เมื่อวันหนึ่ง ฉันอาจไม่ได้ไปต่อตั้งหลักยังไงหากวันหนึ่งคุณถูกเลิกจ้าง

ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ปรากฏการณ์ Lay off กำลังกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาของหลายบริษัทไปแล้ว หลาย ๆ คนน่าจะมีแอบหวั่น ๆ ถึงเรื่องนี้กันบ้างล่ะ การว่างงานหรือการถูกเลิกจ้างเป็นหนึ่งในปัญหาที่หนักหนาสาหัสที่สุดของคนทำงานในช่วงปีนี้ ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นทั่วโลก

อย่างตอนนี้ปัญหาการว่างงานกลายเป็น 1 ใน 3 ปัญหาหลักที่คนอเมริกาให้ความกังวลมากที่สุด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานในอเมริกาตอนนี้ก็ทุบสถิติสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ส่วนในไทย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) ประเมินว่าสิ้นปี 63 คนไทยอาจตกงานถึง 4 ล้านคน

การที่เราสูญเสียงาน หลายๆคนอาจจะคิดว่าเป็นความล้มเหลวของชีวิต เพราะการว่างงานจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงความมั่นคงในชีวิต ครอบครัว คุณภาพชีวิต และสำคัญที่สุดคือสุขภาพจิตใจ วันนี้เราจึงนำคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Consulting ระดับโลกหลายแห่งมาแบ่งปันให้ฟัง ว่าคนที่เพิ่งถูกเลิกจ้างจะมีวิธีตั้งหลักยังไงเมื่อสูญเสียงาน มาดูกันเลยดีกว่า

1. ตั้งสติก่อนสตาร์ท

อย่าด่วนตัดสินใจหลายคนที่ถูกเลิกจ้างอาจจะรู้สึกหลงทาง ทำอะไรไม่ถูก ท้อแท้ จนเปลี่ยนเป้าหมายชีวิตไปเลยก็มี แม้การสูญเสียงานจะเป็นเรื่องร้ายแรงและควรหาทางออกให้เร็วที่สุดก็จริง แต่ Cathleen Swody นักจิตวิทยาองค์กรผู้ก่อตั้ง บริษัท ที่ปรึกษา Thrive Leadership กล่าวว่าการตัดสินใจที่ดีของเรามักไม่ค่อยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราเครียดหรือตื่นตระหนก

แน่นอนจะมาปลอบใจว่าตกงานแล้วเรื่องเล็กนิดเดียว ไม่ต้องคิดมาก ก็คงไม่ใช่ แต่ให้ตระหนักว่า ‘นี่เป็นเรื่องใหญ่และอยู่เหนือการควบคุมของเรา’ ดังนั้นเราควรตั้งสติ ค่อยๆ ใช้เวลาเป็นตัวช่วยในการเอาความกลัว ความเครียดในช่วงแรกออกจากหัวของตัวเองให้ได้ก่อน พอเราตั้งสติได้ซักพัก เราจะเริ่มมองหาหนทางที่เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น

2. รู้ทันการบิดเบือนทางความคิด หรือ Cognitive Distortion

ทุกครั้งที่เราได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจ หลายคนจะเกิดการ Cognitive Distortion ซึ่งก็คือ การเกิดความคิดที่บิดเบือนจากความจริงทำให้คนๆ นั้นเกิดความเครียด ความวิตกกังวล มองทุกอย่างเลวร้ายกว่าความเป็นจริง ทำให้ท้อถอยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีต่อตนเอง ส่งผลให้ยากที่จะคิดแก้ปัญหาอย่างชัดเจนซักที

ซึ่งถ้ามามองเหตุผลของการถูกเลิกจ้าง จริงๆ แล้วสาเหตุหลักช่วงนี้จะเป็นผลมาจากเศรษฐกิจมากกว่าตัวบุคคลซะด้วยซ้ำ ดังนั้นให้มองว่านี่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่าจมกับความเครียด พยายามอย่าโทษตัวเอง ไม่ควรเหมารวมเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดจากภายนอกเข้ามาที่ตัวเองทั้งหมด แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาเลวร้าย แต่มันไม่ได้จะเป็นแบบนี้ตลอดไป

3. บอกตัวเองว่า จริงๆ เราก็เก่งเหมือนกันนะ

โค้ชอาชีพ Dawn D. Owens ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฝึกสอนและที่ปรึกษา Corporate Couch กล่าวว่า “ถ้างานนี้ไม่เลือกคุณ เราก็ต้องปล่อยมันไป เพื่อไปเจอในสิ่งที่เหมาะกับคุณมากกว่านี้เช่นกัน”.ลองไปนั่งอ่านบันทึก อีเมลงาน หรือสิ่งเตือนใจต่างๆ ที่ทำให้เรารู้สึกภูมิใจ รวมถึงลองมองย้อนดูว่าที่ผ่านมาเราก็มีทักษะ มุมมอง และพรสวรรค์อะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ในตัว ถ้าเราเริ่มมองเหตุการณ์ ความสามารถ ประสบการณ์ที่ผ่านมาในแง่บวก การเห็นคุณค่าในตนเองจะช่วยให้เรากลับมามีความมั่นใจ รู้สึกดีและพร้อมที่จะพบกับโอกาสต่อไปมากขึ้น

4. หาทีมกู้ชีพ ฮีลใจให้ฟื้นกลับมาอีก

วิธีในการออกจากความเครียดอีกวิธีคือกำลังใจจากคนรอบตัวที่เรารัก เมื่อเราพอตั้งหลักและยอมรับความจริงได้ เริ่มรู้สึกพร้อมที่จะออกไปข้างนอกแล้ว ให้โทรหาเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ซึ่งสามารถช่วยเราฝึกสัมภาษณ์หรือให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานใหม่ๆ ได้ ส่วนคนที่ Toxic กับชีวิตก็พยายามอย่าไปสนใจ เพราะเค้าจะไม่ช่วยอะไรเราหรอกนอกจากบั่นทอนจิตใจ

5. Move on แล้วมองหาโอกาสให้คิดซะว่านี้เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิตและคุณจะผ่านมันไปให้ได้

และนี่คือความท้าทายของเราที่จะได้ลองทำในสิ่งใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน พยายามเปิดใจรับความเป็นไปได้นั้น แทนที่จะยอมแพ้ ให้พิจารณาว่านี่เป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงอาชีพที่เราเคยคิดไว้ แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ ใช้เวลาคิดถึงสิ่งที่เราอยากทำ บางทีเราอาจจะค้นพบโอกาสใหม่ ๆ ที่ไม่คาดคิด แต่มันกลับเหมาะกับเราก็ได้

6. Focus แค่สิ่งที่เราควบคุมได้ไม่มีประโยชน์ถ้าจะไปจมอยู่กับปัจจัยที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้

เราไม่สามารถควบคุมตัวเลขการว่างงานได้ แต่เราสามารถสร้างโปรไฟล์ เรียนรู้ พัฒนาตัวเองได้ เราไม่สามารถควบคุมระยะเวลาในการหางานใหม่ได้ แต่เราสามารถวางแผนการใช้ชีวิตให้เหมาะสมได้

นอกจากนี้เรายังควรคำนึงถึงการวางแผนการเงิน ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายคงที่ ค่าใช้จ่ายด้านการออมเพื่อการลงทุน หรือค่าใช้จ่ายผันแปรอื่น ๆ ให้เหมาะสมกับรายได้ที่เปลี่ยนไป หรือ การศึกษาเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเงื่อนไขในการประกันสังคม ก็เป็นสิ่งที่ควรเตรียมพร้อมไว้เนิ่น ๆ เช่นกัน

7. ลองเป็นผู้ให้ และรู้จักรักตัวเอง

วิธีนี้อาจจะดูไม่เกี่ยวโดยตรง แต่รู้มั้ยว่าการที่เราให้อะไรบางอย่างกับผู้อื่น ในช่วงขณะหางานใหม่ เช่น การลองไปเป็นอาสาสมัคร ช่วยเหลือคนอื่น หรือทำสิ่งที่เคยอยากทำแล้วไม่ได้ทำ แม้จะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ จะทำให้เรารู้สึกดีและรักตัวเองมากขึ้น

ที่สำคัญคือหยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เป็นเรื่องธรรมดาที่คนที่ประสบความสำเร็จจะต้องเกิดการแข่งขัน แต่การมานั่งเปรียบเทียบจะไม่ส่งผลดีกับเราในตอนนี้ ให้มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สามารถทำได้จะช่วยให้เราผ่านพ้นอุปสรรคได้ การคิดไปถึงอนาคตในแง่ร้ายอาจไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน

อ้างอิง https://www.fastcompany.com/…/how-to-bounce-back-after…https://www.fit-d.com/blog/view/NDI,/Cognitive-Distortion—รูปแบบความคิดที่บิดเบือนhttps://taokaemai.com/7-วิธีรับมือเมื่อโดนบริ/https://news.thaipbs.or.th/content/295411

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เปิดโพย! วิธีคัดเลือกพนักงานสายงานดิจิทัล 3 แบบ : งานเอเจนซี่ งานที่ปรึกษา และงานในบริษัทใหญ่ ต่างกันอย่างไร?

สำหรับผู้ที่สนใจงานในสายดิจิทัลที่มีให้เลือกสามรูปแบบ ทั้งงานในฝั่งเอเจนซี่ งานที่ปรึกษา และงานใน Corporate ใหญ่ก็กำลังเป็นที่น่าจับตามองในปี 2021 นี้ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลย!

Burnout 4 ระดับ กับการดับไฟ ทำยังไงไม่ให้งานเผาไหม้จิตใจของเรา

ทำงานเหนื่อยจัง ไม่อยากทำอะไรเลย.. นี่เรากำลัง Burnout อยู่รึเปล่านะ? เราน่าจะเคยประสบกันมาบ้างแหละ ไม่ว่าจะเป็นมากหรือน้อย สำหรับอาการ Burnout แต่ว่าแค่ไหนถึงจะเรียกว่า Burnout แล้วแค่ที่เราหายเองได้หรือระดับไหนที่เราควรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ CareerVisa จะเล่าให้ฟัง

รู้สึกว่าตัวเองไม่ก้าวหน้า หรือแค่มองไม่เห็นว่าเราก้าวมาไกลแค่ไหน? ทบทวนชีวิตเพิ่ม Self-Esteem ผ่านการเขียน

“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เป็นคำปลุกใจอันหลอกลวง เคยรู้สึกแบบนี้กันไหม? ชวนเติมพลังให้ Self-esteem มองให้เห็นคุณค่าของตัวเองผ่านการเขียน Self Esteem Journal หรือ บันทึกความภูมิใจในตัวเอง ลองเอาคำถามทั้ง 7 ข้อไปเป็นไกด์ในการเขียนทบทวนชีวิต เพื่อที่เราจะได้มองเห็นภาพรวมที่ผ่านมาในเส้นทางชีวิต