ไม่ต้องกลัวความรู้สึกเก่งแค่ระดับปานกลาง อย่าปล่อยให้สื่อรอบข้างมาทำให้หมดกำลังใจในการพัฒนาตัวเอง

No photo description available.

เป็นคนที่ทำอะไรได้หลายอย่าง แต่ก็เก่งแค่ระดับกลางๆ ไม่ได้พิเศษอะไรควรทำยังไงดี? เพราะมองไปทางไหนก็เจอแต่คนเก่งๆ ในสายงานของตัวเองกันทั้งนั้นเลย..

คำถามนี้น่าจะเป็นคำถามยอดฮิตของคนทำงานหลายๆ คน

วันนี้ได้อ่านบทความของ Mark Manson (ผู้เขียนหนังสือ The Subtle Art of Not Giving a F*ck และ Everything Is F*ck) ชื่อบทความว่า “In Defense of Being Average” พูดถึงเรื่อง ความเก่งในระดับกลางๆ ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว ว่าความธรรมดานั้นมันไม่ได้แย่เลยนะ!

1.คนธรรมดาในโลกที่เต็มไปด้วยความสุดโต่ง

ในส่วนแรกมาร์คพูดถึงกราฟระฆังคว่ำ ซึ่งเป็นโมเดลพื้นฐานของสถิติเพื่อบ่งบอกจำนวนของคนเราในสังคมส่วนใหญ่ที่มักจะถูกจัดอยู่ในกราฟรูปแบบนี้กัน นั่นคือ

แย่มากๆ > จำนวนน้อย
กลางๆ > จำนวนเยอะ
เก่งมากๆ > จำนวนน้อย

และในความเป็นจริงก็คือ เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของเราก็เก่งในระดับค่าเฉลี่ยนี่แหละ ขับรถก็ขับได้กลางๆ แต่ไม่ได้เทพ แต่งตัวก็แต่งได้ แต่ไม่ได้เก่งมาก วาดรูปก็พอทำได้นิดหน่อยไม่ได้เก่งมาก ฯลฯ แต่ด้วยลักษณะของสื่อในปัจจุบัน (รวมถึงการโพสต์ของเพื่อนๆ ใน Social) ที่ต้องแย่งกันดึงความสนใจของเราให้ได้มากที่สุดเพื่อคลิกดู Content นั้นๆ ทำให้สื่อมักจะนำเสนอความสุดโต่ง ไม่ว่าจะดีสุดๆ หรือ แย่สุดๆ ก็ตาม ซึ่งทั้งหมดนี้มันส่งผลมาถึงความคิดเรื่องของความสำเร็จของเราทุกคน

ใครจะอยากอ่านบทความของ “ชีวิตพนักงานออฟฟิศทั่วไปที่ไม่ได้รวยมากของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง”

เทียบกับ “CEO น้อยผู้สร้าง Startup จากศูนย์ตั้งแต่อายุ 18” หรือ “จากติดหนี้ 50 ล้าน กลายมาเป็นเศรษฐี 100 ล้านได้ยังไง??”

สิ่งนี้ทำให้เรื่องราวของคนตรงกลางมักจะถูกหลงลืมไป ทั้งๆ ที่คนกลุ่มนี้มีจำนวนมากที่สุด เพราะทุกคนรู้สึกว่าความสำเร็จของคนในระดับ Percentile ที่ 99.999 เป็นเรื่องธรรมดา (เพราะเห็นในสื่อทุกวัน) พอค่ามาตรฐานมันผิดไปจากความเป็นจริง จึงเป็นที่มาที่ทำให้คนในปัจจุบันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเก่งพอ ไม่ภูมิใจในความสามารถของตัวเองนั่นเองจนคำว่า “ปานกลาง” มีความหมายว่า “ล้มเหลว” ไปซะยังงั้น

คำแนะนำของมาร์ค :

Percentile ที่ 99.999 – เวลาเห็นคนประสบความสำเร็จมากๆ ให้เข้าใจว่านั่นคือ Percentile ที่ 99.999 ซึ่งผ่านความยากลำบากและการฝึกฝนมาอย่างยาวนานไม่ใช่ค่าเฉลี่ยที่จะเจอได้ทั่วไปสักนิด

0.00001% – ให้เข้าใจว่าการเปรียบเทียบตัวเรากับอะไรที่สุดขั้วมากๆ แล้วเฟลว่าเราทำไม่ได้ นั่นมันเรื่องธรรมดาสุดๆ เพราะคุณกำลังเทียบกับคน 0.00001% อยู่เลยนะ!!

2.แล้วเราควรเปรียบเทียบตัวเองกับอะไร?

ในเมื่อเราเข้าใจสาเหตุแล้ว แล้วเราควรทำอย่างไรต่อล่ะ เมื่อเราเปิดฟีดมาแต่ละวันก็เจอแต่เรื่องราวความสำเร็จสุดขั้วเต็มไปหมด
ทิศทางที่เราควรจะเริ่มนั่นคือ “ตัวเราเอง” เราควรเริ่มภูมิใจกับความสามารถที่เรามีเสียก่อน ไม่ว่าจะมากจะน้อย และสนุกกับการเก่งขึ้นทีละเล็กละน้อยในทุกๆ วัน แบบนี้จะทำให้เราค่อยๆ เก่งขึ้นได้อย่างยั่งยืน และเป็นการสร้าง Mindset ที่ทำให้เรากลายเป็น Life Long Learner ได้มากกว่า

คำแนะนำของมาร์ค

ตั้งมาตรฐานอิงตัวเอง – ให้เราตั้งมาตรฐานโดยอิงจากความสามารถของตัวเราเองก่อน เพื่อแข่งกับตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วันจะเป็นการเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลที่สุด

หาคนที่เชี่ยวชาญจริงๆมาช่วยแนะนำ – อย่าเอาแต่เสพสื่อที่เล่าเรื่องราว Inspiration หรือ ความสำเร็จที่เล่าเพียง 1% แต่ไม่ได้เล่าวิธีการระหว่างทางนั้นๆ

3.แม้จะมีฝีมือในระดับค่าเฉลี่ยแต่จงอย่าทิ้งเป้าหมายที่สุดยอด]

แล้วถ้าเราไม่ได้เป็นคนที่เก่งสุดยอด เราจะยังควรฝันถึงเป้าหมายนั้นอยู่ไหม? คำตอบคือ มีแน่นอน! ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฝันใหญ่ และลงมือทำสิ่งนั้น ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นแบบไหนก็ตาม คนที่จะกลายเป็นยอดฝีมือ เขาจะต้องเชื่อว่าตัวเองมีสิทธิ์เป็นคนนั้นได้จริงๆ เสียก่อน อย่าหมดความหวังที่จะฝันใหญ่ แต่ให้ค่อยๆ ก้าวไปทีละนิดในทุกวัน

คำแนะนำของมาร์ค :

Percentile ที่ 80 – จริงๆ แล้วตอนนี้คุณอาจจะอยู่ที่ Percentile ที่ 80 แล้วก็ได้ เพียงแต่คุณเอาแต่เทียบตัวเองกับ 99.9999 แล้วก็หมดกำลังใจเลิกไปเองซะก่อน

ตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้ – อย่าให้ความ ‘ธรรมดา’ มาทำให้เรายอมแพ้

ไปอ่านตัวเต็มกันได้ที่ Markmanson.net สนุกดี

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เราจะอยู่กับความเฟลจนกว่าจะสำเร็จได้ยังไง? บทเรียนจาก Tony Hawk นักสเก็ตบอร์ดระดับโลก

คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ คนเหล่านี้มักจะเป็นคนที่ทนอยู่กับความล้มเหลวได้นานจนกว่าจะสำเร็จ ในชีวิตการทำงานเราต่างก็มีวันที่แย่ วันที่เฟล วันที่ผลงานไม่ออกมาดังที่คาดหวังไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ แล้วเราจะอยู่กับความเฟลอย่าง Positive ได้ยังไง วันนี้อยากให้ลองมาฟังแนวคิดของชายที่ชื่อ Tony Hawk กัน

เมื่อโควิด ทำให้การหางานเปลี่ยนไป มาเรียนรู้เงามืดในตัวคุณกันเถอะ!

ในช่วง โควิด-19 นั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การหางานในช่วงเวลาแบบนี้ ลำบากลำบนเหลือเกิน คุณอาจจะคิดว่าหลายบริษัทงดการจ้างงานลง เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ถดถอยลงเนื่องจากผลการระบาดของ โควิด-19 หรือแม้กระทั่งปรับองค์กรของตนเองให้เล็กลง เพื่อให้ lean ขึ้นและบริหารจัดการได้ง่ายยิ่งขึ้น

“Jia Jiang” ชายผู้สร้างความมั่นใจ ผ่านการใช้ชีวิต 100 วันแห่งการถูกปฏิเสธ

แล้วเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า Bill Gates , Steve Jobs คนเหล่านี้ จะเลิกเพราะว่าโดนปฏิเสธอย่างเขาไหม? พอมาคิดๆ ดูแล้ว เจียจึงเข้าใจว่า เขาไม่ได้ล้มเหลว เพราะว่าเขาไม่มีความสามารถ แต่เขากลัวการโดนปฏิเสธมากจนไม่กล้าเริ่มต้นอะไรเลยต่างหาก ทำยังไงถึงจะหายกลัวการโดนปฏิเสธได้กันนะ