เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น UX/UI Designer กับคุณอิง ดาริน สุทธพงษ์ CEO of Hato Hub

ไลฟ์สดพูดคุยกับ Guest Speaker ของช่วง X Career : ข้ามสายTalk เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น “UX/UI Designer” กับคุณอิง ดาริน สุทธพงษ์ CEO of Hato Hub

คุณอิง ดาริน สุทธพงษ์ CEO แห่ง Hato Hub ,Founder & CEO Indie Dish เป็นที่ปรึกษาด้าน UX Design ให้กับบริษัทและมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทย, เคยรับตำแหน่ง Lead UX Designer ให้กับบริษัท Amazon.com และยังมีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 10 ปีกับกลุ่มบริษัท US Fortune 100 Companies

และนี่คือประเด็นที่เราสรุปมาให้จากไลฟ์ [ X Career ss2 EP.5] ข้ามสาย Talk Ep.5 เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น “UX/UI Designer”

เส้นทางอาชีพของคุณอิง

แรกเริ่มคุณอิงจบปริญญาตรีทางสาย Animation Graphic และได้ทำงานเป็น Motion Graphic Designer อยู่ในวงการ Entertainment เป็นเวลาประมาณ 8 ปี หลังจากเริ่มมีงานด้าน UX เกิดขึ้นในอเมริกา คุณอิงจึงเริ่มผันตัวมาทำงานสาย UX ซึ่งที่ Amazon คุณอิงทำงานเป็น UX Designer และ UX Design Lead อยู่เป็นเวลา 4 ปี

หลังจากกลับมาไทย คุณอิงจึงเริ่มทำ Startup ในชื่อ “Indy dish” โปรเจกต์ที่ตั้งใจอยากส่งต่ออาหารที่ดีให้กับทุกคนผ่านแพลตฟอร์มที่เรียกว่า ‘Sustainable Food Delivery’ หรือเรียกง่ายๆ คือเป็น Marketplace for Healthy food มีทั้งบริการรับส่งอาหาร และมีสินค้าเป็นอาหารเป็นของตนเอง

และเมื่อไม่นานมานี้คุณอิงได้เปิดบริษัท Hato Hub ที่นำเอาเทคโนโลยีจากแอปฯ Indy dish พัฒนามาเป็น Service Software ที่ Scale ให้ร้านอาหารได้ส่งอาหาร-รับ Order ได้ดีขึ้น ซึ่งตอนนี้มีร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการมากกว่า 200 กว่าสาขาภายในเวลา 5 เดือน

เล่าประสบการณ์การทำงานที่ Amazon

คุณอิงได้ไปทำงานให้ Amazon ตำแหน่งแรกคือ UX Designer ตอนแรกทีมที่เข้าไปคือ Customer Services Technology ซึ่งเป็นหลังบ้านของ Amazon ที่ทำเกี่ยวกับการรับ-ส่ง Order

ภายหลังได้มาเป็น Lead UX Designer คุณอิงเป็นคนริเริ่มทำโปรเจกต์ Amazon Redesign ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่มาก ๆ เพราะเป็นการ Redesign UX ของทั้ง Amazon

โปรเจกต์ที่คุณอิงเข้าไปทำจะเป็นการสร้าง Purchase Experience มันคือทุกสิ่งตั้งแต่ Ordering, Tracking, Return, Customer Service ซึ่งเป็นงานที่รู้สึกว่าภูมิใจเพราะเป็นครั้งแรกที่ Make the case กับผู้บริหารได้ว่าคุณต้องลงทุนกับ UX และคุณอิงสามารถทำให้เกิดมาได้ในตอนนั้น

ด้านแนวคิด Amazon มี Culture แปลกๆ ที่เรียกว่า Peculiar วัฒนธรรมองค์กรของ Amazon คือ Design ล้วน ๆ ทุกอย่างจะให้ความสำคัญกับลูกค้ามาก จะต้องคิดค้นตลอดว่าจะทำยังไงให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี

ยกตัวอย่างเช่น กระบวนการทำงานในทุกโปรเจกต์ของ Amazon จะเริ่มต้นด้วยกระดาษ 1 แผ่น ที่เรียกว่า “Press release” คือการเล่าว่า ถ้า Product launch ออกไป สื่อต่างๆ จะเขียนข่าวถึงเราว่ายังไง

ซึ่งไอเดียนี้มาจาก Jeff Bezos CEO ของ Amazon เป็นแนวคิดของการ Working Backward คือเริ่มจากผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จก่อน แล้วค่อยไปหาวิธีทำให้ถึงผลลัพธ์นั้น

UX Designer ใน Amazon ต่างกับที่อื่นยังไง

UX ใน Amazon แทบจะไม่ได้จับคอมพิวเตอร์ คือไม่ได้จำเป็นต้องมาสาย UX แบบ Technical แต่จะต้องจะมีความ Business ในตัวพอสมควร ซึ่งหากเป็นที่อื่น UX ส่วนใหญ่จะมี Requirement มาแล้วแค่มีหน้าที่ต้อง Translate เป็น UI

ยิ่งในฐานะที่เป็น Core Team เราต้องเป็นตัวแทนในการมาพูดคุย ถกเถียงให้กับหลาย ๆ คนที่อยากออก Product ของตัวเองจากทั่วโลก ดังนั้นความสามารถในการสื่อสารสำคัญมาก เพราะ UX ที่นี่ ไม่ใช่แค่ Design Product ออกมา แต่ต้องถกเถียงเรื่อง Vision ถกเถียงเรื่อง Design Decision ซึ่งเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ และเป็นมากกว่าการทำงานเพื่อความสวยงาม

UX Designer ในเมืองไทยจะเป็นลักษณะไหน

หากในเมืองไทยงาน UX Designer จะไม่ได้จำกัดความแค่ UX ยิ่งบริษัทเล็กก็ยิ่งต้องทำหลายอย่าง จะต้องมีทักษะที่หลากหลายที่จะเข้ามาช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้

อย่ามองว่าที่ตำแหน่งให้มองว่าเรามีสกิลอะไรบ้าง เพราะความจริงของงาน UX Designer ไม่ได้ทำให้งานออกมาสวยอย่างเดียว แต่ต้องรู้ว่าจะไปช่วยคนอื่นยังไงให้ของออกมาสวยด้วย ต้องหาว่าสกิลของเราสามารถไปช่วยตำแหน่งอื่นได้ไหม เช่น ไปช่วย Graphic Design ออกแบบ, ไปช่วยทำ Research เป็นต้น

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญมากสำหรับ UX Designer คือ Mindset ที่เปิดใจนั่นเอง

6 Discipline Skill ที่ต้องมีของ UX Designer

ศาสตร์แห่ง UX มีไว้เพื่อทำให้สินค้าหรือบริการตอบโจทย์ ใช้ง่ายกับมนุษย์ ทำสิ่งที่ไม่เป็นคนให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนได้ดี ดังนั้นจึงต้องมีทักษะที่สำคัญดังนี้

  1. UX Research : การศึกษาข้อมูลเพื่อเข้าใจผู้ใช้ ได้ทั้งวิธีเชิงคุณภาพ เช่น การสัมภาษณ์ และเชิงปริมาณ เช่น การทำ A/B Testing
  2. UX Strategy : กลยุทธ์และแนวทางการทำ UX ว่าจุดไหนที่ควร Focus จะทำยังไงให้ Support คนใช้
  3. Information Architecture : จัดหมวดหมู่ร้านค้า หรือ ข้อมูล Product มีอยู่ ยังไงให้ค้นหาได้ง่าย
  4. Interaction Design – How it works? (ทำงานอย่างไร) เป็นการออกแบบ Key Interactions คือ ออกแบบว่าสินค้าหรือบริการนั้นทำงานอย่างไร วิธีการใช้งานมีลักษณะเป็นอย่างไร
  5. Visual Design – How it looks? (หน้าตาอย่างไร) การใช้สี, Font เป็นอย่างไร
  6. Writing – Product – (พูดยังไง) คำที่ใช้สื่อสารใน Platform ของเรา ซึ่งในบริษัทใหญ่ๆ หรือ ตัว Product ที่ใหญ่มากๆ บางที่จะมี UX Writer ที่ไว้ออกแบบคำพูดโดยเฉพาะ

โดยหากให้เลือก Skill สำคัญของ UX ที่ขาดไม่ได้เลย คือ Interaction Design และ Visual Design

แนะนำวิธีการฝึกฝน Interaction Design และ Visual Design

ต้องเริ่มทำโปรเจกต์ และโจทย์ ฝึกแก้ปัญหาโดยใช้ Design เป็น Solution เช่น การหาโจทย์มาทำแล้วออกแบบว่าจะตอบโจทย์ด้วย Interaction แบบไหน, เลือกใช้ Design Element ของ UI ให้ถูกต้อง ซึ่งการเรียนรู้ว่ามี Tools อะไรและสามารถเลือกใช้ให้ถูกเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก

โดยคุณอิงแนะนำให้ติดต่อไปขอทำโปรเจกต์งานจากบริษัทต่างๆ ซึ่งจะมีทั้งแบบทำให้ฟรี กับแบบมีค่าจ้าง อย่างตอนที่คุณอิงเปลี่ยนสายมาเป็น UX ช่วงแรกๆ ก็ทำฟรีอยู่หลายเดือนเหมือนกัน เด็กจบใหม่หรือคนข้ามสายที่ยังไม่มีผลงานก็เน้นหาโปรเจกต์ทำเยอะๆ เพราะงาน UX วัดกันที่ผลงานเป็นหลัก

แหล่งเรียนรู้แนะนำ

คลังความรู้เกี่ยวกับ ทฤษฎีการออกแบบ : https://www.uie.com/
Take Course จาก General Assembly (https://generalassemb.ly) ถือเป็นการปูพื้นฐาน UX ที่ดี
มีคอร์สเรียนออนไลน์อีกมากมายให้เลือกเรียน แต่แนะนำว่าอย่าไปเน้นเรียนอย่างเดียว ให้เน้นทำโจทย์ ฝึกปฏิบัติดีกว่า

รู้ได้ยังไงว่าจะให้ Feedback ที่ดี

ด้วยความที่ส่วนใหญ่ในไทยทั้งบริษัทจะมี UX อยู่ไม่กี่คน ทำให้ส่วนใหญ่จะหาคนมาคอย Feedback ยาก วิธีที่ดีที่สุดคือ ต้องพยายามหา Mentor ทางด้าน UX มาทำ Design Review อย่างที่ Amazon จะมี Design Office Hour คือการเอาโจทย์มานั่ง Discuss กันเสมอ

คอมเมนต์ที่ดีสำหรับ UX คือต้อง Challenge คนที่ทำว่าทำไมถึงทำแบบนี้ หรือมีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ย ไม่ได้ดูว่าสวยหรือไม่สวย

คุณอิงแบ่งคอมเมนต์เป็น 2 แบบ

  • จาก End – Product (คอมเมนต์จากลูกค้า) : เป็น End Result คือไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรแต่รู้ว่าดีหรือไม่ดี ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นให้ปรับปรุงงานของเราได้
  • จาก UX คนอื่น หรือ Community : เพื่อหาว่าผลลัพธ์ที่เราทำมี Second Best Option อะไรมั้ย การถูก Coaching จะทำให้เราเก่งขึ้น เป็นการช่วยทำให้เราได้ Feedback ที่ดีกว่าการคิดตัดสินใจคนเดียว แต่ต้องฝึกทำ Prototype ให้เป็น เพื่อที่จะให้ Feedback ได้ถูกต้องด้วย

คุณอิงยังแนะนำว่า หากไม่ค่อยมีคนรู้จักที่พอจะเป็น Mentor ได้อีกวิธีที่ช่วยคือการดูงานของคนอื่น ไม่ควรลอกเลียนแบบจาก Product แต่ควรศึกษาจาก Function ว่า Product ในอุตสาหกรรมต่างๆนั้น มีแก้ปัญหาอย่างไร หรือลองทักไปขอ Feedback จาก LinkedIn ก็ได้

คำแนะนำสำหรับคนจบกราฟิกไปทำ UX

ต้องเข้าใจเหตุผลใน UI Design คือเข้าใจ Design Pattern/Interaction หรือแม้กระทั่ง Voice แบบต่างๆ แล้วหยิบมาใช้ได้เหมาะสม โปรเจกต์ที่ทำต้องตอบได้ว่า ปัญหาคืออะไร แก้ปัญหาด้วย Interaction Design ได้อย่างไร

เทคนิคการนำเสนอผลงาน UX

คุณอิงแนะนำว่าการสื่อสารต้องมี Benefit อย่ามีแต่ Features ในการนำเสนอต้องเข้าใจว่าคนที่จ้างเราส่วนใหญ่คือคนที่ไม่ได้รู้เรื่อง UX Key เสมอไป ดังนั้นต้องพูดให้ได้ว่างานของเราแก้ปัญหาอะไร สร้างคุณค่าอะไรให้ Business เรื่องศัพท์เทคนิค กระบวนการก็เป็นส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด หัวใจอยู่ที่การนำเสนอ Value ของผลงานเรามากกว่า

สิ่งที่อาชีพอื่นเรียนรู้ได้จาก UX Designer

Empathy : UX is all about People


งาน UX คืองานที่เกี่ยวข้องกับคน การทำสิ่งไม่มีชีวิตให้ตอบสนองกับคนได้ตรงความต้องการที่สุด ดังนั้นการมี Empathy มีความเข้าอกเข้าใจในกระบวนการ และมองเห็นเหตุและผลในการพฤติกรรมของคนจึงใช้ได้กับทุกอาชีพ ทุกขั้นตอนของการทำงาน
Solve Problem , Holistic Creative

แต่ก่อนทุกคนจะถูกสอนให้แก้ปัญหาเป็นแบบแผน แก้ปัญหาจากโจทย์ได้คือจบ แต่สำหรับ UX Designer การแก้ปัญหาต้องตอบโจทย์ในองค์รวม กล่าวคือ เวลามองปัญหาคือไม่ได้ให้แก้ให้จบๆไป แต่ทำยังไงให้ดีที่สุด ประทับใจที่สุด เหมือนเป็นการ Reframe โจทย์ในการทำงานแต่ละครั้ง ซึ่งหากมีตรงนี้ในการทำงาน งานของเราจะเป็นงานที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

นี่คือบางส่วนจากไลฟ์เท่านั้น สำหรับใครที่พลาดไป สามารถเข้าไปชมย้อนหลังได้ที่นี่เลย
https://www.facebook.com/careervisathailand/videos/348300413055500

หรือจะรอติดตามชม [ X Career : ข้ามสายTalk SS2 ] ใน EP ต่อไปได้ในสัปดาห์หน้า ใครมีคำถามอะไรก็เตรียมจดไว้ได้เลย!! เราจะหาคำตอบแบบ Exclusive มาให้แฟนเพจที่น่ารักของเราแน่นอน!! แล้วเจอกันนะ

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น Product Owner โดย แม็กซ์ ภัคพล ตั้งตงฉิน จาก Amazon.com

ไลฟ์สดพูดคุยกับ Guest Speaker ของช่วง X Career : ข้ามสายTalk เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น “Product Owner” กับ คุณแม็กซ์ ภัคพล ตั้งตงฉิน Senior Product Manager ที่ Amazon หรือที่หลายๆ คนรู้จักคุณแม็กซ์ในนามเจ้าของเพจ Max Pakapol เพจที่บอกเล่าเรื่องราว มุมมองดีๆ ตามฉบับเด็ก Harvard Business School

เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น Online Writer อาชีพนักเขียนออนไลน์ โดย ดร. กฤตินี พงษ์ธนเลิศ

สรุปไลฟ์ [ X Career SS2 EP.3] ข้ามสาย Talk Ep.3 เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น “Online Writer” ไลฟ์สดพูดคุยกับ Guest Speaker ของช่วง X Career : ข้ามสายTalk เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น “Online Writer” กับ ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ (อ.เกด) เจ้าของเพจ เกตุวดี Marumura

เปิดสูตรลับก่อนข้ามสายไปเป็น Management Consultant โดย Bluebik Group

สรุปไลฟ์ [ X Career SS2 EP.4] ข้ามสาย Talk Ep.4 เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น “Management Consultant”ไลฟ์สดพูดคุยกับ Guest Speaker ของช่วง X Career : ข้ามสายTalk เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น “Management Consultant” กับคุณโบ๊ท พชร อารยะการกุล Chief Executive Officer (CEO) of Bluebik Group