เทคนิคการทำ Digital Marketing & SEO กับงาน HR สำหรับคนไม่มีพื้นฐาน

สำหรับคนที่ไม่ได้ทำงานด้าน Digital มาก่อน แล้วอยากเปลี่ยนสายงาน หรือเริ่มนำ Digital Marketing มาใช้กับงานมากขึ้น โดยเฉพาะงานด้าน HR ที่กำลังเจอกับความท้าทายจากวิกฤต Covid-19 และการทำงานโฉมใหม่แบบ New Normal ที่ทำให้ HR ต้องปรับตัวให้เร็วกว่าตลาดงาน

เราได้นัดคุยกับคุณ Ken Sitti ผู้ซึ่งเคยอยู่ในแวดวง HR Consulting มาก่อน ได้ให้ไอเดียในการเริ่มต้นเรียนรู้งานสาย Digital ด้วยตัวเองจนปัจจุบันเป็น Entrepreneur ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketer และ SEO ก่อตั้งบริษัท 2BearsMarketing – Digital Marketing & SEO Agency Bangkok เอเจนซี่ให้บริการและมีสาขาในหลายประเทศ

จุดเริ่มต้นของการมาทำ SEO / Digital Marketing ทำอะไรมาก่อน?

สมัยตอนเรียนหนังสือไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำงานด้านไหน ก็เรียนไปตามกระแส เริ่มต้นเลยเรียนจบจากสาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วพักว่างๆอยู่ปีนึงเพราะไม่อยากทำงานด้านโยธา เลยตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้าน Business Administration ที่ San Diego State University สาขา Information System

หลังจากเรียนจบมาแล้วไปทำงานบริษัท Consulting Firm เริ่มตั้งแต่ทำเป็น IT Consultant ที่ IBM แล้วย้ายไปทำเป็น HR Consultant ที่ Watson Wyatt แล้วก็ออกมาทำบริษัทคอนซัลท์เอง ไม่เวิร์ค เลยกลับไปทำงานต่อเป็น Strategy & Operation Consultant ที่ Deloitte Consulting SEA และ PwC หลังจากทำมาเกือบ 10 ปี จึงได้ตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจตัวเอง

โดยเริ่มจากการทำธุรกิจขายของเกี่ยวกับบ้านตัวนึง (Home Improvement Product) ตอนแรกไม่ถนัดเรื่องออนไลน์ จึงทำการตลาดแบบ Offline แต่ธุรกิจยังลุ่มๆดอนๆ เลยต้องพยายามมองหาทางใหม่ๆ และได้เห็นโอกาสด้านออนไลน์จากการแนะนำของรุ่นน้องที่รู้จัก จึงมาเริ่มทำการตลาดผ่านทาง Google AdWords ซึ่งได้ผลตอบแทนที่ดีมาก ทำให้ธุรกิจดีขึ้นอย่างชัดเจน ต่อมาจึงได้เริ่มศึกษาและเริ่มทำ Facebook Ads เพิ่มเติม จนกระทั่งประมาณปี 2016 เห็นว่าธุรกิจเริ่มจะตันและมีแนวโน้มที่ไม่ดี จึงมองหาโอกาสทางธุรกิจออนไลน์เพิ่ม จนได้มาเจอ SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งศึกษาดูแล้วเกิดความสนใจ จึงได้ตัดสินใจศึกษาอย่างจริงจังและนำมาปรับใช้กับธุรกิจส่วนตัวจนเห็นผลลัพท์ที่ดี และสามารถขยายธุรกิจไปขายหลายผลิตภัณฑ์ได้ จนกระทั่งมีความมั่นใจในการทำ SEO และก่อตั้ง 2BearsMarketing – Digital Marketing & SEO Agency

ข้อแนะนำสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐาน เช่น HR จะมาทำเรื่อง SEO ทำยังไง? ต้องมีพื้นฐานอะไรบ้าง

ก่อนอื่นอยากบอกว่าการตลาดดิจิตอล (Digital Marketing) นั้นไม่ได้มีเฉพาะแค่ SEO เท่านั้น ใครที่สนใจด้านนี้ อยากให้เริ่มศึกษาจากหลายๆตัวที่เราคิดว่าเราสนใจก่อน ตั้งแต่ Google Ads / YouTube Ads (SEM), Paid Ads เช่น Facebook Ads, IG Ads, LinkedIn Ads, LINE Ads หรือแม้กระทั่ง Social Media Marketing และ YouTube Marketing ซึ่งยังมีอื่นๆอีก และค่อยดูว่าเราชอบหรือถนัดด้านไหนเป็นพิเศษ รวมถึงการทำ digital marketing ด้านไหนตอบโจทย์ธุรกิจของเรา และค่อยเลือกมาศึกษาและลงมือทำอย่างจริงจัง

สำหรับคนที่สนใจเรื่อง SEO พื้นฐานที่สำคัญที่ควรจะมีอย่างแรกเลยคือ การออกแบบและสร้างเว็บไซต์ (Website Design & Development) โดยเราไม่จำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์เองตั้งแต่เริ่มแรกทั้งหมด แต่อย่างน้อยต้องเข้าใจหลักการทำงานของเว็บไซต์ เนื่องจากการทำ Search Engine Optimization นั้นจะมีเรื่องการทำ OnPage SEO ที่เราต้องปรับปรุงเว็บไซต์ของเราให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับที่ Google ต้องการ

ถัดมาคือเรื่อง Copywriting เนื่องจาก Google ต้องการแสดงผลหน้าเว็บเพจที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของคนที่ค้นหา การเขียนเนื้อหาที่น่าสนใจต่อผู้อ่านจึงสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งรวมถึง หัวข้อ รูปภาพ และวีดีโอ ที่เลือกใช้ด้วย อีกทั้งการเขียน Copywriting ที่ดีจะมีผลต่อผลลัพท์ที่เราต้องการด้วย เช่น ลูกค้าสนใจซื้อสินค้า คนที่หางานสนใจสมัครงาน เป็นต้น

เรื่องสุดท้ายคือ Learning Mindset เนื่องจาก Google นั้นมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาเร็วมาก การทำ SEO นั้นจึงต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ซึ่งรวมถึง Technical Skills บางอย่างด้วย ดังนั้น Mindset จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก คนที่สนใจ SEO ต้องหมั่นเรียนรู้เพิ่มทักษะของตนเอง และทดสอบผลลัพท์จากที่ลงมือทำลงไป

แนะนำเทคนิคการทำ SEO สำหรับผู้เริ่มต้น ง่ายๆ 5 อย่าง

การทำการตลาดออนไลน์ก็คือการลงทุนด้านการตลาดที่เราต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าจากการลงทุน ดังนั้น สำหรับเทคนิค SEO แรกที่อยากให้คนที่เริ่มต้นเรียนรู้เลยคือการทำ Keyword Research ซึ่งเป็นการค้นหาว่าคีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาไหนที่สามารถทำเงินหรือให้ผลลัพท์ที่ต้องการกับเราได้ โดยที่มีการแข่งขันไม่สูงและอยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้

เทคนิคต่อไปคือเรื่อง OnPage SEO คือการเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimize) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเรา เริ่มตั้งแต่การวางโครงสร้างเว็บไซต์ และจับคู่หน้าเพจ (Web Page) ที่ต้องการให้ติดอันดับบน Google กับคีย์เวิร์ดหลัก (Primary Keyword) และอาจมีคีย์เวิร์ดรอง (Secondary Keywords) ที่ใกล้เคียงเพิ่มเข้าไปด้วย

หลักจากนั้น ก็เข้ามาปรับ Page Title, URL, Header, Content, Image Alt Text และ Internal Linking

Internal Linking คือการมีลิงค์กันระหว่างหน้าเพจในเว็บไซต์ ซึ่งมีส่วนในการบอก Google ว่าหน้าไหนในเว็บไซต์ของเรานั้นสำคัญ โดยทั่วไปแล้ว หน้าเพจที่สำคัญที่สุดและควรที่จะมี Internal Linking มากที่สุดก็คือหน้า Home นั่นเอง

สิ่งที่อยากแนะนำให้ทำก็คือ การเพิ่มบทความ (post) ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทหรือธุรกิจของเรา และอัพเดตเนื้อหาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ อย่างน้อยแค่สัปดาห์ละครั้ง หรือเดือนละ 2-3 ครั้งก็ได้ การที่เราเพิ่มเนื้อหาเพิ่มเข้าไปในเว็บไซต์นั้น ทำให้เว็บไซต์เราดู Active และยังมีประโยชน์เรื่องการเพิ่ม Internal Linking ไปยังหน้าที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

ส่วนเรื่องการทำ OffPage SEO นั้นเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือเว็บไซต์ของเรา และมีความซับซ้อน จึงยังจะขอไม่อธิบายในตอนนี้

ชีวิตเปลี่ยนแปลงยังไงบ้างหลังจากผันตัวมาทำ Digital Marketing & SEO

ตั้งแต่เริ่มทำด้าน digital marketing อย่างจริงจัง สิ่งแรกที่เห็นเลยคือ Freedom in Workplace การที่มีอิสระในการทำงานมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องออกอยู่ออฟฟิศตลอดเวลา สามารถทำ laptop ออกไปนั่งทำงานที่อื่นๆได้

สิ่งต่อมาก็คือ New Income Stream เป็นการเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง ที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะมากเหมือนกับการตลาดแบบ offline เช่น การมีหน้าร้าน ต้องไปจ้างเซลล์วิ่ง จึงเหมาะสำหรับคนที่มีงบประมาณไม่เยอะมาก โดยที่ถ้าเราสร้างพื้นฐาน (Foundation) ที่ถูกต้องแล้ว ก็จะ มี Potential Leads เข้ามาหาเราเอง

โดยรวมแล้ว ชีวิตดีขึ้น ไม่ต้องเครียดมาก เนื่องจากสามารถเลือกวิถีการทำงาน (Work Lifestyle) ของตัวเราเองได้ ทำงานที่ไหนก็ได้ เช่น ในร้านกาแฟ แม้กระทั่งทำงานที่ต่างประเทศ

Digital Marketing ยังสามารถช่วยในการขยายธุรกิจได้ (Scalable) ผ่านหลายๆเทคนิค เช่น การเพิ่มคีย์เวิร์ดในการค้นหา การโฆษณาไปกลุ่มเป้าหมายอื่นที่มีศักยภาพ การเพิ่มชนิดสินค้าหรือบริการ การทำเว็บไซต์เพิ่ม ดูเทคนิคเพิ่มเติมได้ที่นี่

สามารถนำ SEO มาปรับใช้กับงาน Human Resources (HR) ได้ยังไงบ้าง?

อยากขอยกตัวอย่างสำหรับคนที่เป็น HR ว่าสามารถนำดิจิตัลมาร์เก็ตติ้งมาใช้ในการทำ Employer Branding ได้

โดยทำการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย เช่น นักศึกษาจบใหม่ในสาขาอาชีพที่เราต้องการ พนักงานหรือผู้บริหารในบางตำแหน่ง เป็นต้น และทำการเก็บข้อมูลที่ได้ลงในฐานข้อมูลบริษัท อีกทั้งมีการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เป็นระยะ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายนั้นรู้จัก Employer Branding ของบริษัทเรามากขึ้น

HR ในปัจจุบันมีความต้องการสร้าง Employer Branding ให้กับคนที่มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทฯ คนที่กำลังมองหางาน รวมถึงนักศึกษา ดังนั้น HR จึงจำเป็นต้องสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรออกไปสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เช่น องค์กรของเราดียังไง เป็นนายจ้างที่ดียังไง

ทีม HR สามารถเริ่มต้นได้จากการสร้าง Career Page โดยระบุข้อมูลที่สำคัญลงในหน้าเพจนี้ ตั้งแต่ แนะนำองค์กร (Introduction) วัฒนธรรมองค์กร (Culture) บรรยากาศในการทำงาน (Work Environment) รายละเอียดของตำแหน่งงาน (Job Description)

เมื่อสร้างหน้า Career Page เสร็จแล้ว เราสามารถเริ่มทำการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ เช่น Facebook Ads, Google Ads, LinkedIn Ads เป็นต้น รวมถึงการทำ SEO / Search Engine Optimization เพื่อผลลัพท์ในระยะยาว เพื่อทำการดึง traffic ของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเข้ามายังหน้าเพจนี้ ให้เราทำการเก็บข้อมูลผ่านหลายๆวิธี ตั้งแต่ Facebook Pixel, Google Tag กรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มเพื่อเก็บลงฐานข้อมูล หลังจากนั้น เราก็สามารถไปทำ Email Marketing หรือ Remarketing กับกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ได้

HR คนไหนที่สนใจ แต่ไม่มีเวลาศึกษาอย่างจริงจัง ก็สามารถเรียกให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing for Employer Branding เข้าไปทำการแนะนำและช่วยเหลือได้ หรือติดต่อสอบถามเพื่อขอคำปรึกษาได้ที่ contact@careervisathailand.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

Deliberate Practice ฝึกยังไงให้เก่งขึ้นกว่าเดิม

Deliberate Practice ฝึกยังไงให้เก่งขึ้นกว่าเดิม

เคยรู้สึกไหมว่าทำไมเราถึงไม่เก่งขึ้นในบางเรื่อง ทั้งๆ ที่ก็ทำสิ่งนั้นมานานมากแล้ว บางคนตีกอล์ฟมา 10 ปีก็เก่งเท่าเดิม ทำไม บางคนแค่ 3 ปี ก็กลายเป็นมืออาชีพ วันนี้จะเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของ การฝึกฝน ที่ทำให้เราเก่งขึ้นที่เรียกว่า ‘Deliberate Practice’

แนวทางการสร้าง Candidate Experience ด้วยเครื่องมือ LinkedIn

Linkedin ดูจะเป็น Social Media Platform ที่ยังไม่เป็นที่นิยมในไทยมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับ Social Media อื่นๆ ที่คนไทยมีจำนวน account และ active users มากเป็น อันดับต้นๆ ของโลก อย่าง Facebook, Instagram, Twitter หรือทุกวันนี้ที่มาแรงแซงทางโค้งในหมู่วัยรุ่นน่าจะเป็น Tiktok