3+ เทคนิคปรับ Resume กับการสมัครงานอาชีพที่ไม่ตรงสาย


สิ่งที่นำไปใช้ได้จริง

– การเขียนอธิบายจุดประสงค์ในการข้ามสายจะทำให้ HR เข้าใจได้เร็วกว่าว่าทำไมประสบการณ์เราไม่ตรง 
– เอา skill ในการข้ามสายมาใช้ให้เป็นประโยชน์ด้วยการค้นหา และระบุ Transferable skill จะช่วยเพิ่มความเจ๋งในเรซูเม่ของคุณได้
– โชว์ประสบการณ์อันโชกโชนของคุณลงในส่วน relevant experience ทำให้รู้ไปเลยว่า ถึงจะข้ามสายมาก็ไม่แพ้คนตรงสายเหมือนกัน!

ถ้าเราไม่ผ่าน Minimum requirement เพราะประสบการณ์ไม่ตรง หรือ เป็นเด็กจบใหม่ประสบการณ์ไม่พอ ก็ต้องหาทางขายตัวเองใ้ห้ชัดขึ้น

หลายคนที่เริ่มจะหาทางเติบโตผ่านการข้ามสายงาน หรือหาโอกาสใหม่ๆ แต่มักจะต้องมาเจอปัญหากับกำแพงที่เขียนว่า Minimum requirement “5-10 years of experience” หรือ “จบการศึกษา คณะ x,y,z” ที่ทำให้เรากังวลและถอดใจไปในที่สุด อ้าวอย่างนี้เราจะทำงานข้ามสายกันบ้างไม่ได้เลยเหรอ แล้วคนจบใหม่จะไปเริ่มที่ไหนล่ะ ? 

สร้าง resume ข้ามสาย ต้องขุดเอาจุดขายของคุณออกมาให้ได้ ผ่าน 3 ประเด็น ที่จะทำให้คุณมีประสบการณ์ตอบโจทย์ competencyที่ตั้งไว้ให้ชัดขึ้นแบบไม่ได้โม้เกินตัว ง่ายๆค่ะเราสามารถที่จะ highlight ให้ HR ได้เห็นถึงความทรงคุณค่าของมนุษย์ข้ามสาย หรือคุณค่าของเด็กจบใหม่ จากการปรับการเขียน resume ต่อไปนี้

อธิบายจุดขายตัวเองให้ชัดเจนตั้งแต่ moment แรกๆ ผ่าน Objective บางทีของดีเรามีค่า แต่อาจจะเขียนไม่ชัด อธิบายที่มาที่ไปไม่ถูก HR ก็สงสัย เอ จบอย่างนึงมา มาสมัครอีกอย่างนึง หรืออ้าวทำงานมีประสบการณ์แต่สาขา x แต่มาสมัครงาน y จะไหวเหรอ

ต่อมาค่ะเราต้องรู้ วิธีที่จะบอกความเชื่อมโยงในแง่ทักษะและความสามารถที่เรามีอยู่กับงานที่เราสนใจ เพราะบางที HR อาจจะไม่ได้คุ้นชินกับสายงานที่คุณทำมา ทำให้มองเห็นความเกี่ยวข้องตรงนี้ยาก

แล้วก็อย่างสุดท้ายอย่าลืม! ประสบการณ์เราไม่ได้มีแค่จากโลกการทำงาน หรือโลกการเรียนอย่างเดียว สิ่งที่เราทำเอง ในเวลาของตัวเอง ตามความสนใจของเราเอง ก็สามารถแสดงความสามารถของเราได้ค่ะ เท่านี้ก็จะช่วยคุณลดจุดด้อย เสริมจุดเด่นให้ resume ของคุณเปิดประตูไปสู่โอกาสได้มากขึ้นค่า

ก่อนอื่นถ้าใครยังต้องการปูพื้นฐานเรื่อง Basic resume ก่อน สามารถคลิกดู คลิปนี้ที่เราอธิบายส่วนต่างๆของ resume ไว้ตรงนี้ได้ก่อนเลยค่า

เทคนิคที่ 1 : ใช้ Objective แทน Summary Statement ในการสมัครงาน

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักส่วนที่เรียกว่า Summary Statement ส่วนนี้คือส่วนบนสุดที่ฝ่าย HR จะอ่านก่อนใน resume ของคุณ และทำหน้าที่สรุปความน่าสนใจหรือจุดขายของคุณ แต่สำหรับคนที่สมัครงานอาชีพที่ไม่ตรงสายงานเดิม หรือเปลี่ยนสายงาน แนะนำว่าให้เขียน Objective ถึงเป้าหมายในอนาคต แทนการใช้ Summary Statement ที่มักจะไฮไลท์สรุปประสบการณ์เดิมมากกว่าเป้าหมายในอนาคต

ทำไมควรทำ ? : First impression เป็นสิ่งสำคัญค่า ถ้าเราต้องการให้ HR สามารถตอบคำถามได้ว่า อ้าวประสบการณ์ไม่ตรงแล้วมาสมัครทำไม วิธีนี้จะช่วยตอบคำถามได้ภายในไม่เกิน 1 นาที เพราะวิธีการ resume ของ HR คือบนลงล่าง แล้วด้วยวันนึงที่ต้องอ่าน resume เป็นบางทีถึงหลักร้อย เขาก็จะใช้วิธีการ screen ออกแบบเร็วๆค่า ถ้าเกิดเขาอ่านแล้วเจออย่างอื่นก่อน เช่น Work Experience ที่ไม่ตอบโจทยท์เขาอาจจะคัดเราทิ้งไวๆ โดยที่ยังอ่านไม่จบเลยด้วยซ้ำ

แต่ ! ถ้าเขาเจอ Objective แบบโดนๆ จะทำให้เขาตัดสินใจอ่านต่อไปได้ หรือคัดเราไปอยู่ในกองที่น่าสนใจไว้ก่อนค่า

ตัวอย่างการเขียน Objective ที่ดี

To utilize my 2 years of experience as an independent content creator with a focus on finance & banking on social media to design bite-sized personal finance learning content on ABC platform. The in-depth content research I have conducted and consistent practice in articulation skill would enhance my delivery time to supercharge the growth of ABC platform.

จะเห็นได้ว่าวิธีการเขียน objective ที่เราแนะนำให้เขียนจะไม่ละทิ้งประสบการณ์ที่เรามีมาก่อน และใช้ตรงนั้นเป็นจุดแข็งที่อธิบายความเชื่อมโยงของงาน รวมถึงเรายังสามารถเน้นเพิ่มได้ว่า สิ่งที่เรามีประสบการณ์จะทำให้เราทำงานที่ใหมได้ดีขึ้นได้อย่างไร  อันประโยคสุดท้ายนี้จะมีลักษณะคล้ายกับการเขียน Summary Statement ค่า 

วิธีการเขียน Objective ง่ายๆ ให้ Resume ข้ามสายผ่าน ตาม 4 step นี้

  1. ยกตัวอย่างทักษะหรือจุดแข็งที่ทำให้เราเหมาะกับสายงานทางด้านนี้และอธิบาย ‘เป้าหมายระยะสั้น’ ว่าสิ่งที่เรามีสามารถทำอะไรได้ให้กับบริษัทบ้าง
  2. ระบุตำแหน่งและชื่อบริษัทที่คุณกำลังสมัคร 
  3. บอก impact ที่เราจะสามารถสร้างได้ให้กับองค์กรเนื่องจากประสบการณ์ที่เรามี
  4. เขียนสั้นๆประมาณ 30-50 คำ หรือไม่เกิน 2-4 บรรทัด

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Summary Statement

เทคนิคที่ 2 : เน้น Transferable skill

เพื่อแก้โจทย์ใหญ่ของคนข้ามสายทำยังไงเราถึงจะแสดงให้ HR เห็นว่าเรามีทักษะและความสามารถที่เกี่ยวข้องกับ Job description ของตำแหน่งงานนั้นๆ 

ทำไมควรทำ ? : เพราะการคัดกรอง resume จะเริ่มจากการดูประสบการณ์และ competency ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกความเป็นไปได้ว่าเราจะมีความสามารถในการทำงานนี้หรือไม่ หากประสบการณ์ที่เราใส่ไม่ได้บ่งบอกว่าเรามีศักยภาพ เราจะถูกคัดออกจากกองทันทีเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีประสบการณ์ตรงกว่า

เพราะฉะนั้นในขั้นนี้เราต้องทำการวิเคราะห์ Job description เพื่อให้เห็นแนวทางของทักษะที่สำคัญที่นายจ้างมองหา ทักษะที่ถูกเขียนไว้แรกๆมักมีความสำคัญที่สุด

ตัวอย่าง Job Description ตำแหน่ง Content Writer

Create content marketing campaigns to drive leads and subscribers; Use SEO best practices to generate traffic to our site
– Regularly produce various content types, including email, social media posts, blogs and white papers
– Actively manage and promote our blog, and pitch articles to relevant third-party platforms
Edit content produced by other members of the team
Analyse content marketing metrics and makes changes as needed
Collaborate with other departments to create innovative content ideas


เราจะเห็น keyword ที่ถูกไฮไลต์ตัวหนาไว้ เหล่านี้เป็น keyword ที่บ่งบอกถึงทักษะ ที่สำคัญของงานนี้ ถ้าเราเขียน resume ตามประสบกาณ์ที่เรามีและเน้นตอบโจททย์ keyword เหล่านี้ก็จะทำให้เราเป็นคนที่เข้าตาได้มากขึ้นในสายตาของ HR หากเราไม่มีประสบการณ์การทำงานโดยตรง ก็สามารถลองคัดกรองหา transferable skills ได้ 

Transferable skills คือ ทักษะที่ทำให้เรามีติดตัวและมีประโยชน์ใช้ข้ามสายงานได้ ไม่ใช่ทักษะเฉพาะของสายงานนั้นๆ เพราะฉะนั้นยิ่งเรามีครบเท่าไหร่เราก็เพิ่มโอกาสให้ resume เราใช้ข้ามสายได้เยอะเท่านั้น

เทคนิคที่ 3 : การสร้างส่วน Relevant experience ให้ตอบโจทย์การข้ามสาย

หากประสบการณ์การทำงานอาจจะยังไม่ได้ตอบโจทย์ เราอาจจะหาประสบการณ์นอกเหนือการทำงานเช่นการเป็น ‘อาสาสมัคร’ หรือ ‘โปรเจค’ นอกเหนือเวลางานที่ทำแล้วตอบโจทย์แล้วสร้าง section ใน resume เป็น ‘relevant experience’ และการอธิบายทักษะที่เกียวข้องสำหรับส่วนนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ 

ทำไมควรทำ ? : การเขียน Relevant experience ก็เหมือนเป็นการขายของให้ HR ได้ตรงมากขึ้น เพราะเป็นการทำให้ HR โฟกัสไปที่ประสบการณ์และผลงานของเรามากกว่าวุฒิการศึกษา และเป็นการทำให้เค้าเห็นว่าแม้เราจะจบไม่ตรงสายแต่เรามีประสบการณ์ไม่น้อยหน้าไปกว่าคนที่จบตรงสายเลย  ดังนั้น ใครมีประสบการณ์อะไรอย่าลืมใส่ให้ครบ 

ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการสมัครตำแหน่งงาน Marketing Executive แต่ไม่ได้เรียนจบสายธุรกิจโดยตรง คุณอาจจะมีประสบการณ์การทำค่ายอาสาที่ต้องวางแผนการตลาดมาก่อน และหากคุณต้องการสมัครงานที่ส่วนหนึ่งต้องใช้ทักษะทางด้านธุรกิจ คุณก็สามารถนำเรื่องราวในส่วนนี้มีเป็นตัว support ประสบการณ์ในอดีตของคุณได้ ว่าคุณได้เคยลงมือทำสิ่งนี้มาแล้ว

ตัวอย่างการเขียนแนะนำทำงานโปรเจคที่เป็นกิจกรรมนอกรั้วมหาวิทยาลัย 

MARKETING EXPERIENCE
ABC Rural Camp (Volunteer) Dec 2019

Analyzed competitive landscape for local agricultural product in Chiangrai 
Designed branding and packaging for the final prototype
Launched product on e-commerce platform that attracts 20,000 baht purchase within 7 days

ในตัวอย่างนี้จะเห็นว่าถึงแม้จะเป็นกิจกรรมนอกห้องเรียน แต่เจ้าของ resume ก็ใช้พื้นที่ในการอธิบายอย่างละเอียดด้วย keywords ที่มีความชัดเจนว่าใช้ทักษะใดบ้างในการทำงานวางแผนการตลาดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับชุมชน เช่น คำว่า Analyze competitive landscape ก็เป็นคำที่ใช้กันในโลกของฝ่ายการตลาด หรือ Designed branding and packaging

เทคนิคสุดท้าย (3+) : Special Tips สุดท้ายนี้แถมให้ 

หากคุณรู้ว่าการสมัครงานนี้คุณมี gap อยู่ใน resume ของคุณ คุณควรจะทำความรู้จักกับ HR หรือคนที่อยู่ในบริษัท เพื่อได้มีโอกาสแนะนำตัวเองและจุดขายที่น่าสนใจก่อนที่คุณจะส่ง resume และ highlight ประสบการณ์ที่น่าสนใจผ่านบทสนทนาแทนการอ่าน resume

สำหรับน้องๆจบใหม่ หรือทุกคนที่กำลังจะย้ายสายงานนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ อย่าเพิ่งท้อ ถ้าเรารู้จัก present ขายของข้อมูลให้ตอบโจทย์คุณ HR ได้ ผ่านการเขียน (1) Objective (2) การใช้ Transferable Skills แล้วก็ (3) รวมประสบการณ์อื่นๆนอกเหนือจากการเรียนกับที่ทำงาน ทำให้เห็นว่าเรามีความตั้งใจในการพัฒนาทักษะนี้ โอกาสที่คนอ่านจะเปิดใจก็จะเพิ่มขึ้นมาค่ะ เพิ่มโอกาสในการข้ามสายโดยใช้ resumeไปด้วยกันค่ะ สู้ๆค่ะ 

อยากเรียนรู้วิธีสร้าง Professional  Resume กับ CareerVisa คลิกสอบถามรายละเอียด ลิ๊กที่นี่

ปรึกษาด่วน Inboปรึกษาปัญหาการเปลี่ยนงาน หางานใหม่ ฟรีแบบกลุ่มที่ Q&A Live ลงทะเบียนฟรี Inbox แล้วบอกเราว่า “สนใจ Career Lab:Free Live Q&A” คลิ๊กที่นี่

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

จบปี 2020 หางาน, เรียนต่อ, เปิดธุรกิจ? ตอนที่ 2 : รวม 20+ ลิงค์ ทางเลือกเด็กจบใหม่ & แจกโปรโมชั่นคอร์สพัฒนาตัวเอง

ขั้นแรกตัดสินใจเลือกเป้าหมายให้ชัด 3-5 งาน แล้วทำ research ศึกษา Job Description ให้เข้าใจถึง competency ของงาน เข้าลึกถึง insights บริษัท ตั้งแต่ วิสัยทัศน์ จนสภาพแวดล้อมการทำงาน แอบส่อง candidate profile หน่อยจะได้รู้ว่าคุณแข่งกับใครอยู่

ตอบ 5 ด้านนี้ให้ได้ก่อนจะเปลี่ยนงาน ผ่านการทำ Informational Interview

ขั้นแรกตัดสินใจเลือกเป้าหมายให้ชัด 3-5 งาน แล้วทำ research ศึกษา Job Description ให้เข้าใจถึง competency ของงาน เข้าลึกถึง insights บริษัท ตั้งแต่ วิสัยทัศน์ จนสภาพแวดล้อมการทำงาน แอบส่อง candidate profile หน่อยจะได้รู้ว่าคุณแข่งกับใครอยู่

สรุปประเด็นสำคัญจาก X Career : ข้ามสายTalk Ep.8 เปิดสูตรลับ ก่อนจะข้ามสายไปทำงาน Business Development

สรุปประเด็นสำคัญจาก X Career : ข้ามสายTalk Ep.8 เปิดสูตรลับ ก่อนจะข้ามสายไปทำงาน Business Development พามาฟัง คุณเท็น อธิคม จิตตวนิชประภา จากบริษัท dtac บริษัท Telecommunication ในฝั่งลูกค้า ธุรกิจ ในเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องอาชีพของคนที่ต้องปั้นธุรกิจน้องใหม่ให้กับองค์กรขนาดใหญ่