สร้างแบรนด์นายจ้างด้วย Clubhouse เครื่องมืออันทรงพลังที่ HR จะนำมาใช้ในปี 2021

Clubhouse กลายเป็นสื่อ Social Media ที่น่าจับตามองในปี 2021 แทนที่ TikTok ไปแล้วหลังจาก Elon Musk สร้างปรากฎการณ์ให้คนรู้จัก Clubhouse เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยการแชร์แผนชีวิตบนดาวอังคาร และยังเปิดห้องคุยกับปูติน และ Kanye West อีกด้วย

ทำให้ Clubhouse มีผู้ใช้งานกว่า 2 ล้านคนภายในไม่กี่สัปดาห์ สร้างยอดดาวโหลดมากที่สุด แซงหน้า Facebook และ TikTok ไปแล้ว ทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง ศิลปิน นักกีฬา และผู้จัดรายการจากแทบทุกวงการต้องรีบก้าวเข้าไป ซึ่งเทรนด์นี้ก็ส่งผลไปยัง HR และ Recruiter ที่มองเห็นโอกาสในการสร้างแบรนด์นายจ้าง (Employer Branding) ผ่านแพลตฟอร์มมาแรงนี้เช่นกัน!

Clubhouse คืออะไร?

Clubhouse คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใช้เสียงเพียงอย่างเดียวในการพูดคุยกันสดๆ แบ่งการคุยกันออกเป็นห้องๆ (ที่เรียกว่า Club) ไม่มีภาพหรือข้อความ เหมือนฟังวิทยุรายการสดแบบรวมทุกคลื่นมาไว้ในแอพฯเดียวกัน ในแต่ละห้องจะประกอบด้วยคน 3 กลุ่ม คือ

  • ผู้ดำเนินรายการ (Moderator) คนที่พูดเก่งจะได้เปรียบในแอพนี้มากๆ จะทำให้เข้าถึงผู้ฟังได้กว้างขวาง ซึ่งจะมีเหล่า Youtuber, Podcaster พิธีกร ดีเจ ฯลฯ เป็นที่น่าจับตามอง
  • ผู้พูด (Speaker)
  • ผู้ฟัง (Audience)

Clubhouse ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นอย่างไร?

ต้องบอกว่า Clubhouse ฉลาดในการเล่นกับความอยากรู้และความกลัวตกกระแสของมนุษย์

  • ขายความสดใหม่ของเนื้อหา ที่เข้าถึงได้รวดเร็วและง่าย ฟังจากปากเจ้าของเรื่องเองเลย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ ศิลปิน หรือคนดังในวงการต่างๆ ที่ปกติต้องเสียเงินไปฟัง หรือต้องเตรียมงานสัมมนากันหลายเดือนกว่าจะได้ฟังเรื่องราวต่างๆจากกูรูแต่ละท่าน
  • Clubhouse ไม่มีการบันทึกการสนทนา ทำให้ไม่สามารถดูย้อนหลังได้ ใครที่ไม่ได้เข้าไปฟังก็อาจพลาดสิ่งดีๆไปแบบไม่สามารถดูย้อนหลังได้เหมือนแพลตฟอร์มอื่นๆ
  • ผู้ใช้งานแต่ละคน จะมีชื่อและรูป Profile ที่แสดงตัวตนได้ว่าเป็นใคร หลังผ่านขั้นตอนการสมัครบัญชีแล้ว ก็มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าคือคนดังคนนั้นๆจริงๆ
  • ความ Exclusive ยังไม่จบแค่นั้น แพลตฟอร์มนี้ยังจำกัดว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าไปได้ แต่จะต้อง “ได้รับเชิญ” เท่านั้น!
  • ตอนนี้ยังใช้งานได้เฉพาะบนคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ต ที่ใช้ระบบ iOS เท่านั้น

พอคนกลัวพลาดสิ่งที่ดีที่สุดไป เข้าก็ยาก ฟังย้อนหลังก็ไม่ได้ ทำให้เกิดความรู้สึก FOMO หรือ Fear of Mission Out ทำให้ต้องรีบดาวน์โหลดมาใช้งานกันอย่างรวดเร็วและยิ่งทำให้คนรู้สึกว่า นี่เป็นคลับที่ Exclusive จริงๆ

  • ถ้าเราเป็นคนที่ได้รรับเชิญ จะสามารถร่วมพูดคุยกับคนดังระดับโลกได้ เช่น ถามตรงๆ กับ Elon Musk ได้เลย โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีง่ายๆ แต่ Clubhouse ทำให้สิ่งเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวมากๆ เปิดโอกาสให้คนธรรมดาๆอย่างเรา เข้าถึงคนดังระดับโลกได้จากที่บ้าน
  • ถ้าไม่ได้รับเชิญให้พูดในห้องทำอย่างไร? ฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ เราสามารถกดยกมือ เพื่อขอแสดงความคิดเห็นได้เหมือนนั่งอยู่ในห้องฟังบรรยายต่างๆ และกฎเดียวกัน ถึงเราไม่ได้ยกมือถาม ก็อาจถูกเรียกตอบได้เช่นกัน…

จุดที่ต้องระวังในการใช้ Clubhouse ในงาน HR

  • ความเป็นส่วนตัวของ Future Candidate : ผู้ฟังอาจกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) เพราะ clubhouse มีระบบแจ้งเตือนเวลาไปเข้าไปฟังห้องไหน คนอื่นจะรู้หมด ทำให้ถ้าเป็นห้องที่เกี่ยวกับการสมัครงาน หรือฟังข้อมูลจากบริษัทเพื่อการหางาน อาจสร้างปัญหากับที่ทำงานปัจจุบันได้
  • ฟังไม่ทัน : เมื่อบันทึกเสียงไม่ได้ คนอาจจะฟังไม่ทัน หรือจับใจความเนื้อหาไม่ค่อยได้ ยกเว้นจะตั้งใจฟังมากๆจริงๆ ซึ่ง Clubhouse อาจจะเหมาะกับการนั่งฟังเพลินๆมากกว่าการจดจ่อฟังและจดบันทึกต่างๆ
  • จำกัดผู้ใช้งาน : ปัจจุบันให้บริการผ่านระบบ iOS เท่านั้น ทำให้ผู้ใช้งานระบบอื่นๆไม่สามารถเข้าถึงสื่อนี้ได้
  • การแสดงความคิดเห็นแบบอิสระ : เพราะไม่มีการบันทึกเสียงใดๆ และเป็นการพูดคุยสดๆ ทำให้บางห้องอาจมีคนแสดงความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมา หรือสร้างปัญหาด้วยการใช้คำพูด อารมณ์ หรือแสดงพฤติกรรมแบบที่ควบคุมสถานการณ์ในห้องได้ยาก

โอกาสในการนำ Clubhouse มาสร้างแบรนด์นายจ้าง

Clubhouse เข้ามา disrupt วงการสื่อหลายอย่าง ดังนั้นนี่เป็นโอกาสที่ HR จะใช้สื่อนี้ได้แบบฟรีๆในการโฆษณาบริษัทในฐานะนายจ้างที่ดี ที่น่าทำงานด้วย ผ่านการพูดคุยแบบสดๆกับ Future Candidates ที่รวมมาให้ถึงบ้านแล้ว

  • ใช้เล่าประสบการณ์ดีๆเกี่ยวกับบริษัทจากปากพนักงานปัจจุบันและศิษย์เก่า เป็นการทำความรู้จักกับวัฒนธรรมองค์กรไปด้วยในตัว
  • ใช้แชร์เทคนิคในการสมัครงานหรือสัมภาษณ์งานต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อม
  • ใช้ประชาสัมพันธ์อธิบายตำแหน่งงานต่างๆที่มีในบริษัท ที่คนทั่วไปมักไม่รู้จัก แต่น่าสนใจ
  • จัด Open House เปิดบ้านให้คนภายนอกรู้จักบริษัท ต่อไปนี้ก็จัดได้แบบง่ายมากๆแทบไม่มีค่าใช้จ่ายเลย
  • บริษัทสามารถเป็น Sponsor ของห้องที่คิดว่า ตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้ เช่น ห้องที่พูดเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง ข่าวสารเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ฯลฯ ถ้าคิดว่ากลุ่มเป้าหมายอยู่ในห้องนั้นๆก็ลุยได้เลย

คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทแล้วว่าจะครีเอทห้องและประสบการณ์แบบไหนให้กับผู้ฟัง ที่ทำให้แตกต่างจากการรับสมัครงานหรือสร้างแบรนด์นายจ้างทั่วๆไป

ตัวอย่างบริษัทที่โดดเข้ามาแล้ว (ทั้งที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจ)

อนาคตของนายจ้างใน Clubhouse เป็นอย่างไร?

บริษัทไหน หรือ HR ท่านใดอยากเป็นผู้นำเทรนด์ ต้องรีบโดดเข้าไปเป็น “First Mover” ก่อนแล้ว (ตอนนี้ยังทัน…ก่อนสายไป) โดยกลุ่มคนที่เข้าไปใช้งานตอนนี้ก็มีแนวโน้มจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่สนใจติดตามกระแสของเทคโนโลยี และธุรกิจต่างๆพอสมควร เพราะยังไม่ได้ Mass มาก ดังนั้นหากรีบก้าวเข้าไปก็จะสามารถเข้าถึงกลุ่ม Quality Candidates ได้เร็วกว่าคนอื่น โอกาสที่คนจะมาฟังคอนเทนต์ของเรามีสูง ก่อนที่บริษัทต่างๆจะแห่กันเข้าไปจนล้นและทำให้ยากที่จะแตกต่างจากคู่แข่ง

  • ปรับภาพลักษณ์บริษัทให้ทันสมัย เหมาะกับคนรุ่นใหม่
  • แสดงความครีเอทีฟของบริษัทและ HR ในการสร้างสรรค์คอนเท้นต์รูปแบบใหม่ๆออกมา
  • สร้างประสบการณ์ที่ดีกับบริษัทในการรับฟังและตอบคำถามต่างๆที่คนมีต่อบริษัท
  • เป็นนายจ้างที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่าย จริงใจเพราะถามกันตรงๆได้เลย โปร่งใส และชัดเจนในนโยบายต่างๆ

สุดท้ายในฐานะ HR ก็คงต้องติดตามต่อไปว่า Clubhouse จะไปได้ไกลแค่ไหน แต่ที่แน่ๆในปีนี้เราคงได้เห็นหลายๆบริษัทสร้างสรรค์คอนเท้นต์และแนวทางใหม่ๆออกมาให้ติดตามกันอีกเพียบ น่าสนใจแค่ไหนต้องคอยมารีวิวกัน

.

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เปิดโพย! วิธีคัดเลือกพนักงานสายงานดิจิทัล 3 แบบ : งานเอเจนซี่ งานที่ปรึกษา และงานในบริษัทใหญ่ ต่างกันอย่างไร?

สำหรับผู้ที่สนใจงานในสายดิจิทัลที่มีให้เลือกสามรูปแบบ ทั้งงานในฝั่งเอเจนซี่ งานที่ปรึกษา และงานใน Corporate ใหญ่ก็กำลังเป็นที่น่าจับตามองในปี 2021 นี้ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลย!

ชวนดู! สวัสดิการ 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ ปี 2021 ผ่านร้อน-ผ่านหนาวแค่ไหน ทำไมเอาอยู่!

วันนี้เราจะมาส่งสรุปข้อมูลดีๆให้กับทุกคนกันว่า บริษัทใหญ่ในแต่ละกลุ่มธุรกิจมีการปรับตัวเรื่องสวัสดิการในการดูแลพนักงานอย่างไรกันบ้างในปี 2021 นี้

การปรับเปลี่ยนวิธีดูแลคนในองค์กรจาก ”หลักสิบ” เป็น “หลักร้อย” ใน Start Up ด้าน People Development ที่โตไวอย่าง Conicle

วิธีบริหารคนแบบ Startup จากหลักสิบสู่หลักร้อย ในช่วง 30 คนแรก – พวกเขาดำเนินธุรกิจแบบคือการที่ Just do it, Work as a team มี Founder เป็นโค้ช ตอน 40-50 คน – เริ่มเห็นภาพบริษัทไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อมีหลายทีมมากยิ่งขึ้นก็จะต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารคนใหม่ แทนที่จะเป็นแบบเดิมต้องมาดูที่โครงสร้างขององค์กรมากขึ้น เช่น เรื่องกระบวนการหาคนผ่านหัวหน้าทีมก่อน ต้องมี Core Value จะต้องมีโครงสร้างหรือมาตรการที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานในการรับคน