เพราะการเรียนรู้แบบเดิมๆ ไม่ทันใช้สำหรับโลกปัจจุบัน! มาเปิดประสบการณ์เรียนรู้รูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัลกับ Conicle

ในยุคแห่ง Self Learning ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเรียนในรูปแบบ Online Learning Platform นั้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้เพื่อนำมาพัฒนาบุคลากรในองค์กรของตน! นอกจากจะง่ายต่อการทำความเข้าใจแล้ว ยังสามารถเรียนได้เรื่อยๆ แบบไม่จำกัดเวลาในการเรียน แถมยังมีคอร์สที่น่าสนใจอีกมากมายให้เลือกเรียนเพื่อรีสกิลและอัพสกิล 

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 CareerVisa Thailand ได้จัดงานอีเวนต์ Career Ready Boot Camp 2020 X Career อีเวนต์ข้ามสายตัวจริงสู่โลกดิจิทัล โดย คุณปูน นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ CEO & Co Founder จาก Conicle ได้มาร่วมพูดคุยในหัวข้อช่วง Future Of Learning การเรียนรู้แห่งอนาคต ! 

Conicle คือใคร?

คุณปูน :  Conicle ก็คือ Learning platform เป็น ED Tech ที่เข้าไปช่วยองค์กร เช่น AIS ,PTT ,CP All องค์กรก็จะนำ Learning Platform ไปพัฒนาพนักงาน บุคลากรในองค์กร  ไม่ว่าจะเป็นการ Reskill Soft Skill หรือว่า Digital Skill ใหม่ๆ ทีนี้ Learning Platform ก็จะเข้าไปช่วยพัฒนาองค์กร อีกนัยยะนึง Conicle นอกจากจะเป็น ED Tech แล้ว ยังเป็น HR Tech ด้วย ก็ทำเรื่องเกี่ยวกับพัฒนาบุคลากรในองค์กร

วิวัฒนาการการเรียนรู้ที่เริ่มมาจากการเรียนเป็น Offline ผ่าน Classroom จนมาถึงในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำมากขึ้น ทำให้คนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ไปอย่างไรบ้าง?

คุณปูน : จริงๆ แล้วมันมีกราฟอันนึงที่ผมเห็นตัวเกี่ยวกับเรื่องของ Higher Education ก็คือว่าปกติแล้วในมหาวิทยาลัยจะเรียนกันใน Class ในห้อง ซึ่งในกราฟมันบอกว่า วิธีการเรียนในแบบ physical หรือว่าในห้องเรียนมีจำนวนลดลง เพราะมหาวิทยาลัยเองเค้าก็ต้องปิด ทำให้การเรียนการสอนแบบในห้องเรียนก็ต้องระงับตามไปด้วย แต่ว่าการเรียนในรูปแบบของออนไลน์มันมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นมา สาเหตุที่แท้จริงแล้วน่าจะเป็นเพราะสถานการณ์โควิดที่มา force ให้เกิดตรงนี้มากกว่า

คำถามที่น่าสนใจคือว่า หลังโควิดนั้นการเรียนรู้จะเป็นไปในทิศทางใด ถ้าสมมุติว่าทุกคนสามารถเรียนในคลาสได้แล้วจะยังเป็นแบบนี้อยู่รึเปล่า?

ในมุม Conicle มองว่าจริงๆ แล้ว การเรียนแบบออฟไลน์กับออนไลน์นั้นมีจุดแข็งของมันอยู่ทั้งคู่ ในภาพของ Learning ในอนาคตจะเป็น “Blended Learning” การผสานกันระหว่างตัวออนไลน์ที่จะเรียนแบบ self learning เรียนผ่าน Online Course, Mobile App, Website  หรือว่า Learning materials ต่างๆ

แต่ว่าถ้าเป็นออฟไลน์ในรูปแบบของการ Face to face, Workshop หรือการเรียนใน Classroom มันก็จะยังคงอยู่ เพราะว่าข้อดีของมันเป็นเรื่องของ interaction ระหว่างคนกับคน หลังจากที่โควิดฟื้นขึ้นมาหน่อย การผสมผสานการเรียนแบบ Blended Learning ก็จะเห็นได้ชัดขึ้น

รูปแบบการเรียนรู้แบบเดิมๆ ในอดีต อาจจะไม่สามารถนำมาใช้ในยุคปัจจุบันได้แล้ว?

คุณปูน : “คืออันนี้ผมอาจจะมองภาพรวมขึ้นมาอีกนิดนึง การศึกษากับการเรียนรู้มันคนละภาพกัน คือขอย้อนไปเมื่อ 300 ปีที่แล้ว รูปแบบโมเดลที่เราดีไซน์เรื่องเกี่ยวกับการศึกษาปัจจุบันมันตกทอดมาจากยุคปฏิวัตอุตสาหกรรม คือว่า เราพยายามที่จะให้ Skill หรือ Knowledge เฉพาะด้านกับคน การเรียนรู้ในสมัยก่อนมัน Physical หมด ทุกคนต้องเข้ามาในคลาส ทุกคนต้องเรียนลักษณะแบบ curriculum คือต้องเป็นเสต็ป 1 2 3 4 เป็นแบบ Standardize บวกกับการยัดใส่ความรู้เข้าไป เพราะว่าสุดท้ายมันถูกกลืนไปด้วยคำว่า Job Market ต้องการอะไรบ้าง สกิลอะไรบ้าง ดังนั้นในแง่ของหน่วยงานที่เป็นภาคการศึกษาต้องมีคณะหรือวิชาที่ตอบโทย์ Job market นั้น 

แต่ในโลกยุคปัจจุบันพอมีเรื่องของดิจิทัลเข้ามาแล้วก็การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งมวลเรื่องของ Disruption เองหรือว่า Transformation มันทำให้ Job market อาชีพต่างๆ จะเกิดการเปลี่ยนไปยังไงในอนาคต

จริงๆ อาชีพที่เกิดใหม่ถ้าเห็นได้ง่ายที่สุด อย่างเช่น Conicle เองเราหาคนที่จะมาทำหน้าที่ IOS Developer แต่ถามว่า IOS Developer เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนที่เราไม่มีไอโฟนมันไม่มีอาชีพนี้ ทุกวันนี้ใน Recruitment เองหรือในองค์กรที่หาตำแหน่งเรียกได้ว่ามันคืออาชีพหนึ่ง ต่อไปนี้มันก็อาจจะเกิดอาชีพใหม่ๆ ในแง่องค์กรเองก็จะมีอาชีพแบบนี้ ส่วนในแง่ของคนทั่วไปก็มี Youtuber ก็จะมีอาชีพที่เกิดใหม่เรื่อยๆ

พอ Job Market มันมีความหลากหลายมาก รูปแบบการเรียนในรูปแบบเก่ามันเริ่มใช้การไม่ได้แล้ว มันก็ต้องมาดูว่าจะต้องทำยังไง ซึ่งเราจะได้ยินคำว่า “Personalize Learning” มีเรื่องของ Digital Platform ขึ้นมามันเกิด Data ขึ้นมามากมาย แล้ว Data มันก็จะไปดูได้ว่าแต่ละคนต้องการทักษะอะไรเพื่อที่จะ Achieve Career ที่มันหลากหลายมากขึ้น

การเรียนรู้ในปัจจุบันไม่มีมาตรฐานแบบเมื่อก่อนอีกต่อไป เนื่องจากอาชีพหลากหลายมากขึ้น แล้วจะทำยังไงให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ?  

คุณปูน : ใช่ครับ แล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นจะต้องตามมาตรฐานเหมือนเมื่อก่อน แต่ตอนนี้มันอาจจะมีไกด์ไลน์ว่า ถ้าอยากเป็นอาชีพนี้จะต้องมีทักษะอะไรบ้าง แต่วิธีที่ผู้เรียนจะเข้าไปเติมสกิลนี้มันก็มีหลายวิธี พูดง่ายๆ ว่าพอเรามองว่าเราต้องเรียนอะไร ตัว Method ในการเรียนมันก็หลากหลาย อ่านหนังสือก็อาจจะได้ความรู้ การ Coaching ก็เป็นอีกวิธีนึง จะออนไลน์ ออฟไลน์ เวิร์คชอป หรือว่าเป็นตัวออนไลน์คอร์สก็ได้ความรู้เช่นกัน

ที่พูดมาเพื่อจะแสดงให้เห็นว่า ตัว MOOCs ที่มัน Fail เพราะว่า Fundamental ของมันยังเป็นยุคเก่าอยู่ ตัว MOOCs ก็คือ Massive Open Online Course ก็คือคอร์สออนไลน์นั่นแหละ กับตัวผู้เรียนมันไม่ได้ Relate กัน

ในปัจจุบันเราอาจจะไม่ได้ดีไซน์ Experience มาเพื่อให้เป็นการเรียนออนไลน์ แต่ว่ายกออฟไลน์มาเป็นออนไลน์ให้ผู้เรียนเลย ตรงนี้เราควรจะคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง?

คุณปูน : “จริงๆ แล้ว Conicle เองก็มีคอร์สออนไลน์ร้อยกว่าหลักสูตรให้กับองค์กรต่างๆ ได้เข้ามาเรียน เรามี Stat  ว่า คอร์สที่มีความยาวเกิน 2 ชั่วโมงคนจะเรียนไม่จบ ทุกอย่างจะต้องกระชับขึ้น หรือ ใน 2 ชั่วโมงเราต้องย่อยอีก ทุกอย่างต้องกระชับขึ้น อย่างเช่นว่า 5 นาที ไม่เกิน 10 นาที เรื่องพวกนี้เพื่ออะไร มองว่าเป็นเรื่องของ Consumer Behavior คือถ้าเราไป Force หรือ Standardize มันก็จะทำให้ทุกคนไม่สามารถ achieve ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจ Behavior ของคนได้ ก็อาจจะมี achievement มากขึ้น ทีนี้มีอีก Insights นึง อัตราการเริ่มเรียนก็น้อยลงกว่าเดิมด้วย ความหมายคือถ้าคอร์สนั้นมีระยะนานคนจะกด Start Learning น้อย ผมว่ามันเป็นเรื่องเดียวกับที่เราซื้อหนังสือมาอ่าน ถ้าเล่มเล็กเราก็จะเริ่มอ่านได้ง่าย แต่ถ้าเล่มหนาก็อาจจะไม่แม้แต่จะเปิดอ่านเลย

ในฐานะที่คุณปูนทำงานกับ LMS องค์กรใหญ่ๆ มามากมาย พอยกตัวอย่างได้ไหมว่าฝั่งองค์กรต้องการที่จะให้คนพัฒนาไปในด้านไหน? ต้องมีความรู้ในเรื่องอะไร? แล้วต้องมีทักษะอะไรบ้าง?

คุณปูน : ในมุมของ Conicle เองเราก็ไปดูลูกค้าเรา แล้วก็มองในเรื่องของ Data ที่เกิดขึ้นใน Platform แล้วก็เอามา วิเคราะห์แล้วก็ดีไซน์ออกมาเป็น Model แบ่งออกมาเป็น 4 แขนงด้วยกัน ของ Conicle ทุกองค์กรมี 4 Main Skills คือ

1. Professional Skill ก็คือตามสายงาน อย่างเช่นว่าถ้าเราเป็น Marketing เราก็ต้องมีสกิลด้าน Marketing ก็คือเป็นสกิลที่คนในสายงานนั้นๆ ต้องมีอยู่แล้ว  

2. Digital Skill สกิลด้านนี้เป็นไปได้ตั้งแต่ Digital literacy คือการเข้าใจบทบาทของดิจิทัลในเบื้องต้น หรือแม้กระทั่งแอดวานซ์ขึ้น ตัวดิจิทัลก็จะแบ่งเป็นอีก 4 D คือ 1) Development 2) Data 3) Design และ 4) Digital Business ก็คือตัวนี้จะไปเกี่ยวข้องกับตัว Professional อย่างเช่น ถ้าเราเป็น Finance อย่างน้อยเราต้องรู้เรื่อง Fintech ถ้าเราเป็น HR ก็ต้องรู้เรื่อง HR Tech ก็คือจะต้องมี Digital Skill  เป็นอีกหนึ่งแขนงสำคัญ เดี๋ยวตรงนี้เราจะไปเจาะลึกกันอีกที 

3. People SKill ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Communication หรือ Collaboration ก็จะเป็นเรื่องของการเข้าใจเพื่อนร่วมงาน การเข้าใจผู้อื่น รวมถึง Leadership skill ด้วย

4. Life Skill คือการเข้าใจตัวเอง เริ่มตั้งแต่จัดการตัวเองในเรื่องต่างๆ เช่น Personal Finance หรือการจัดการสุขภาพตัวเอง รวมไปถึง Stressed Management คือที่ผ่านมาจะมีหลักสูตรที่เป็นที่นิยมของลูกค้าองค์กรมากก็คือ การจัดการบริหารความเครียดในช่วงวิกฤต บริหารจัดการอารมณ์ของตัวเอง ในมุมของเรามันมีทั้งเรื่องเกี่ยวกับงานที่เครียดอยู่แล้วเจอวิกฤตอีกก็ค่อนข้างหนักไปใหญ่

เจาะลึกด้าน Digital Skill กันซักหน่อยดีกว่า ว่ามันจำเป็นต่อการทำงานในยุคดิจิทัลยังไงบ้าง? 

คุณปูน : Digital Skill เมื่อก่อนเราจะมองว่าเป็นแค่ Developer Programmer Programming จริงๆ ต้องบอกว่าพอมาจุดนี้ มันกระทบกับทุกคนในองค์กรไม่ว่าจะเป็น Front line หรือผู้บริหารระดับสูง ตรงนี้ในแง่ของดิจิทัลสกิลไม่ว่าใครก็จะต้อง Transform

อย่างแรกก็คือ Development ก็จะเป็น Programming Engineering การเขียนโปรแกรมต่างๆ ถ้าคนที่จะจบหรือจะมาทำงาน development ถ้าไม่จบมาตรงสายก็จะดูไกลตัว แต่อย่างที่ Conicle ก็จะมีคนที่เรียน Business มาเป็น Front end Developer ก็มันสามารถรีสกิลกันได้ครับเรื่องพวกนี้ แล้วก็ Development คนที่เป็น non-developer ผมคิดว่าถ้าเราจะทำงานกับอย่างน้อยเราต้องเข้าใจการทำงานของ โลกในยุคหน้าจะเป็นลักษณะการหลอมรวมกันของแต่ละสาขาอาชีพ อย่างเมื่อก่อนเราจะมีมนุษย์ไฟแนนซ์ มีนักขายมือทอง ทุกคนดูมีรั้วของตัวเอง แต่ว่าในอนาคตเราจะเป็นลักษณะของ Generalist แต่ว่าก็จะยังมีตัวแกนหลักอยู่ สมมุติว่าเราเป็น Developer เราก็อาจจะมีไปแตะเรื่องของ Design และ Business ด้วย อย่างคนที่ทำ Business ก็ต้องคุยกับ Developer 

อันที่สองคือเรื่องของ Data ตอนนี้พอ Digital revolution เข้ามา Data ติดอยู่บน cloud เยอะมาก ทีนี้ทุกคนก็จะถามว่าเราจะจัดการยังไง คือตอนนี้ส่วนมากจะมีบริษัทที่ทำเรื่อง Data จริงจังส่วนมากจะเป็นบริษัท tech ที่เก็บข้อมูลทุกอย่างเพราะว่าทั้งหมดมันเป็นการ Create value ในเชิง business เอามา Create product service ใหม่ๆ ทีนี้ Data จริงๆ ถ้าลงลึกก็จะมี Data Engineering, Data Scientist, Data Analytics แต่ละสายงานก็จะมีสโคปงาน แต่ว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ องค์กรต่างๆ หรือสตาร์ทอัพก็จะมี Position นี้ อย่าง Conicle ก็จะต้องเพิ่มตำแหน่งนี้ขึ้นมาเพราะว่า data ในระบบเริ่มเยอะแล้ว  

ต่อมาคือ Design ทุกอย่างมันต้องอาศัยการออกแบบทั้งหมดในเรื่องของ Product และ User experience แม้กระทั่งเรื่อง Content ที่เราต้องทำให้ง่าย เรื่องดีไซน์เป็นสิ่งสำคัญมากในตอนนี้ ไม่ว่าเป็น Product Design หรือ Content communication design ล้วนแล้วเป็นเรื่องที่ควรจะให้ความสำคัญ

และตัวสุดท้ายคือ Digital Business  อันนี้ก็จะเป็นอย่างที่บอกครับ Fintech HR Tech คือถ้าสมมุติผมทำงานสายไฟแนนซ์ปัจจุบันนี้ต้องรู้แล้วว่า Blockchain มันคืออะไร อย่างน้อยต้องรู้เรื่องและเข้าใจว่าดิจิทัลมันมีบริบทยังไง ส่งผลกระทบต่อสายงานเรายังไง

อยากให้อธิบายเรื่อง Blended Learning ที่ Conicle เอามาใช้ให้ฟังหน่อยว่าคืออะไร และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ยังไงได้บ้าง?

คุณปูน : “จริงๆ นัยยะของมันเรากำลังมองว่ากระบวนการเรียนรู้ของคน เราต้องมีการรีเสิร์ชข้อมูล คือกว่าเราจะได้ในแง่ของทักษะ ได้เรียนรู้เรื่องๆ นึงมันก็จะมีกระบวนการของมันอยู่ สมมุติว่าถ้าในวิชานั้นมี 70 ​: 20 : 10 เราบอกว่า Achievement ที่จะได้สกิล

10% แรก ก็คือการเรียนแบบ insert ข้อมูลมาก่อนเป็น Structure ให้เห็น เรียนทฤษฏีให้จบ จะเป็นการเรียนออนไลน์ก็ได้ ไปอ่านหนังสือก็ได้ ผู้เรียนจะรับข้อมูลได้แค่ 10% เองครับ 

20% ถัดมา เราจะต้องแลกเปลี่ยนกับคนอื่น โดยเฉพาะแลกเปลี่ยนกับคนที่เก่งกว่าเรา คุยกับอาจารย์ คุยกับโค้ช คุยกับเมนเทอร์ แล้วก็มาดูว่าสิ่งที่เราเข้าใจเทียบกับคนที่เก่งกว่าเรา เขาเข้าใจยังไง อาจจะเรียนรู้ได้ผ่านการทำ Workshop การเข้า Class  หรือว่า Group Learning  แม้กระทั่งการรับชมผ่าน Live ที่สามารถถาม-ตอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้

70% ที่เหลือ เป็นสัดส่วนที่ใหญ่มาก เพราะมันคือการไปลงมือทำจริง ก่อนหน้านี้เราได้ข้อมูลที่เราเรียนมา ได้ข้อมูลเรื่องที่อยากรู้มา แล้วก็มาคุยกับเพื่อน โค้ช หรือคนที่ทำงานสายนั้นๆ ที่เราสนใจ จนทำให้เราเข้าใจจุดที่เราไม่เข้าใจแล้ว แต่สุดท้ายเราจะไม่สามารถ Achieve ได้เลย ถ้าเราไม่ได้ลงมือทำ ซึ่งมันเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนทั้งหมด

โดย Learning Platform เองเมื่อก่อนเราไป concentrate อยู่ที่ 10% หรือ 20% แรก แต่พอมาในปัจจุบันเราก็เริ่มที่จะทำให้ 20% นั้นเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น การทำให้คลาสมีความดิจิทัลมากขึ้น มีการให้ทำ Assignment ระหว่างคลาส โดยใช้ Platform เข้าไปช่วย หรือเป็นการไลฟ์ต่างๆ อันนี้ก็จะเป็นตัวช่วยเสริม 20% นั้นขึ้นมา

ในส่วนของ 70% ที่เหลือ ตัว Platform เองก็อาจจะไม่ได้เข้าไป Deliver Experience ตรงนั้นได้ แต่ว่าเราสามารถที่จะเช็คลิสต์หรือไกด์ได้ว่า ถ้าจะ Learning by doing หรือว่า On the job training จะต้องทำอะไรบ้าง มี Step การทำแบบไหนบ้าง 

“คีย์สำคัญที่สุดของเรื่องทั้งหมดก็คือ เรื่องของการประเมินผลการเรียนหรือการสอบนั่นเอง ถ้าสอบภาคทฤษฎีก็จะวัดได้ใน 10% แรก แต่การสอบภาคปฏิบัติจะสามารถวัด Result ของการทำงานได้

อย่างเช่น ถ้าเราอยากเป็น Android Developer ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่บอกว่าเราได้สกิลนั้นแล้วก็คือ การสร้าง Application ขึ้นมาตัวนึงเพื่อเป็นบทพิสูจน์ว่าที่เราเรียนมาสามารถนำมาใช้ได้จริง

ความสำคัญของงาน Design คืออะไร และการ Design สำคัญแค่ไหนในปัจจุบัน รวมถึงเข้าไปมีบทบาทอย่างไรกับอาชีพดิจิทัล?

คุณปูน : เมื่อก่อน ผมยกตัวอย่างเรื่อง Web Development สมมุติว่า เราจะทำเว็บขึ้นมาซักอันเราบอกว่าเรามีโปรแกรมเมอร์คนเดียวพอแล้วก็ทำเว็บขึ้นมา เว็บนั้นไม่ต้องมี Business ไม่ต้องมี Design มันก็เป็นเว็บขึ้นมาคนจะเข้ามาใช้หรือไม่เข้ามาใช้ก็ตาม ก็คือจะเป็นแบบใน 1 หน้าจอมีทุกอย่าง แต่ว่าพอเว็บมันเยอะขึ้นมาก มีหลายสิบ หลายร้อยล้านเว็บไซต์ มันเกิดขึ้นมาทุกวินาที ดังนั้น Business ก็ต้องเข้าไปบอกว่าต้องทำยังไงให้ตัวเว็บที่เป็น Product และ Service มัน Achieve ได้ คือมีคนเข้ามาใช้แล้วเกิด Value ขึ้น เกิด Economy ขึ้น

แต่ว่าสุดท้ายแล้วผมว่าเว็บ A กับเว็บ B มันสามารถ Access เข้าไปหา User ทั้งคู่ มันก็จะมาตัดสินกันที่ว่าเว็บไหนใช้ง่ายกว่ากันหรือว่า User ใช้แล้วรู้สึกใช้ง่ายและอยากใช้งานต่อมากกว่ากัน

ดังนั้นแล้วเราจะเห็นว่า Facebook ก็พยายามปรับนู่นนิดนี่หน่อย ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องของดีไซน์ทั้งหมด เพื่อให้เข้ากับ Behavior ของ User มันคือการดีไซน์บวกกับการทดลองทำ แล้วก็เก็บข้อมูลมาพัฒนาต่อ ดังนั้น Development, Design, Data และ Digital Business ก็เหมือนกับว่าจะต้องทำงานร่วมกัน”

สำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้ อัพสกิล และฝึกฝนตัวเองในด้านต่างๆกับ Conicle สามารถเข้าไปดูรายละเอียดและสอบถามได้ที่ 

Conicle Facebook Page :  https://web.facebook.com/conicleinc/

Conicle Website : https://www.conicle.com/

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

จุดเริ่มต้น จุดพลิกผัน และจุดที่ทำให้ธุรกิจของ Conicle ไปต่อได้และเติบโตในระดับ Series A

จุดเริ่มต้น จุดพลิกผัน และจุดที่ทำให้ธุรกิจของ Conicle ไปต่อได้และเติบโตในระดับ Series A

จุดเริ่มต้นของการมาทำ Start up ด้านการศึกษา (ที่มี Passion อย่างเดียวไม่พอ) วันนี้เราจะพาทุกคนไปเปิดประตูบ้านแห่งการเรียนรู้และเจาะลึกการดูแลบุคลากรภายในองค์กร EdTech Start Up ด้าน Learning Platform ที่พัฒนาบุคลากรให้กับองค์กรชั้นนำมากมายกว่า 30 ราย

Future of Learning เทคนิคการเรียนรู้เพื่ออยู่รอดในอนาคต โดย คุณ นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ CEO & Co-Founder at Conicle

สนใจเปลี่ยนสายงาน และอยากมีสกิลด้านการเรียนรู้ที่เหมาะกับโลกยุคหน้า แต่พลาดฟังไลฟ์ในงาน CRBC เราได้สรุป Talk และประเด็นที่น่าสนใจไว้ให้คุณแล้ว สรุปประเด็นสำคัญจาก Career Ready Boot Camp 2020 X Career อีเวนต์ข้ามสายจากตัวจริงในแต่ละธุรกิจ

เทคนิคการสร้าง Talent Pipeline เพิ่มจำนวนผู้สมัคร หาคนที่ใช้ให้ทัน 30 วัน!

คุณกำลังเสียเวลาไปกับคนที่ไม่ใช่ “Right People” สำหรับองค์กรอยู่รึเปล่า? เปลี่ยนมาใช้ Lead Generation ในการหาคนที่ใช่กันดีกว่า กับ 5 เทคนิคการสร้าง Talent Pipeline เพื่อเพิ่มยอดสมัครภายในระยะเวลา 30 วันกันดีกว่า!