สรุปประเด็นสำคัญจาก X Career : ข้ามสายTalk Ep.8 เปิดสูตรลับ ก่อนจะข้ามสายไปทำงาน Business Development

พามาฟัง คุณเท็น อธิคม จิตตวนิชประภา จากบริษัท dtac บริษัท Telecommunication ในฝั่งลูกค้า ธุรกิจ ในเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องอาชีพของคนที่ต้องปั้นธุรกิจน้องใหม่ให้กับองค์กรขนาดใหญ่

บทบาทหน้าที่ของคุณเท็นเริ่มท้าทายตั้งแต่การลงพื้นที่แก้ไขปัญหาให้ลูกค้า จนการเสนอ Solution ใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนเดิมเพื่อหาจุดต่างให้แบรนด์ โดยใช้ความสามารถในการคิดแบบเชิงผู้ประกอบการ รวมกับการวางแผนคิดการใหญ่ในเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับองค์กร

และนี้คือประเด็นสำคัญที่เราสรุปมาให้จากไลฟ์

Image may contain: 1 person, text

เส้นทางกว่าจะมาทำงานด้าน Business Development

คุณเท็นเรียนจบปริญญาตรี International Business จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และปริญญาโท International Business จาก Monash University ประเทศออสเตรเลีย ตอนจบโทแรกๆ ได้ทำงานอยู่บริษัทญี่ปุ่นเกี่ยวกับการส่งออก หลังจากนั้นมีพี่ที่รู้จักติดต่อเข้ามาแนะนำงานของ dtac ตัวคุณเท็นเองรู้สึกว่างานโทรคมนาคมเป็นธุรกิจที่น่าสนใจและดูไปได้ไกลในอนาคต ประกอบกับชอบการทำงานที่มีความท้าทาย จึงลองมาทำงานที่นี่ดู

ตอนแรกคุณเท็นไม่มีพื้นฐานเรื่องเทเลคอมมาก่อน ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด ปีแรกที่เข้ามาคุณเท็นได้รับผิดชอบส่วนงานลูกค้าเติมเงิน เป็นช่องทางของร้านค้าที่วางซิมเติมเงินขาย โดยรับผิดชอบในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ดูแลตั้งแต่เข้าไปคุยกับร้านค้า เอาของไปลง เช็คสต็อก ผลักดันการขาย หาวิธีให้ขายซิมได้ ทำมาประมาณ 1 ปี

พอเข้าปีที่ 2 ถูกทาบทามให้ไปสร้างทีม dtac SMEs ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่กับดีแทคมานานแล้ว แต่ยังไม่ถูก Focus มากนัก นับเป็นหนึ่งในไม้แรกของทีม จากทีมเล็กๆ ที่มีแค่ 30 คน ได้พัฒนาจนทีมใหญ่ขึ้น เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบัน คุณเท็นดำรงตำแหน่ง AVP, Head of Channel Performance Unit หรือรองผู้อำนวยการสายพัฒนาช่องทางการขาย ที่ dtac นับรวมเวลาตั้งแต่เข้า ก็อยู่ dtac มาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว

ที่ dtac Business ทำอะไรบ้าง เกิดความเปลี่ยนแปลงใดบ้างเมื่อมาทำ dtac SMEs

หน้าที่หลักๆ ตอนแรกคือทำ channel การขายให้แข็งแรง ซึ่งแบ่งงานออกเป็นหลายฝ่าย โดยคุณเท็นรับผิดชอบในแง่ของการขาย

คุณเท็นเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกช่องทางการขายมีสองช่องทางคือ Telesale กับ Direct Sale หน้าที่หลักคือ Develop channel สังเกต Direct Sale ว่าทำไมขายได้ ขายไม่ได้ ซึ่ง Telesale กับ Direct Sale มีเหตุผลเดียวกันที่ขายไม่ได้คือ Product ไม่ตอบโจทย์ลูกค้า B2B เพราะพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าB2B นั้นต่างจาก B2C มาก

สิ่งที่ทำคือค่อยๆ ทำ Survey เก็บข้อมูล และนำข้อมูลมาคุยกับทีมที่พัฒนา Product ดู Data หลังบ้าน คุยกับลูกค้าด้วย ใช้ทั้ง Back office Front office เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ทำ ทำได้มั้ย ซึ่งคุณเท็นกล่าวว่า ข้อมูลที่ดีที่สุดคือการที่ได้คุยกับลูกค้า (Customer Centric) ทำให้เข้าใจ เห็นปัญหาจริงๆ สิ่งที่ลูกค้า ลูกค้าธุรกิจกังวล คือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจาก Package ที่สมัครไป พราะหลายๆธุรกิจมีการใช้งานมากกว่า 1 ซิม เช่นมีซิมโทรศัพท์ให้พนักงานในบริษัทฯใช้ เป็นต้น ทั้งหมดนี้เลยเกิดเป็น SME Worry Free Package for SMEs ขึ้นมา เพื่อขจัดปัญหาค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มต่างๆ และให้ธุรกิจสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อยู่หมัด ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือ ช่วงเริ่มทำตอนปี 2018 Growth เป็นลบ ลูกค้าที่ย้ายค่ายออกไป มีมากกว่าลูกค้าใหม่ที่เข้ามา เพิ่งจะเริ่มมาตั้งตัวได้ตอนกลางปี บวกกับการสร้างช่องทางการขายใหม่ มีคนช่วยขายเยอะขึ้น สินค้าเริ่มตอบโจทย์ เรียกว่าเป็นการห้ามเลือดให้ไหลน้อยลง มีลูกค้าย้ายค่ายออกไปลดลง ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยอดขายโตขึ้นเรื่อยๆ Turn Around สำเร็จ พอสิ้นปียอดโตถึง 200%

Reach หาคนที่เป็น B2B ได้ยังไง

ต้องเริ่มจากการ Structure ทีมให้ถูกต้อง เริ่มจากสอน Sale ว่า แหล่งข้อมูลหาได้ที่ไหน ต้องทำอะไร ตั้งแต่วางแพลนติดต่อลูกค้า ทำสคริปต์ วิธี Handle ลูกค้า ไปจนถึงปิดการขายและดูแลหลังการขาย
เรามีคู่มือการขายที่สำหรับ SMEs ซึ่งจะมีการ Customize ได้บ้าง เพราะทฤษฎีกับปฏิบัตินั้นต่างกันจะต้องปรับใช้ตามหน้างาน

การออกไปเจอลูกค้าคือของจริง เพราะการเจอของจริงเป็นข้อมูลที่ดีกว่า Report เสียอีก ถ้าเราไม่เข้าใจ journey แต่ต้นจะไม่เข้าใจผลลัพธ์ ดังนั้นจึงนำสิ่งที่เห็นเก็บข้อมูลมาคุยกับ Working Team และทำเป็น Standard Manual เพื่อให้ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ Key ก็คือต้องเข้าใจทั้งกระบวนการก่อนถึงจะเข้าใจผลลัพธ์นั่นเอง

นอกจากนี้คุณเท็นไม่ได้มอง Sale ว่ามีแบคกราวน์แค่ไหน แต่มองว่าพร้อมแค่ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รึเปล่า สิ่งที่ทำคือต้องเปิด Mindset เข้าใจ Business ให้เร็วที่สุด เรามองหา Growth Mindset เพราะ Mindset จะเป็นอีกสิ่งที่ทำให้เราเดินได้อย่างมั่นคง

จากบริหารทีมเล็กเป็นใหญ่รักษา Culture ตรงนี้ไว้ยังไง

นึกภาพสตาร์ทอัพ เริ่มจากธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มจาก 30 คน ทีมงานได้ช่วยกันสร้าง Culture ในทีม ทำให้ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไร เข้าใจว่า Value คืออะไร

แต่ก่อนที่ทีมเล็กคุณเท็นได้มีโอกาสช่วยเหลือทุกคนเอง พอทีมขยายงานก็ถูกกระจาย อย่างไรก็ตามเวลาช่วยเหลือผู้อื่น ทุกคนจะมี Mindset แบบเดียวกัน คือมองหา Mindset ที่พร้อมเรียนรู้ แล้วก็พร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกันเป็นทีม

วันที่เราต้องโตไปมากกว่านี้มันสำคัญมาก การบริหารจัดการมีความท้าทายมากขึ้น สิ่งที่ทำให้ทุกคนเดินไปทางเดียวกันคือวัฒนธรรมองค์กร ต้องทำให้ทุกคนมาทำงานแล้วรู้ว่าทำไปทำไม เอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง ตามหลักที่ยึดถือว่า Customer Centric และ Always Explore

ทำงานในองค์กรใหญ่ๆมีปัญหาเรื่อง Hierarchy รึเปล่า

สำหรับที่นี่ตำแหน่งเป็นแค่ตัวบ่งชี้บทบาทหน้าที่ในการทำงานมากกว่า แต่ทุกคนต้องมี Goal เดียวกันคือ พาทีมไปสู่ความสำเร็จได้ ตัวยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญคือ Culture การทำงานจะมีความสุขไม่ได้เลยถ้าเราไม่ได้สนุก ไม่มี Passion เราจึงใส่ความ Engage มากขึ้น ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อลูกค้า เพื่อบริษัท ทำให้การทำงานเป็นการสร้างสีสันเพื่อชีวิต นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายบริษัทถึงพยายามปรับสภาพแวดล้อมให้ Energetic ที่นี่ก็เช่นกัน เรายึดหลักลูกค้ามาก่อน และต้องเราเองก็ต้องสนุกกับการทำงานด้วย

แรงบันดาลใจในการทำงาน

แรงบันดาลใจในการทำงานของคุณเท็นคือ การที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลง เพราะทุกธุรกิจมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่แล้ว เมื่อพูดถึงธุรกิจขนาด S และ M นับเป็นฐานใหญ่ของประเทศเลย ใน 100 จะมีจำนวนเกินกว่า 90 จะเห็นว่าหลายธุรกิจพยายามออกแคมเปญมากเพื่อคนกลุ่มนี้ เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน

ทีมเห็นปัญหาของลูกค้าธุรกิจ ที่ทุกวันนี้กำไรทุกบาททุกสตางค์กว่าจะได้มานั้นยากลำบาก แล้วยังต้องนำกำไรส่วนนั้นมาจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนเกินต่างๆจากการใช้โทรศัพท์ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่า

ดังนั้นสิ่งหลักที่คุณเท็นยึดเมื่อทำแพ็กเกจออกมาคือ

1. แพ็คเกจต้องช่วยลูกค้าธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงเข้าใจง่าย และมีความยืดหยุ่นสามรถปรับเปลี่ยนแพ็คเกจได้สะดวก
2. นอกจากซิมการ์ดหรือโทรศัพท์ มี Solutions อื่นๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหา เช่น SMS
For SMEs ที่ช่วยเรื่องการติดต่อสื่อสาร โดยยึดหลักว่าการเข้าถึงลูกค้า SMEs เราต้องทำให้ Simple พอ และ Flexible พอ หรือระบบ VPBX ที่แก้ปัญหาการทำงานแบบ Work from Home แล้วไม่มีใครรับโทรศัพท์ที่ออฟฟิศ เป็นต้น

ดังนั้น Impact ของ dtac คือเราเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้ลูกค้าดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ประหยัดค่าใช้จ่ายและควบคุมต้นทุนได้ เป็นเครื่องมือที่สนับสนุนทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้โดยสะดวก

ทำไมต้องทำงานด้าน Telecom

Telco เป็น Industry ที่แข็งแกร่ง คุณเท็นเมื่อเข้ามาทำงานในธุรกิจ Telco ก็เห็นความสำคัญของธุรกิจนี้เยอะมาก ยกตัวอย่างอีกหนึ่งสถานการณ์ คือโควิด สิ่งที่คนขาดไม่ได้คือเทเลคอม ต่อให้สถานการณ์แย่แค่ไหนธุรกิจเทเลคอมก็ยังมีความสำคัญ ธุรกิจนี้แม้จะได้รับผลกระทบแต่ก็ยังเป็นตับไต ยังเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อเป็นธุรกิจที่คนขาดไม่ได้ จึงเป็น Industry ที่น่าสนใจ และยังเป็น Industry ที่ได้อยู่ใกล้กับเทคโนโลยีใหม่ๆ เสมอ

ทำไมต้อง dtac

เรื่องที่ 1 เป็นบริษัทที่ให้โอกาสเยอะมาก ไม่ใช่แค่ให้โอกาสอย่างเดียว ให้ทำในสิ่งที่ถนัด ค้นหาตัวเอง และสร้างแนวทางให้ไปถึงจุดๆนั้น ส่วนใหญ่เวลาคนได้ทำงานที่ไม่ตอบโจทย์ คนอื่นจะแก้ปัญหาด้วยการย้ายงาน แต่ของ dtac จะมีชาเลนจ์ใหม่ๆ สำหรับคนที่สนใจเรียนรู้งาน จะมี Platform ที่แต่ละหน่วยงานจะโพสต์แคมเปญต่างๆ ถ้าเราสนใจ ก็เข้าไป Explore ลองไปคุยได้

เรื่องที่ 2 เป็นที่ๆทำให้เรียนรู้ได้ตลอดเวลา คือ Always Explore ไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ ไม่ได้ทำเพราะทำตามกันมา สามารถมีความคิดเป็นของตัวเองได้ เหมือนเรามีโจทย์ปัญหา ทางแก้ก็มีหลายทางเช่นกัน

และยังมีคอร์สออนไลน์ กิจกรรมต่างๆที่ให้พนักงานมาร่วมแสดงความคิดเห็น เทคคอร์สมาให้เรียน ไม่ใช่เป็นความรู้แค่ด้านเทเลคอม แต่เป็นทั้งการพัฒนาตนเอง Leadership การพูดในที่สาธารณะฯลฯ เป็นอีกหนึ่งอย่างที่พนักงานของดีแทคสามารถเรียนรู้ หาข้อมูลเพิ่มเติมได้

เรื่องที่สาม เป็น Customer Oriented เราต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร ต้องเข้าใจว่าทำสินค้าทำไม ไม่งั้นสิ่งที่ทำก็ไม่มีความหมาย

สามอย่างนี้ช่วยสร้าง Passion ให้คุณเท็นอยากจะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่ เพราะบริษัทนี้หยิบยื่นโอกาสให้ ส่วนของ dtac Business ด้วย Culture จะ Align กันกับทาง dtac ทั้งหมด เพียงแต่มีบางอย่างที่ในทีมเราเพิ่มหรือเสริมเข้าไปเกี่ยวกับลูกค้าองค์กร ซึ่งก็มาจาก Value สำหรับใครกำลังมองหาชาเลนจ์ในแง่ของเทเลคอมเทคโนโลยี อยากรู้ว่าช่วยธุรกิจอย่างไรบ้างลองเข้ามาร่วมดู

นอกจากนี้ที่นี่ยอมรับในความหลากหลาย อายุคนในทีมก็ Mix กันมาก แต่ด้วย Culture ทำให้สามารถ work กันได้ ทำงานร่วมกันโดยไม่มีข้อจำกัดทั้งเพศ อายุ สัญชาติ

สิ่งที่อยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากโตเร็วในการทำงานในองค์กร

จริงๆ ต้องบอกว่าสำหรับคุณเท็นถือว่าเป็นโอกาสที่เข้ามาทำงานที่นี่ ได้เจอกับทีมงานที่ดี ได้อยู่ในที่ๆถูกต้อง มีไทม์มิ่งที่ถูกต้อง แต่ทุกอย่างที่ทำก็มีอุปสรรคหมด ต้องพัฒนาตัวเอง หาทางทำยังไงให้ธุรกิจโตต่อไปได้ด้วยความสามารถที่มี สิ่งที่อยากฝากคือ

1. Growth Mindset เรื่องการอยากเรียนรู้สำคัญมาก ทั้งตนเองและต่อผู้อื่น ต้องพร้อมที่จะเรียนรู้ ปรับตัวได้
2. มีความกล้า ให้กล้าคิด กล้าลงมือทำ คุณเท็นเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถมี Core Competency ไม่เหมือนกับคนอื่น แต่ต้องกล้าที่จะออกจาก Comfort zone หาโอกาสที่จะแสดงมันออกมาด้วย

นี่คือบางส่วนจากไลฟ์เท่านั้น สำหรับใครที่พลาดไปสามารถเข้าไปชมย้อนหลังได้ ที่นี่ หรือจะรอติดตามชม [ X Career : ข้ามสายTalk ] ใน EP ต่อไปได้ในวันอังคารหน้า ใครมีคำถามอะไรก็เตรียมจดไว้ได้เลย!! เราจะหาคำตอบแบบ Exclusive มาให้แฟนเพจที่น่ารักของเราแน่นอน!! แล้วเจอกันนะ


ดู X Career : ข้ามสายTalk ย้อนหลัง


Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เตรียมพบกับรายการ “X-Career ข้ามสาย Talk” Season 2 !

เตรียมพบกับรายการ “X-Career ข้ามสาย Talk” Season 2 ! รายการ Talk ที่จะพาทุกคนไปเจาะลึกการทำงานข้ามสาย กับตัวจริง ตัวจี๊ดดดใน 8 สายงานแห่งอนาคตของคนรุ่นใหม่ มีทั้งอาชีพสุดป๊อปจาก Season ก่อน และอาชีพใหม่ๆ ที่หลายคนขอมา

Free e-book สุดยอดข้อมูลอาชีพสำหรับคนอยากเปลี่ยนสายงานที่หลายคนตามหามารวมอยู่ที่นี่แล้ว! พร้อม link download

แจกชีทสรุปสูตรลับข้ามสายงาน 8 อาชีพ จาก X-Career ข้ามสาย Talk live season 1 พร้อม link download เปลี่ยนสายงานมาทำงานในอาชีพนั้นๆ ทำให้เราเองได้ค้นพบว่าในจักรวาลแต่ละอาชีพ ยังมีอีกหลายอย่างมากๆ ที่น่าเข้าไปค้นหาและบอกเล่าให้กับคนอยากข้ามสายงานทุกคน