13 เทคนิค ฝึกลูกทีมให้เป็นท๊อปเซลล์

ใครที่กำลังอยากหาวิธีฝึกลูกทีมให้ขายเก่ง CareerVisa มีวิธีบางส่วนของ 13 เซียนจากทีม Forbes Business Development Council ที่น่าสนใจมานำเสนอ

ถึงเวลาขายอีกแล้ว แต่ลูกทีมยังไม่เก่ง เครียดจังทำไงดี?

ในการทำงานแทบทุกประเภท หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยกับการที่เราจะต้องใช้ทักษะในการพูดหรือนำเสนอ สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นยาขมของคนหลายๆ คน คงไม่พ้นเวลาที่เราไปขายงานให้ลูกค้า หรือการต้องไป Pitching งานแข่งกับเจ้าอื่นนี่แหละ บางคนอาจจะผ่านจุดๆ นั้นจนการเป็นเทพเซียนแห่งการขายแล้ว

แต่บางครั้งการขายงานไม่ได้มีแค่เราคนเดียว แต่เราจะต้องพาเพื่อนพี่น้อง หรือลูกทีมของเราไปร่วมขายงานด้วย ซึ่ง Performance โดยรวมของทีมสำคัญมาก เรามีคำแนะนำจากทีม Forbes Business Development Council มาให้ลองเอาไปปรับใช้กันดู

1. ให้ลูกทีมฟังตัวอย่างการขายให้ดี

การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพที่สุดของสำหรับคนที่เป็นมือใหม่ในการขายงานคือการฟัง “ตัวอย่าง”การ Pitching ที่ดี โดยทีม Forbes แนะนำ gong.io แพลตฟอร์มสำหรับ Sale Team ที่เอาไว้บันทึกเสียงขณะที่ทีมทำการนำเสนองานกับลูกค้า(ลูกค้าจำแลงหรือลูกค้าจริงก็แล้วแต่ถ้าเค้ายินยอม) จากนั้นเก็บไฟล์เสียงนี้ไว้ให้น้องใหม่ได้กลับไปฟัง พร้อมจัดตารางเวลาการฝึกฟังและทดลอง Pitch Call กับคนในทีมให้เป็นระบบ เท่านี้น้องใหม่จะมีความมั่นใจและรู้เรียนรู้ Patternได้อย่างรวดเร็ว – Ayesha Dillon, Unison
[ ทดลองใช้ gong.io : https://www.gong.io/ ]

2. ก่อนจะเข้าใจวิธีการขาย เข้าใจสิ่งที่จะขายให้ได้ก่อน

ทีม Forbes บอกว่าองค์กรที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีการให้ทีมเรียนรู้และเข้าใจในสิ่งที่จะพูดอย่างแจ่มแจ้ง ยิ่งรู้ละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่จะขายเท่าไหร่ยิ่งทำให้ทีมอินขึ้นมากเท่านั้น ดังที่พูดกันว่า ก่อนที่เราจะไปขายกับใคร เราต้อง “เชื่อ” ในสิ่งที่เราจะขายก่อนนั่นเอง – Ayesha Dillon

3. ฝึกให้ลูกทีม เข้าใจ Pain Points ลูกค้า

อย่างที่ทุกคนรู้ การขายไม่ได้เป็นการบังคับให้ซื้อ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าเราเข้าใจ และพร้อมยื่นมือเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้จริงๆ สิ่งสำคัญที่ต้องฝึกฝนคือการฝึกฟังและการสังเกตที่มีประสิทธิภาพจะมีส่วนช่วยในการวิเคราะห์ปัญหา และทำให้นำเสนอได้อย่างถูกจุด – Atul Minocha

4. ขายกันวันละ 6 นาที

การพูดเป็นเหมือนการพัฒนาทักษะทุกประเภท การทำซ้ำจะช่วยสร้างความโปร ไม่ใช่การจับทุกคนโยนไปในห้องอบรมฝึกกันทั้งวันแล้วจบ ลองให้ทีมขายเรียนรู้ทักษะหนึ่งหรือสองอย่างทุกสัปดาห์ที่เรียกว่า Daily Micro-Training ด้วยการฝึกอบรมสั้นๆ (ภายในหกนาที) แล้วจะพบว่าทุกคนจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว – Don Markland

5. ทำให้การ Trainning เป็นเรื่องง่าย

การอบรมทีมขายที่ดีต้องการคุณสมบัติสามสิ่ง ประการแรกคือ อย่าออกแบบการอบรมให้ซับซ้อน ประการที่ 2 ให้คัดตัวเทพๆ มาเทรน และประการที่ 3 ยกเอา Case จริงมาใช้ในการฝึก เพื่อที่ทีมจะได้ลองผิดลองถูกได้ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงที่สุด – Mladen Kresic

6. Set ทุกอย่างให้เป็นระบบ

ถ้าอยากให้ทีมขายมีประสิทธิภาพ ระบบการฝึกทีมต้องมีความเสถียร ทั้งคนฝึก เนื้อหา และการติดตามผล เพื่อที่ทีมจะได้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน – Larry Todd

7. จำลองสถานการณ์แบบตัวต่อตัวช่วยได้

ไม่ใช่ทุกคนที่รู้สึกสบายใจกับการฝึกขายงานเป็นกลุ่ม บางคนอาจถนัดการทดลองกับสถานการณ์จำลองแบบตัวต่อตัวมากกว่า การทดลองให้คนที่ไม่มั่นใจฝึกแบบตัวต่อตัว สิ่งนี้จะลดความตื่นเวที และความประหม่าที่จะต้องสาธิตต่อหน้าเพื่อนที่ไม่คุ้นเคยลงได้ – Christian Valiulis

8. ดึงท๊อปเซลล์ตัวเทพมาอยู่กับน้องใหม่

ถ่ายทอดพลังปราณทั้งที ต้องเอาผู้มีวรยุทธ์ระดับสูงมาถ่ายทอด ถ้ายิ่งได้ทำกิจกรรมที่จับคู่กับคนเก่งๆ มาช่วยแนะนำเทคนิคให้กัน จะทำให้น้องใหม่รู้สึกมั่นใจขึ้น – Janet Waring

9. อย่าใช้วิธีเดียวกันในการฝึกลูกทีมทุกคน

ทุกคนไม่ได้ชอบวิธีเดียวกัน การเรียนรู้ของทุกคนมีรูปแบบที่ต่างกัน บางคนอาจจะสบายใจกับการดูวิดีโอก่อนฝึกจริง บางคนชอบการทดลองทำเลย บางคนอาจจะอยากได้อะไรที่เป็นหลักการ ลองหาวิธีเรียนรู้หลายรูปแบบที่ตอบโจทย์กับลูกทีมแต่ละคน – Lev Barinskiy

10. แต่งตั้งพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษา

เมื่อพูดถึงการสื่อสาร ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าทีมของคุณรู้สึกไม่สบายใจ บางบริษัทจะมีการใช้ระบบที่ปรึกษา / มีพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาหรือต้องการฝึกฝน ซึ่งในองค์กรขนาดเล็กหรือ Startup อาจใช้เป็นวิธีแต่งตั้งให้ทีมขายแต่ละคนมี Buddy หรือ Mentor ที่สามารถคุยกันได้มาช่วยแทน – Joel Goldstein

11. ให้ลงสนามจริง คือที่สุดของการฝึกฝน

การจำลอง Pitchงานสำคัญก็จริง แต่สุดท้ายไม่มีอะไรจะทำให้ตราตรึงเท่ากับการส่งลูกๆในทีมไปเผชิญสมรภูมิจริง เพราะทุกบทเรียนที่ฝึกมาจะถูกงัดนำมาใช้ ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้จะทำให้เราจดจำได้แม่นเลยล่ะ การลงสนามจริงจึงเป็นเรียนรู้ถึงข้อผิดพลาดได้อย่างชัดเจนที่สุด (แต่อย่างไรก็ตามควรทำให้ทีมพร้อม ก่อนที่จะออกลุยงานจริงนะ) – Scott Nelson

12. กลับมา Review ชัยชนะ และ ความพ่ายแพ้

หลังจากไปลุยมาแล้ว ในแต่ละครั้งเราควรกลับมารีวิวตัวเองว่าเราทำอะไรได้ดีและมีจุดไหนที่พลาดไป ทีม Forbes แนะนำว่าให้เรากลับไปฟังเสียงที่เรานำเสนอแบบละเอียด และทดลองปรับปรุงแก้ไขคำตอบที่คิดว่าจะทำให้นำเสนอได้ดีหรือน่าสนใจขึ้น จะทำให้ครั้งหน้า จะทำให้เรามีไอเดียใหม่ๆในการไปนำเสนองานในรอบหน้า – Karolina Hobson

13. ทำให้ทุกคนมีสไตล์เป็นของตนเอง

แต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้อง Shape ทุกคนให้พูดแบบเดียวกันเป๊ะๆ แต่ควรพยายามค้นหาข้อดีที่สามารถเอามาใช้ในการขาย แล้วปรับจุดเด่นที่มีอยู่ตามธรรมชาติของคนๆนั้นให้โดดเด่น ให้สามารถพูดในแบบตนเองแล้วมีความมั่นใจได้ – Brandon Rigoni

13 ทริกจากเซียนขาย โดย Forbes Business Development Council


และนี่คือเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่เรานำมาฝาก หวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะไปช่วยอัพสกิลขายในทีมได้นะ

Source https://www.forbes.com/…/train-your-sales-team-with-these…/…

#CareerVisa

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เรียนรู้ 7 นิสัยรวย ที่นอกจากเงินแล้ว มหาเศรษฐียังมีมากกว่าคนทั่วไป

ทำไมคนบางคนถึงรวยกว่าคนอื่น? คำถามสุดคลาสสิกที่ใครๆก็อยากรู้ วันนี้เราจะพามาดูเบื้องหลังของคนรวยว่าเขามีนิสัยที่แตกต่างจากคนทั่วๆไปยังไงบ้าง

ผู้นำที่อ่อนโยนไม่จำเป็นต้องอ่อนแอ บทเรียนจาก Brene Brown

การเป็นผู้นำในภาพที่ทุกคนจำติดตา มักจะเป็นภาพของคนที่ขึงขัง ตัดสินใจฉับไว แก้ปัญหาได้ทันท่วงทีอย่างรวดเร็ว และเด็ดขาด คำถามคือผู้นำที่อ่อนโยน ยอมรับจุดอ่อนของตัวเองนั้นเป็นผู้นำบ้างไม่ได้เหรอ?

ทำไม Introvert ถึงเป็นผู้นำที่รับมือในช่วงวิกฤตได้ดี?

แน่นอนว่าการเป็น Introvert ที่พูดไม่เก่ง ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ในวิกฤตแบบนี้ คุณสมบัติของการรับฟังผู้อื่นอย่างถี่ถ้วน และมองให้เห็นปัญหาที่แท้จริง เป็นสิ่งสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ ใครที่เป็น Introvert ก็ขอให้มั่นใจว่าคุณเป็นผู้นำที่ดีได้เช่นกันนะ