เราจะอยู่กับความเฟลจนกว่าจะสำเร็จได้ยังไง? บทเรียนจาก Tony Hawk นักสเก็ตบอร์ดระดับโลก

คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ คนเหล่านี้มักจะเป็นคนที่ทนอยู่กับความล้มเหลวได้นานจนกว่าจะสำเร็จ ในชีวิตการทำงานเราต่างก็มีวันที่แย่ วันที่เฟล วันที่ผลงานไม่ออกมาดังที่คาดหวังไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ แล้วเราจะอยู่กับความเฟลอย่าง Positive ได้ยังไง วันนี้อยากให้ลองมาฟังแนวคิดของชายที่ชื่อ Tony Hawk กัน

โทนี่ ฮอว์ก เป็นนักสเก็ตบอร์ดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก เขามีฉายาว่า “ราชาแห่งวงการสเก็ตบอร์ด” ดังขนาดที่ว่ามีวิดีโอเกมลง PlayStation เป็นของตัวเอง

ในปี 2016 เขาทำคลิป “ทำท่าที่ยากที่สุดของตัวเองในวัย 48 ปี”

ในปี 2018 เขาทำคลิป “50 ทริค ตอนอายุ 50”

โทนี่บอกว่า ถ้าเขาเป็นนักสเก็ตบอร์ดที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ เขาก็เป็นนักล้มเหลวมืออาชีพด้วยเช่นกัน กีฬาสเก็ตบอร์ดเป็นกีฬาที่ล้มเหลวมากกว่าสำเร็จประมาณ 100-1,000 เท่า เพราะต้องฝึกแล้วเฟลซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะสำเร็จ

โทนี่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างน่าสนใจ และเป็นคนแนะนำที่คนรุ่นใหม่นำไปใช้กันได้ ดังนี้

1. ทุกครั้งที่ล้มเหลวคือ 1 ก้าวสู่ความสำเร็จ

แม้ว่าความล้มเหลวตรงหน้าจะทำให้เราเซ็ง แต่ให้คิดว่า ทุกความเซ็งนั่นคือ 1 ก้าวที่เข้าใกล้ความสำเร็จ ยิ่งเซ็งเยอะแปลว่ายิ่งใกล้สำเร็จขึ้นเรื่อยๆ โทนี่เห็นคนมากมายที่ “มีพรสวรรค์แต่ไม่อยากจะทำงานหนัก” จนในที่สุดก็ดับหายไป เทียบกับคนที่ไม่ได้เก่งมากแต่ว่าฝึกซ้อมอย่างหนักจนกระทั่งเฉิดฉายในที่สุด เพราะการทำงานหนักต่างหากคือเส้นทางสู่ความสำเร็จจริงๆ

2. เชื่อในตัวเอง

โทนี่เห็นเด็กๆ เยอะแยะที่รู้สึกไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะว่าตัวเองไม่ได้เก่งอะไรเลยสุดๆ สักอย่าง แต่อย่าให้ความเก่งไม่สุด มาปิดโอกาสที่จะลองอะไรใหม่ๆ แม้ว่าสิ่งที่ทำมาก่อนหน้านี้อาจจะไม่เวิร์คแต่การค้นหาไปเรื่อยๆ เราจะได้พบสิ่งที่เหมาะกับตัวเราในที่สุด

3.อย่าไปฟัง Haters มาก

โทนี่บอกว่า ช่วงแรกๆ ที่เขาหัดเล่นสเก็ตนั้น มีพวกโปรฯ มาคอมเมนต์เขามากมายว่าสไตล์ของเขาไม่ได้เรื่อง ไม่เหมาะกับการเล่นสเก็ตหรอก เขาบอกว่าถ้าฟังตั้งแต่ตอนนั้นก็คงเลิกไปตั้งแต่ 11 ขวบแล้ว แต่เพราะเขารู้ตัวดีว่าเขากำลังพัฒนาสิ่งที่ทำอยู่ขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมันจะดีจนกลายเป็นสุดยอดทริคได้ในที่สุด

4. ทำในสิ่งที่รัก แม้ว่าจะยังไม่ได้เงินในตอนนี้

หลายๆ คนมองว่าความสำเร็จคือการทำเงินได้ แน่นอนว่าก็ไม่ผิด แต่อย่างที่รู้ว่าโทนี่เป็นคนที่รักการเล่นสเก็ตบอร์ดมาก เขาพยายามทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองได้เล่นสเก็ตบอร์ดต่อไปเรื่อยๆ เขาเคยตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านของตัวเองเพื่อนำเงินมาทำบริษัทสเก็ตบอร์ดแม้ว่าจะแทบไม่มีความรู้ด้านธุรกิจเลย แต่ที่รู้แน่ๆ คือเขาจะได้เล่นสเก็ตทุกวัน ไม่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 8 ชั่วโมงแล้วหวังว่าจะมีเวลามาเล่นสเก็ต และนั่นเป็นแรงผลักดันให้เขาทำธุรกิจสเก็ตบอร์ดของตัวเองจนกระทั่งมีรายได้จนอยู่ได้

โทนี่บอกว่าการเล่นสเก็ตบอร์ดเองก็สอนให้โทนี่กลายเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบาก เพราะการเล่นสเก็ตบอร์ดสอนให้ผมลุกขึ้นยืนและลองมันอีกครั้งอยู่เสมอ และนำแนวคิดนี้มาใช้กับการทำธุรกิจด้วย

สุดท้ายนี้โทนี่ฝากว่า ในสายอาชีพต่างๆ ก็มีทั้งช่วงเวลาที่ขึ้น-ลง สลับกันไป แต่คนที่รักสิ่งนั้นจริงๆ ต่างหากที่จะเป็นคนที่อยู่จนกระทั่งทุกคนเลิกหมดแล้ว แต่คุณยังไม่เลิก คุณยังฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกับทริคสเก็ตบอร์ดที่พอทำได้แล้วมันช่างสะใจจริงๆ

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

ไม่ต้องกลัวความรู้สึกเก่งแค่ระดับปานกลาง อย่าปล่อยให้สื่อรอบข้างมาทำให้หมดกำลังใจในการพัฒนาตัวเอง

เป็นคนที่ทำอะไรได้หลายอย่าง แต่ก็เก่งแค่ระดับกลางๆ ไม่ได้พิเศษอะไรควรทำยังไงดี? เพราะมองไปทางไหนก็เจอแต่คนเก่งๆ ในสายงานของตัวเองกันทั้งนั้นเลย วันนี้ได้อ่านบทความของ Mark Manson (ผู้เขียนหนังสือ The Subtle Art of Not Giving a F*ck และ Everything Is F*ck) ชื่อบทความว่า “In Defense of Being Average” พูดถึงเรื่อง ความเก่งในระดับกลางๆ ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว ว่าความธรรมดานั้นมันไม่ได้แย่เลยนะ!

เมื่อโควิด ทำให้การหางานเปลี่ยนไป มาเรียนรู้เงามืดในตัวคุณกันเถอะ!

ในช่วง โควิด-19 นั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การหางานในช่วงเวลาแบบนี้ ลำบากลำบนเหลือเกิน คุณอาจจะคิดว่าหลายบริษัทงดการจ้างงานลง เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ถดถอยลงเนื่องจากผลการระบาดของ โควิด-19 หรือแม้กระทั่งปรับองค์กรของตนเองให้เล็กลง เพื่อให้ lean ขึ้นและบริหารจัดการได้ง่ายยิ่งขึ้น

“Jia Jiang” ชายผู้สร้างความมั่นใจ ผ่านการใช้ชีวิต 100 วันแห่งการถูกปฏิเสธ

แล้วเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า Bill Gates , Steve Jobs คนเหล่านี้ จะเลิกเพราะว่าโดนปฏิเสธอย่างเขาไหม? พอมาคิดๆ ดูแล้ว เจียจึงเข้าใจว่า เขาไม่ได้ล้มเหลว เพราะว่าเขาไม่มีความสามารถ แต่เขากลัวการโดนปฏิเสธมากจนไม่กล้าเริ่มต้นอะไรเลยต่างหาก ทำยังไงถึงจะหายกลัวการโดนปฏิเสธได้กันนะ