู้ เถียงในสิ่งที่มีเหตุผล อย่าหงอจนเขาได้ใจ 

การใช้เหตุผลเข้าสู่ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่เหตุผลนั้นต้องขัดเจนและแข็งแรงมากพอ ไม่ใช่ว่าเถียงข้าง ๆ คู ๆ ไม่มีแก่รสาระ หรือเถียงเพียงเพื่อป้องกันตัวเอง นั้นอาจจะทำให้เกิดผลเสียกับตัวเองมากกว่า และที่สำคัญอย่าหงอจนเกินไป หรือดูเป็นคนไม่สู้คนรับคำสั่งเพียงอย่างเดียว นั้นจะทำให้คุณกลายเป็นคนกลัวการทำงานไปโดยปริยาย  

3. ปรึกษาหารือก่อนเริ่มงาน

การทำงานกับบอสขี้เหวี่ยง เราต้องเรียนรู้ว่าบอสขี้เหวี่ยงของเรานั้นชอบหรือไม่ชอบอะไร แล้วคุณหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นไป เช่น งานที่คุณได้รับมอบหมายมานั้น คุณไม่สามารถทำได้หรือคุณไม่มั่นใจว่าสิ่งที่คุณกำลังจะทำมันถูกต้องหรือไม่ คุณควรถามหรือปรึกษาเขาก่อน เพราะถ้าคุณได้รับคำแนะนำเรียบร้อยแล้ว หากงานผิดพลาด บอสขี้เหวี่ยงของคุณจะต้องรับผิดชอบ และแน่นอนว่าบอสไม่สามารถเหวี่ยงคุณได้เช่นกัน

4. ปล่อยเขาไป 

เจอบอสแบบนี้ต้องอดทน สิบล้อชนต้องไม่ตาย ยิ้มสู้จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณรอดพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ และอย่างลืมพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้คุณพร้อมสำหรับการทำงานในวันต่อไป วิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการต่อสู้กับบอสขี้เหวี่ยงที่ดี เพราะมันสามารถป้องกันหรือลดผลกระทบกับตัวคุณให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการถูกกลั่นแกล้ง ประเมินตกต่ำ หักเงินเดือน เพราะฉะนั้นกลับไปสนใจงานของคุณ แค่นี้ก็เหมือนการดูแลจิตใจตัวเองด้วยแล้วละ

5. Say Goodbye

ทางเลือกสุดท้าย เมื่อคุณอดทนไม่ไหว เรามีวิธีการ “แยกทาง” คุณไม่จำเป็นต้องทน ถ้าบอสขี้เหวี่ยงของคุณ เหวี่ยงโดยไม่มีเหตุผล เพราะมันไม่ช่วยให้คุณพัฒนาตนเองได้เลย ก็แยกทางกันเถอะครับ มันน่าจะมีประโยชน์ในชีวิตของคุณมากกว่า

ถ้าคุณตัดสินใจ “แยกทาง” กันแล้ว เราจะทำยังไงให้เราหางานที่มีผู้คนที่ดีได้บ้างนะ เรามีวิธีการเบื้องต้นเพื่อประเมินบริษัทก่อนเข้าไปทำงานง่าย ๆ แบบนี้

1) หาข้อมูลพื้นฐานกันก่อน ข้อมูลพื้นฐาน เป็นข้อมูลที่คุณสามารถหาได้ในเว็บไซต์ของหน่วยงาน เป็นข้อมูลที่อาจจะไม่อัพเดทเท่าใดนัก แต่เป็นสิ่งที่ทำให้คุณเตรียมตัวได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลบริษัท วิสัยทัศน์ จำนวนพนักงาน หน่วยงานต่าง ๆ 

2) Connection ถ้าคุณมีเพื่อนในองค์กรที่คุณสนใจ คุณจะได้ข้อมูลที่มากกว่าการที่คุณหาผ่าน google อย่างแน่นอน เพราะนอกเหนือจากข้อมูลพื้นฐาน คุณยังจะได้รับข้อมูลเชิงลึก ที่เกี่ยวกับคนภายในองค์กร วัฒนธรรมองค์กรหรืออื่น ๆ อีกมากมาย

3) ตอนสัมภาษณ์สำคัญที่สุด ตั้งคำถามเพื่อประเมินว่า องค์กรเป็นอย่างไร คนที่จะต้องร่วมงานด้วยเป็นใครหรือตำแหน่งอะไร วิเคราะห์ว่าตัวเองเหมาะสมกับวัฒนธรรมที่นี้หรือไม่

ในทางกลับกัน การปรับตนเองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะบางที่ปัญหาความเข้ากันไม่ได้ในที่ทำงานอาจจะเกิดขึ้นจากพฤติกรรมของตนเอง ไม่ว่าตนเองจะรับรู้หรือไม่รับรู้ก็ตาม บางทีปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพราะตัวเราเองก็ได้เช่นกัน อย่าลืมประเมินตนเองดูสักนิดว่าปัญหามันเกิดขึ้นจากตัวเราหรือไม่ จะรู้ทันและปรับปรุงตนเองได้เร็วนะครับ

สำหรับใครที่กำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่ ผมหวังว่าคุณจะผ่านมันไปได้และมีความสุขกับการทำงานนะครับ

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

อยากเป็น Gamecaster ต้องเริ่มต้นยังไง? ทำความรู้จักอาชีพที่กำลังมาแรงไปกับ AdK ก้องไก่กุ้กๆ

อาชีพ Game Caster กำลังมาแรงมากในหมู่นิสิต นักศึกษาที่กำลังจะจบ และ “เด็กติดเกม” ดูเหมือนจะไม่ใช่ เด็กที่จะหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้อีกต่อไป เลยอยากชวนทุกคนมาคุยกับ จรงกิจ ศิริมงคลเกษม (ก้อง) ซึ่งเป็น Game Caster เจ้าของ Youtube Channel AdK ก้องไก่กุ้กๆ

จะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่ควรลาออก แล้วควรวางแผนยังไงต่อไปดี? ลองทำ Checklist กันเถอะ

รู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว ไม่อยากทำสิ่งที่กำลังทำอยู่อีกต่อไปแล้ว “อยากลาออก” แต่หลายๆ คนก็ยังคิดไม่ออกว่า ถ้าลาออกแล้วจะไปทำอะไรล่ะ? ลองระบุปัญหาของงานที่ทำอยู่ด้วย Checklist

รวม 7 เทคนิคที่ทำให้คุณลุกขึ้นสู้กับ ‘งานที่ไม่ได้รัก’ จนก้าวหน้า

ใครที่กำลังรู้สึกว่าตัวเอง ‘ทำงานที่ไม่ได้รัก’ อยู่ แต่ก็อยากทำให้ดีที่สุดด้วยความเป็น Perfectionist ของตัวเอง ทั้งๆที่ตอนนี้ใครๆก็พูดกันเรื่องหางานที่ใช่ ทำตามความฝัน ทำงานที่มี passion