หางาน ? อยากเปลี่ยนงาน ? ก่อนออกแบบ Resume เตรียม 4 ข้อนี้แล้วรึยัง !

หางาน ? อยากเปลี่ยนงาน ? ก่อนออกแบบ Resume เตรียม 4 ข้อนี้แล้วรึยัง !

สิ่งที่นำไปใช้ได้จริง

– ขั้นแรกตัดสินใจเลือกเป้าหมายให้ชัด  3-5 งาน แล้วทำ research

– ศึกษา Job Description ให้เข้าใจถึง competency ของงาน

– เข้าลึกถึง insights บริษัท ตั้งแต่ วิสัยทัศน์ จนสภาพแวดล้อมการทำงาน

– แอบส่อง candidate profile หน่อยจะได้รู้ว่าคุณแข่งกับใครอยู่

สมัครงานสมัยนี้ง๊ายง่ายกด submit resume รัวๆ ซัก 20 ก็จบแล้ว แต่สมัครไปไม่มีคนเรียกนะคะ เงียบฉี่!!!  

ลองคิดดูสิคะ ถ้าเกิดเราส่ง resume ใบเดิมของเรา ไปหลายๆที่ ถึงแม้จะเป็นตำแหน่งเดียวกัน แต่ว่าวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละที่ หรือ ขอบเขตงาน ความรับผิดชอบอาจจะต่างกันก็ได้นะคะ องค์กรแต่ละที่ก็มี style เป็นของตัวเอง งานแต่ละ function ก็ต้องใช้ความสามารถที่ไม่เหมือนกัน แล้วเราจะทำ resume 1 อันที่ครอบจักรวาล ตอบโจทย์ในใจลึกๆของคนอ่านคงเป็นไปไม่ได้นะคะ ถ้าเราลองวิธีวัยรุ่นใจร้อนส่งแบบรัวๆแล้วไม่ work เรามาลองหางานผ่านวิธีที่ทำให้ resume ของเราเป็นงาน craft มากกว่าสินค้า mass ดีกว่ามั้ยคะ ?

Resume จะออกมาเป็นงาน craft ที่โดนใจคนอ่านได้ ต้องเริ่มจัดหนักตั้งแต่ก่อนจะเขียน Resume อีก

ในขั้นตอนการเขียน resume ปกติค่ะ เชื่อว่าทุกคนคงมี resume ที่ส่งไปสมัครงานครั้งสุดท้าย หรือที่เคยทำไว้ใน class เรียน พอเรารู้ว่าจะต้องหางาน หรืออยากเปลี่ยนงาน เราก็จะเอา resume อันเก่านั้นแลมา upadate ส่วนใหญ่การ update ของเราก็จะใส่เพิ่มเติมความรับผิดชอบใหม่ๆ หรือโปรเจคที่ “เราคิดว่า เจ๋ง !” ใส่เพิ่ม ให้มันดูมีอะไรน่าตื่นเต้นใช่ไหมคะ ปัญหาคือ Resume ก็เหมือนป้ายโฆษณา 1 ใบที่มีพื้นที่มากมายให้เราขายของค่ะ แต่ถ้าเรายังไม่รู้ว่าเป้าหมายที่เราจะขายของเหล่านี้ต้องการอะไรชัดๆ ใส่ไปมากมายขนาดไหนก็คงขายไม่ออกค่า ยิ่งใส่มากอาจจะยิ่งสับสนอีกตังหาก นอกจากเราต้องรู้ว่าเราขายใครแล้วเค้ามองหาอะไรแล้ว เราควรจะรู้อีกด้วย ว่าแข่งกับใคร การเตรียมตัวก่อนเขียน resume จึงต้องใช้เวลา และไม่ควรข้ามขั้นตอนนี้ไปเด็ดขาดค่า

เตรียมขั้น 1 : ตัดสินใจเลือกเป้าหมายที่จะสมัคร 3-5 job

เราจะมีเวลา craft resume ได้ก็จะต้องเลือกให้ดี เลือกให้คุ้มกับเวลาที่เราจะเสียไปในการเตรียมตัว ดูก่อนว่างานไหนที่เราสนใจจริง งานไหนที่เหมาะกับเรา สงสัยว่าเราจะต้องวางแผนเลือกงานที่ใช่อย่างไร? คร่าวๆก็ต้องดูว่างานนั้นเหมาะกับเราในแง่ของ ทักษะ ความสนใจ สภาพแวดล้อมการทำงาน สิ่งที่เราให้คุณค่า หรือไลฟ์สไตล์เรารึเปล่า นอกจากนั้นเราต้องดูโอกาสอีกว่าเรามีคุณสมบัติตอบโจทย์ตัวงานนั้นมั้ย 

วิธีนี้จะต้องใช้การวิเคราะห์เยอะ และต้องการเวลา

เตรียมขั้นที่ 2 : ค้นคว้าข้อมูลเรื่อง Job Description หรือขอบเขตของงานให้เข้าใจ

เคยมั้ยคะที่อ่าน Job Description แล้วบอกกับตัวเองว่า ตกลงงานนี้ทำอะไรนะ ? สิ่งที่เราควรจะโฟกัสจับความให้ได้จากการวิเคราะห์ Job Description คือ Competency 

ถ้าคุณยังไม่ค่อยแน่ใจว่า Competency คืออะไร ลอง download Harvard Competency Dictionary อ่านดู list เพื่อเห็นตัวอย่างของ ทักษะและความสามารถเหล่านี้ก่อน แล้วลองกลับไปที่​​ Job Description เพื่อเปรียบเทียบ Keywords ดูว่าตกลงงานที่เราจะสมัครต้องมีความสามารถด้านไหนบ้าง ข้อมูลตรงนี้จะช่วยให้เราเตรียมตัวเป็นคนที่มีความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานค่ะ แต่แค่นั้นไม่พอนะคะ เพราะเราต้องเป็นคนที่เหมาะสมกับองค์กรหรือกับทีมในเชิงของวัฒนธรรม หรือ culture fit อีกด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวขั้นที่ 3 จะเข้ามาช่วยค่า

เตรียมขั้นที่ 3 : เข้าลึกถึง insights บริษัท

เราไม่ควรหยุดแค่อ่านตัว Job Description เท่านั้นค่ะ แต่เราควรค้นคว้าเพื่อให้เข้าใจประเด็นต่อไปนี้เกี่ยวกับบริษัทด้วย เช่น วิสัยทัศน์หรือเป้าหมายขององค์กร แนวคิดผู้บริหาร คุณค่าและวัฒนธรรมองค์กร โครงสร้างธุรกิจ วิธีการหารายได้ คู่แข่งของธุรกิจ วิธีการทำงานที่อาจจะแตกต่างจากที่อื่น ปัญหาที่องค์กรกำลังเผชิญ ข้อมูลเหล่านี้เราสามรถหาได้จาก เว็บไซต์บริษัท การอ่านรายงานประจำปีของบริษัท การหาข่าว PR อ่านเกี่ยวกับบริษัท เพื่อให้เข้าใจภาพรวมขององค์กร ทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมถึงอนาคตที่บริษัทกำลังมองไปด้วยค่ะ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเสริมความสามารถในการทำงานของเราที่มีอยู่แล้วให้เด่นขึ้น และทำให้เราเป็นคนที่ “เหมาะสม” หรือเข้ากับตัวองค์กรได้ดีขึ้นค่า

เตรียมขั้นที่ 4 : แอบส่อง candidate profile หน่อย

อันนี้ต้องใช้วิชาส่วนตัวที่จะสืบกันหน่อยค่า ต้องเข้าใจว่าเวลาที่เราสมัครงานเราไม่ได้ยื่นอยู่คนเดียวใช้ไหมคะ แต่ว่าเราต้องผ่านด่านคู่แข่งคนอื่นที่สนใจงานเดียวกับเราอีก เพราะฉะนั้นถ้าเราได้ดูหน้าตาคู่แข่งเราก็จะรู้ว่าเราจะโดดเด่นได้อย่างไร แต่ว่าจะไปรู้ได้ไงว่าใครสมัครงานเดียวกัน trick ง่ายๆค่า เราลองไปดูประวัติงานของคนที่เค้าเคยทำตำแหน่งนี้มาก่อน ลองส่องดูใน LinkedIn ก็ได้ค่ะ เราก็จะเห็นว่าคนที่เคย qualified และมีคุณสมบัติเหมาะกับตำแหน่งนี้มีประสบการณ์ด้านไหนมาก่อน 

อย่าลืมนะคะ ก่อนจะเริ่มเขียน Resume เราต้องหางานที่ใช่ก่อน แล้วศึกษาหาข้อมูลเพื่อความแน่ใจทั้งด้าน ทักษะ องค์กร แล้วก็คู่แข่งของเรา เพราะฉะนั้นจะส่งพร้อมกัน 20 ที่เป็นไปไม่ได้ค่า แต่คุณงามความดีของการคิดเยอะในขั้นแรกจะทำให้เรามุ่งมั่นค่ะ ว่าสิ่งนี้เราเลือกมาดีแล้ว เมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วการเขียน Resume ให้ตอบโจทย์ก็จะง่ายขึ้นในทันทีค่ะ  

อยากเรียนรู้วิธีสร้าง Professional  Resume กับ CareerVisa คลิกสอบถามรายละเอียด ลิ๊กที่นี่

ปรึกษาด่วน Inboปรึกษาปัญหาการเปลี่ยนงาน หางานใหม่ ฟรีแบบกลุ่มที่ Q&A Live ลงทะเบียนฟรี Inbox แล้วบอกเราว่า “สนใจ Career Lab:Free Live Q&A” คลิ๊กที่นี่

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

จบปี 2020 หางาน, เรียนต่อ, เปิดธุรกิจ? ตอนที่ 2 : รวม 20+ ลิงค์ ทางเลือกเด็กจบใหม่ & แจกโปรโมชั่นคอร์สพัฒนาตัวเอง

ขั้นแรกตัดสินใจเลือกเป้าหมายให้ชัด 3-5 งาน แล้วทำ research ศึกษา Job Description ให้เข้าใจถึง competency ของงาน เข้าลึกถึง insights บริษัท ตั้งแต่ วิสัยทัศน์ จนสภาพแวดล้อมการทำงาน แอบส่อง candidate profile หน่อยจะได้รู้ว่าคุณแข่งกับใครอยู่

ตอบ 5 ด้านนี้ให้ได้ก่อนจะเปลี่ยนงาน ผ่านการทำ Informational Interview

ขั้นแรกตัดสินใจเลือกเป้าหมายให้ชัด 3-5 งาน แล้วทำ research ศึกษา Job Description ให้เข้าใจถึง competency ของงาน เข้าลึกถึง insights บริษัท ตั้งแต่ วิสัยทัศน์ จนสภาพแวดล้อมการทำงาน แอบส่อง candidate profile หน่อยจะได้รู้ว่าคุณแข่งกับใครอยู่

สรุปประเด็นสำคัญจาก X Career : ข้ามสายTalk Ep.8 เปิดสูตรลับ ก่อนจะข้ามสายไปทำงาน Business Development

สรุปประเด็นสำคัญจาก X Career : ข้ามสายTalk Ep.8 เปิดสูตรลับ ก่อนจะข้ามสายไปทำงาน Business Development พามาฟัง คุณเท็น อธิคม จิตตวนิชประภา จากบริษัท dtac บริษัท Telecommunication ในฝั่งลูกค้า ธุรกิจ ในเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องอาชีพของคนที่ต้องปั้นธุรกิจน้องใหม่ให้กับองค์กรขนาดใหญ่