หางานที่ใช่ ในแบบที่ใจเราต้องการ

ตอบคำถามนี้ให้ได้ถ้าคุณอยากประกอบอาชีพ ผ่านมุมมอง ผู้ประกอบการ “ปัญหาอะไรที่คุณคิดว่าคุ้มที่จะลงมือแก้”

ยังมีคนจำนวนมากที่พยายามค้นหาตัวเองต้องการหางานที่ “ใช่” แต่ก็ “หาไม่เจอ” สักที  ไม่ใช่ว่างานที่ใช่ไม่มีอยู่จริง แต่แท้จริงแล้วเพราะเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร จึงดำเนินชีวิตไปเพื่อความฝันของคนอื่นบ้าง ตามกระแสสังคมบ้าง ส่งผลให้ทำงานอย่างไม่มีความสุขเพราะสิ่งที่ทำไม่สอดคล้องกับความต้องการของโลกภายในของตัวเอง การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness)  อย่างถ่องแท้จะช่วยให้รู้เราเป็นใคร ต้องการอะไรและจะเติมเต็มในส่วนที่ขาดของเราได้อย่างไร เมื่อเรารู้ความต้องการที่แท้จริงของตัวเองเราก็จะเจองานที่ใช่ได้ไม่ยาก
ในวันนี้มี 3 ขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณทำความรู้จักตัวเองในมิติที่ลึกมากขึ้นช่วยให้การค้นหาตัวเองและการตั้งเป้าหมายถูกทิศถูกทางมากขึ้น มาแบ่งปันค่ะ

ขั้นตอนที่ 1 เข้าใจความต้องการพื้นฐานของมนุษย์และตนเอง (Basic Human Needs)

Anthony Robbins นักพูดและไลฟ์โค้ชชื่อดังชาวอเมริกัน ได้กล่าวไว้ถึงสิ่งที่จำเป็นในชีวิตนี้ 6 อย่าง ไม่ว่าคนเราจะมาจากไหน แบคกราวนด์เป็นอย่างไร มี 6 สิ่งที่เป็นความต้องการพื้นฐาน ที่ทำให้ชีวิตของเรามีพลังในการเดินต่อได้ 6 สิ่งหรือที่เราเรียกว่า 6 Human Needs ประกอบด้วย

1. ความมั่นคง (Certainty) – ต้องการสถานการณ์ที่ตนเองสามารถที่จะคาดเดาและควบคุมได้ 

2. ความหลากหลาย (Variety) – คือความต้องการในการเปลี่ยนแปลง การอยากเจอ อยากรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ซ้ำซาก ความแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำซากจำเจ แม้ความมั่นคงในข้อ 1 จะเป็นสิ่งที่มนุษย์ปรารถนา แต่มั่นคงเพียงอย่างเดียวย่อมนำมาซึ่งความซ้ำซากจำเจ ะขาดความหลากหลายแปลกใหม่ ไม่ตื่นเต้น

3. เป็นคนสำคัญและประสบความสำเร็จ (Significance) –  มนุษย์ทุกคนอยากรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ และมีตัวตน ต้องการความภาคภูมิใจในตัวเอง และอยากให้คนอื่นชื่นชม

4. ความรัก (Love & Connection) – ความรู้สึกผูกพันธ์กับการได้รับความยอมรับ ความรู้สึกในการเป็นพวกเดียวกัน 

5. ความก้าวหน้า (Growth) – อยากรู้สึกว่าตนเองก้าวหน้า เติบโตขึ้น ก้าวหน้าขึ้น ความสามารถที่เพิ่มขึ้น มนุษย์ทุกคนต้องการเรียนรู้และเติบโต

6. การเป็นผู้ให้ (Contribution) – การรู้สึกมีประโยชน์ ได้ช่วยเหลือคนอื่น การให้ การสนับสนุนคนอื่น มนุษย์ทุกคนอยากมีความรู้สึกผู้สร้าง ผู้ช่วยเหลือ

Anthony Robbins เชื่อว่าคนเรามีความต้องการทั้ง 6 อย่างนี้ตลอดเวลา เพียงแต่ความต้องการแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ปัญหาคือคนส่วนมากมักพยายามยัดเยียดสิ่งที่เราต้องการให้กับคนอื่น โดยไม่ได้ใส่ใจว่าเป็นสิ่งที่เขาต้องการด้วยหรือไม่ ดังนั้นเวลาจะหางานให้ดูว่ามีคุณสมบัติครบตามเช็คลิสต์ทั้ง 6 ข้อหรือไม่ ถ้าใช่คุณจะมีความสุข ประสบความสำเร็จและอยู่กับมันได้นาน

ขั้นตอนที่ 2: รู้จักจุดแข็งจุดอ่อน จุดบอดของตัวเอง 

จากผลการวิจัยของแกลลัพพบว่าคนที่ใช้จุดแข็งในชีวิตประจำวัน (อย่างถูกทาง)จะมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนที่ไม่ได้ใช้จุดแข็งถึง 3 เท่า การรู้จุดแข็งของตัวเองช่วยร่นเวลาในการทำความเข้าใจตัวตนได้เป็นอย่างดี หลายๆคนพอถามว่าถนัดอะไร ชอบทำอะไร มีจุดแข็งอะไรจะตอบไม่ได้ เพราะอาจยังไม่เจอสิ่งทีถนัดและชอบ แนะนำว่าการให้เวลากับตัวเองในการได้ลองสิ่งต่างๆและคอยถามฟีดแบคจากคนรอบข้างอยู่เสมอ จะช่วยให้เรารู้จักจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองได้เช่นกันค่ะ 
หากใครต้องการทางลัดก็สามารถเครื่องมือประเมินจุดแข็งอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น Disc, CliftonStrengths, Scan นิ้วมือ คุณจะทราบจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองและสามารถนำไปแปลงเป็นจุดขาย ต่อยอดได้ง่ายขึ้นค่ะ

ขั้นตอนที่ 3: หา Ikigai ของตัวเองให้เจอ

อิคิไก คืออะไร ? อิคิ แปลว่า การใช้ชีวิต | ส่วน ไก แปลว่า ผลลัพธ์หรือคุณค่า รวมกันจึงหมายถึง คุณค่าของการมีชีวิต หรือการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ซึ่งเป็นแนวคิดของการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นที่มีมานานแล้ว และแนวคิดนี้ ทำให้เราเห็นว่า ส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขจนแก่ …โดยแนวคิดนี้ ต้องผ่านการวิเคราะห์จาก 4 ด้าน คือ 1. สิ่งที่เรารัก (What you LOVE) สิ่งที่เราชอบทำ หรือสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข
2. สิ่งที่เราทำได้ดี (What you are GOOD AT) ทำได้เก่งกว่าคนอื่น หรือเป็นจุดเด่นของเรา …
3. สิ่งที่ทำให้เกิดรายได้ (What you can be PAID FOR) เพื่อให้เราสามารถเลี้ยงชีวิตอยู่ได้
4. สิ่งที่สังคมต้องการ (What the World NEEDS) คนต้องการและเป็นประโยชน์กับสังคม

จะเห็นว่า อิคิไก เป็นการหา sweet spot ของความต้องการพื้นฐานทั้ง 6 ข้อ (ในข้อ 1)ผสานการใช้จุดแข็ง  (ในข้อ 2) และต้อง “สร้างรายได้และสังคมต้องการ”เมื่อเราทราบ ความต้องการที่แท้จริง จุดแข็ง และ ikigai ของตัวเองแล้วก็หมั่นคอยเช็คกับตัวเองว่าเราได้ใช้จุดแข็งของเราในการทำงานและพัฒนาเต็มที่แล้วหรือยัง ทำความเข้าใจว่าจุดแข็ง จุดเด่น จุดขายของเราคืออะไรและอย่าลืมสื่อสารมันออกมาให้โลกได้รับรู้ เพียงเท่านี้คุณก็จะหางานที่ใช่ให้ลงตัวตอบความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง มีชีวิตการทำงานที่มีความสุข ประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเพราะการได้เจอกับงานที่ใช่ มันคุ้มค่าและมีความสุขที่แตกต่างมากจริงๆค่ะ

เขียนโดย เณริศา อิศรางกูร ณ อยุธยา

  • โค้ชจุดแข็ง Gallup-certified CliftonStrength Coach
  • ที่ปรึกษาองค์กรและที่ปรึกษาส่วนตัวด้านการพัฒนาตนเองเพื่อการเปลี่ยนแปลง เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชีวิต พัฒนาภาวะผู้นำด้วยจุดแข็ง ประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปี จากหลากหลายสายงาน ทั้งการเงินการธนาคาร, การตลาด, Digital Transformation, Omnichannel Management, Leadership Development, Training & HR ในระดับผู้บริหารจากบริษัทชั้น
Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

สกิลเอาตัวรอด : การประกอบ Career แบบผู้ประกอบการ ผ่าน Business Model You

ตอบคำถามนี้ให้ได้ถ้าคุณอยากประกอบอาชีพ ผ่านมุมมอง ผู้ประกอบการ “ปัญหาอะไรที่คุณคิดว่าคุ้มที่จะลงมือแก้” กับวิกฤติโควิดปัจจุบันที่ทำให้เราต้องหันกลับมางานที่ทำอยู่ แล้ววางแผนอนาคตกันใหม่ หลายๆ industry อาจถึงทางตันต้องมีการปรับตัว และทำให้คนทำงานเองก็ต้องหันกลับมาดูแล้วถามตัวเองว่า เราจะเติบโตในหน้าที่การงานต่อไปอย่างไร เครื่องมือที่จะช่วยทำให้เราพลิกวิกฤตในตลาดวันนี้ให้เป็นโอกาสได้ ที่อยากแนะนำวันนี้คือ Business Model You ค่ะ Business Model U คือโมเดลพลิกแนวคิด ให้คุณเห็นโมเดลใหม่ๆของอาชีพ ถ้าคนที่อยู่ในสายธุรกิจอาจจะคุณเคยกับการใช้ Business Model

เข้าใจวิถีการทำงานที่มีอนาคต กับ “องค์กรอนาคต Amazon Web Services” คุยกับคุณ Sandra Teh, Story Teller & ​Head of APJC, Global Employer Brand

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่คนทำงานอย่างเราต้องเจอกับทั้ง COVID ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้ธุรกิจฝืดเคือง และการเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานในทุกมุม ทำให้เราต้องกลับมาปรับตัวเอง  หากคุณกำลังจะหาทางออกไปทำงานในที่ที่เหมาะกับยุค digital disruption หรือ after-covid เรามีแนวคิดมานำเสนอที่จะช่วยคุณเช็คว่าองค์กรที่คุณอยู่มีอนาคตหรือไม่ และงานปัจจุบันของคุณจะไปต่อได้รึเปล่า แนวคิดที่เราจะนำมาเสนอเป็นมุมมองที่ผ่านจากการแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารของ Amazon Web Services คุณ Sandra Teh ซึ่งมีบทบาทหน้าที่เป็น Storyteller ประจำองค์กร และ Head of

เปลี่ยนงานที่หมดไฟเป็นงานที่มีคุณค่าด้วย Job Crafting

Job Crafting คือแนวคิด หรือการกระทำที่จะพยายามปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างในงานที่ทำ เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการมากขึ้น เพื่อให้สามารถทำงานต่อไป ซึ่งหลักง่ายๆในการทำ Job Crafting ก็มีหลักการ 3 P ให้ลองไป Crafting งานของเราดูครับ