อยาก Reskill ตัวเอง ต้องใช้เวลากี่เดือน? ถ้าเรียนออนไลน์

เราต้อง Reskill ตัวเองตั้งแต่วันนี้แล้ว ถ้าทำงานเหล่านี้อยู่!

ภายในปี 2025 งานหลายอย่างจะลดความสำคัญและเป็นที่ต้องการน้อยลง เนื่องจากหุ่นยนต์จะเข้ามาทำงานแทนได้ ซึ่งมีงาน 10 อย่างที่กำลังจะลดบทบาทลง (Decreasing job demand) ได้แก่

  1. Data Entry Clerks พนักงานคีย์ข้อมูล
  2. Administrative and Executive Secretaries เลขานุการผู้บริหาร (ที่ไม่ใช่ผู้ช่วยในการคิดและตัดสินใจทางธุรกิจ)
  3. Accounting, Bookkeeping, and Payroll Clerks พนักงานบัญชีแอดมิน
  4. Accountant and Auditors พนักงานบัญชี และผู้ตรวจสอบบัญชี
  5. Assembly and Factory Workers พนักงานโรงงานประกอบชิ้นส่วน
  6. Business Services and Administration Workers พนักงานแอดมินและซัพพอร์ต
  7. Client Information and Customer Service Workers พนักงานดูแลลูกค้าและบันทึกข้อมูลลูกค้า
  8. General Operations Managers ผู้จัดการปฏิบัติการทั่วไป
  9. Mechanics and Machinery Repairers ช่างซ่อมเครื่องยนต์
  10. Material-Recording and Stock-Keeping Clerks พนักงานนับสต็อกสินค้า

ถึงแม้เราจะกอดงานไว้แน่น แต่ความคาดหวังของนายจ้างที่มีต่อคนทำงานก็จะเปลี่ยนไปแน่นอน โดย 50% ของพนักงานจะต้องได้รับการ Reskill หรือไม่ก็ต้องพิจารณาตัวเองในการไปทำงานอื่นๆที่ยังเป็นที่ต้องการอยู่

จะ Reskill ตัวเองต้องใช้เวลากี่เดือน?

การพัฒนาทักษะใหม่ๆแห่งอนาคต แบ่งเป็น 3 ประเภท ตามระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเรียนรู้ ดังนี้

ทักษะเกี่ยวกับคนและวัฒนธรรม (People & Culture) การเขียนคอนเท้นต์ (Content Writing) การขายและการตลาด (Sales & Marketing) การเงิน (Finance) และภาวะผู้นำ (Leadership) ใช้เวลาเรียนรู้ได้ภายใน 1-2 เดือน

ทักษะเกี่ยวกับสินค้าและข้อมูล (Product Development, Data, AI) ใช้เวลาเรียนรู้ 2-3 เดือน

ทักษะเกี่ยยวกับการเขียนโปรแกรมและวิศวกรรม (Could Computing and Engineering Skills) ต้องใช้เวลาเรียนรู้ถึง 4-5 เดือน

ตัวเลขเหล่านี้มาจากไหน? ทาง World Economic Forum มีการลองเก็บข้อมูลมาจากผู้เรียน ที่เข้าไปเรียนออนไลน์ผ่านแพลทฟอร์มของ Coursera ตั้งแต่วันแรกจนถึงระดับ Mastery คือระดับเชี่ยวชาญ

แต่ในความเป็นจริง! ไม่ใช่แค่เรียนออนไลน์แล้วจบ แต่จะต้องมีการฝึกฝนทักษะ ทำ portfolio หรือลงมือทำโปรเจคจริงๆจนมีประสบการณ์

Austin Tackaberry เป็นหนึ่งในคนที่ฝึกตัวเองให้เป็น Software Engineer ใน 9 เดือน เขาตั้งเป้าโหดๆไว้เลยว่า ‘ภายใน 1 ปี จะต้องหางานในสาย Software Engineering ให้ได้เงินเดือนสูงกว่าเงินเดือนของงานในปัจจุบันที่ได้รับ’ โดยแบ่งเส้นทางไว้เป็น 5 เฟส
เดือนที่ 1: เรียนพื้นฐาน Computer Science ให้เข้าใจ Concept ทั้งหมดก่อน
เดือนที่ 2 : เรียนคอร์สใน FreeCodeCamp จนสามารถสร้าง Portfolio ในระดับ Full Stack Web App ได้
เดือนที่ 5-8: ฝึก Clean Up Code ลองเขียนโค้ดที่ยากขึ้น เขียน Open Source และเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน

แล้วเราจะ Reskill ไปทำงานอะไรดี?

งานที่น่าลองผันตัวเอง Reskill ไปทำ เพราะมีความต้องการในอนาคตสูง (Growing Job Demand) แปลว่ามีตำแหน่งงานมาก คนที่มีความสามารถยังมีน้อย คนที่มีทักษะที่สามารถทำได้ก็มีแนวโน้มที่จะได้เงินเดือนที่สูงตามไปด้วย

  1. Data Analysts and Scientists
  2. AI and Machine Learning Specialists
  3. Big Data Specialists
  4. digital Marketing and Strategy Specialists
  5. Process Automation Specialists
  6. Business Development Professionals
  7. Digital Transformation Specialists
  8. Information Security Analyst
  9. Software and Applications Developers
  10. Internet of Things Specialists

Reskill ทักษะตัวไหนคุ้มสุด?

มีทักษะอีกประเภทนึงที่เรียกว่า Cross-Cutting Skills หรือ Transferrable Skills คือ ทักษะที่เป็น Common หรือสามารถนำไป Adapt ใช้ได้กับงานหลายอย่าง เรียกว่าเรียนทักษะเหล่านี้ไปคุ้มแน่นอน

ตัวอย่าง

  • Product Marketing Skill สามารถนำไปใช้ได้กับงานอย่างน้อย 5 สายงาน ได้แก่ Data & AI, People & Culture, Marketing, Product Development, Sales
  • Digital Marketing Skill สามารถนำไปใช้ได้กับงาน Content, Data & AI, Marketing, Product Development และ Sales
  • Software Development Life Cycle (SDLC) เอาไปทำงานประเภท Cloud Computing, Data & AI, Engineering, Marketing, Product Development ได้
  • Business Management Skill ใช้สำหรับงาน People & Culture, Marketing, Product Development, Sales
  • Graphic Design ใช้กับงาน Content, Engineering, Marketing

เพราะการพัฒนาตัวเองในทักษะใหม่ๆในโลกดิจิทัล ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนสำหรับคนที่มีความตั้งใจ หากไม่อยากเป็นคนตกยุค เราต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้แล้ว

อ่านรายงานฉบับเต็มๆได้ที่ World Economic Forum

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

สิ่งที่คนทำงานต้องรู้ก่อนจบปี 2020 เพื่ออยู่รอดในยุคดิจิทัล

พราะการเพิ่มทักษะจะทำให้บริษัทสามารถเลือกได้ว่าจะเก็บใครหรือกำจัดใครออกจากองค์กร ในขณะที่บริษัทเองก็ต้องปรับรูปแบบของชุดทักษะและความรู้พื้นฐานให้ดีขึ้นเพื่อให้เข้ากับความจำเป็นในปัจจุบันขององค์กรด้วยเช่นกัน.วันนี้เราจึงนำ สิ่งที่คนทำงานต้องรู้ ก่อนจบปี 2020 มาฝากให้ทุกคนได้ตั้งคำถามกัน

วัลแคน โคอะลิชั่น จับมือ DEPA และพันธมิตร ติดอาวุธผู้พิการสู่ AI Trainers พร้อมเปิดตัว AI ตัวแรกของโลกที่คนพิการทางการมองเห็นมีส่วนร่วมในการพัฒนา

วัลแคน โคอะลิชั่น ลงนามความร่วมมือกับ พันธมิตรภาคเอกชน ส่งเสริมทักษะดิจิทัล ยกระดับการจ้างงานคนพิการ พร้อมเปิดตัว AI ตัวแรกของโลกที่คนพิการทางการมองเห็นมีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยมีสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมเป็นสักขีพยานในงาน “Empowering Disability to Thriving in Digital Era : ปลุกพลังคนพิการ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย” ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จตุจักร กรุงเทพฯ

GetLinks x Coding Room เปิดโอกาสให้คุณได้โชว์ความสามารถใน Thailand’s Top Coder Competition #Javascript ชิงเงินรางวัลรวม 50,000 บาท

การแข่งขันเพื่อค้นหานักเขียนโปรแกรมที่เก่งที่สุดในประเทศไทย เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 50,000 บาท และโอกาสในการร่วมงานกับบริษัทสาย technology ชั้นนำของประเทศมาถึงแล้ว!!