วิธีหางานแบบใหม่ ! ของคนจบใหม่ ใช้ LinkedIn สร้าง network กับคน 3 แบบที่จะช่วยคุณหางาน


สิ่งที่นำไปใช้ได้จริง

แบบที่ 1 : เพื่อนสนิทและคนใกล้ชิด คือคนที่ช่วยเราหางานที่ใช่ เพราะพวกเขารู้จักตัวตนของเรา เราควรจะขอความคิดเห็นเรื่องงานที่เหมาะกับตัวเราจากคนใกล้ตัว 

แบบที่ 2 : คนวงใน คือคนที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเรา เพราะเค้ากำลังทำงานที่เราอยากได้ เค้าจะช่วยแนะนำเราไปหา Job opportunity ที่เปิดอยู่ได้

แบบที่ 3 : ผู้เชี่ยวชาญ คือคนที่ช่วยเราพัฒนาตัวเองในระยะยาว เพราะการที่เค้าอยู่วงการนี้มานาน และเห็นจากมุมมองของผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ คำแนะนำจากคนกลุ่มนี้จะทำให้เราโตได้แบบก้าวกระโดด

 


ถ้าเราไม่มีประสบการณ์แล้วใครจะมารับเราเข้าทำงาน ? ใจเย็นก่อนค่า อย่าเพิ่งน้อยใจไปถ้าคุณจบใหม่ เรามีวิธีที่จะช่วยให้คุณเพิ่มคนที่จะช่วยหยิบยื่นโอกาสให้คุณได้มากขึ้นผ่าน career network platform ที่ใหญ่ที่สุดอย่าง LinkedIn โดยมีฐาน user ในประเทศไทยสูงถึง 2.4 ล้านคน ในปี 2019

ในส่วน article นี้เราจะเล่าให้ฟังเรื่องการใช้ network อย่าง LinkedIn เพื่อหาโอกาสใหม่ๆให้กับตัวเองมากขึ้น โดยเราจะไม่เน้นเรื่องการ setup profile ถ้าหากคุณสนใจวิธีการ set up profile สามารถกด download The Student Job Hunting Handbook Part 1 ของ LinkedIn (ภาษาอังกฤษ) ได้

Linkedin เป็นที่รวบรวมคนมีประสบการณ์แบบคุณภาพที่ไม่ได้รีบย้ายงาน

ส่วนใหญ่แล้วสำหรับมุมของ  HR LinkedIn จะเป็นที่ที่ HR ไว้หา candidates ที่มีประสบการณ์ในระดับหนึ่ง หรือเพื่อทำความรู้จักกับ candidates เหล่านั้นไว้ก่อน เผื่อมีโอกาสและตำแหน่งที่เหมาะสมในอนาคตค่ะ เพราะว่าฐานของคนใช้ Linkedin จำนวนมากเป็นคนที่ทำงานแล้วมีประสบการณ์ อายุประมาณ 25-34 ปี และเป็น passive candidate หรือคนที่ไม่ได้ต้องการย้ายงานในขณะนี้ LinkedIn เลยเป็น platform ที่รวมคนคุณภาพที่รอโอกาสดีๆวิ่งเข้ามาหาค่ะ

หลักการสร้าง network คือต้องใช้เวลา ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งมีผลดี!

ถ้าตอนนี้คุณเป็นนักศึกษาอยู่และยังไม่ได้เริ่มหางานจริงๆ หรืออาจจะยังไม่แน่ใจว่าคุณสนใจงานอะไรซะด้วยซ้ำ นี่แหละคือโอกาสของคุณในการเรียนรู้ที่ดีที่สุด การสร้าง network ที่มีคุณค่าและมีความหมายต่อการเติบโตทางด้านงานต้องอาศัยเวลา และ interaction หรือปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมายมากกว่าแค่การพูดคุยกัน 15 นาที ถ้าคุณมีเป้าหมายอาชีพ หรือสิ่งที่คุณสนใจที่ชัดเจน สื่อสารสิ่งนั้นกับคนรอบข้างตั้งแต่เนิ่นๆ คนรอบตัวคุณจะช่วยให้คุณรู้จักคนอื่นเพิ่มเติมได้อีก 

ใน Network ของคุณควรมีคน 3 กลุ่ม คือ 1) เพื่อนสนิทและคนใกล้ชิด 2) คนวงใน และ 3) ผู้เชี่ยวชาญ

ในบุคคล 3 กลุ่มนี้จะมีบทบาทในการช่วยให้คุณเติบโตทางด้านการงาน และหางานที่ใช่ของคุณต่างๆกันไป 

กลุ่มที่ 1 : เพื่อนสนิทและคนใกล้ชิด คือคนที่ช่วยเราหางานที่ใช่

หางานที่ใช่ผ่านคนใกล้ชิด

นี่คือคนที่รู้จักเราเป็นการส่วนตัว เข้าใจเรา อาจจะเคยทำงานด้วยกันบ้าง และใช้เวลากับคุณพอสมควร  วงนี้รวมถึง เพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกันกับเรา เพื่อนมัธยม เพื่อนมหาวิทยาลัย คนที่อยู่ในชมรม เพื่อนต่างมหาวิทยาลัยที่เจอกันในการทำกิจกรรม หรือแม้แต่คนใกล้ตัวอย่างรุ่นพี่รุ่นน้องของเรา เราควรจะสังเกตด้วยว่ามีคนไหนที่เป็น Connector ที่ดี เพราะว่า network ของเราไม่ได้มีแค่คนที่เรารู้จักหรือเคยเจอ แต่ยังสามารถขยายไปรวมถึงเพื่อนของเพื่อนได้อีก เช่น เพื่อนของคุณอาจจะเคยฝึกงานในบริษัทที่คุณสนใจ และมีรุ่นพี่ที่บริษัทที่พร้อมจะช่วยเหลือคุณอีกที ถึงแม้คุณจะไม่ได้เคยทำงานบริษัทนั้นเลย 

เปิดประเด็นยังไง ? : “จากที่เรารู้จักกันมา อยากขอคำแนะนำเธอหน่อย คิดว่าเราเหมาะกับงานแบบไหน?” เพราะคนเหล่านี้คือคนที่รู้จักตัวตนของเราจริงๆ บางทีพวกเค้าอาจจะผ่านเห็น opportunity ดีๆแล้วนึกถึงเราก็ได้ เหมือนที่เพื่อน tag เราใน Facebook เวลาที่เห็น post อะไรที่คิดว่าเราสนใจน่ะค่ะ สถานการณ์เดียวกัน ซึ่งการถามความคิดเห็นในลักษณะนี้จะส่งผ่านช่องทางไหนก็ได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องผ่าน LinkedIn อย่างเดียว แต่ถ้าเค้ามี profile LinkedIn ของเราอยู่ด้วยหรือเราส่งให้เค้าดู เค้าก็จะได้มีข้อมูลเกี่ยวกับเราเพิ่ม และแนะนำเราได้ถูก  

กลุ่มที่ 2 : คนวงใน คือคนที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเรา

มากกว่า 50% ของการหาพนักงานมาจากระบบ referral และในสายตาของ HR candidate ที่มาจาก referral เป็นวิธีที่น่าจะมีภาษีที่ดีกว่า เพราะ คนดีมีคุณภาพ ก็จะแนะนำคนดีมีคุณภาพมาเข้าองค์กร  คนวงนี้คุณจะได้มาจาก อาจารย์ รุ่นพี่ เพื่อนของญาติ หรือคนที่อยู่ใน Professional Group ใน LinkedIn Group ที่คุณสนใจ หรือจะเป็น Facebook Group ก็ได้ค่ะ  

หางานที่ใช่ผ่านคนวงใน

จะสังเกตเห็นว่าพอมาวงนี้แล้วเราจะเริ่มถอยห่างระดับความสัมพันธ์ออกมานิดนึง คุณอาจจะเคยเจอเค้าตัวเป็นๆ เคยทำงานด้วยกันเล็กน้อย หรืออาจจะไม่เคยเจอเลยก็ได้ แต่คนเหล่านี้แหละค่ะจะช่วยให้คุณเข้าใกล้งานที่ใช่ไปอีกขั้น เพราะพวกเขากำลังทำอาชีพที่คุณกำลังฝันถึงอยู่ หรืออยู่ในองค์กรที่คุณอยากเข้าไปอยู่สุดๆ ข้อมูลที่พวกเขารู้จะผ่านประสบการณ์จริงของเขาเอง ทำให้เป็นตัวจุดประกายเพิ่มการเรียนรู้ให้กับคุณได้ นอกจากนั้นเพราะว่าเป็นคนในวงการ คนคนนั้นอาจจะรู้โอกาสการทำงานที่บริษัทอื่นที่ใกล้เคียง หรือว่าตำแหน่งงานที่ใกล้เคียง คำแนะนำของพวกเค้าจะผ่านประสบการณ์ตรงของตัวเอง 

เปิดประเด็นยังไง ? : “พี่คะหนูเป็นรุ่นน้องคณะค่า รุ่น 45 ค่า อยากจะขอเวลาพี่เพื่อหาคำแนะนำเรื่องการทำงานที่บริษัท xyz หน่อยค่า พี่พอจะมีเวลาประมาณ 30 นาที พูดคุยทางโทรศัพท์มั้ยคะ” หรือ “ผมติดตามอ่าน blog ที่พี่เขียนไว้มานานเกือบ 6 เดือนแล้วครับ จาก Facebook Group xyz ผมชอบ entry นี้มากที่พี่แชร์ไว้ และได้ใช้ข้อคิดนี้ใน final project ด้วยครับ ผมอยากจะขอรบกวนเวลาพี่ 30นาที ….เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับอาชีพที่พี่ทำ ผ่านทาง Google meet พี่พอจะสะดวกให้เวลากับผมมั้ยครับ” ซึ่งถ้าเราไม่รู้จักบุคคลเหล่านี้เป็นการส่วนตัวก็อาจจะใช้วิธีการส่งข้อความหาพวกเขาผ่าน Linkedin ได้ แต่ขอให้เตรียม profile เราให้พร้อมก่อนนะคะ

หาจุดเชื่อมโยงระหว่างเรากับเค้าเพื่อเปิดประเด็น โดยโฟกัสจากข้อมูลที่เรารู้จักเกี่ยวกับเค้า เช่น blog ที่เค้าเขียน คำแนะนำที่เค้าเคยให้ไว้ในสื่อ หรือเราเคยเรียนที่เดียวกัน เราเคยเห็นเค้าในรายการสัมภาษณ์และติดตามมา ขอให้มีความจริงใจในสิ่งที่เรากำลังสื่อสาร อย่างประเด็นที่บอกค่ะ การสร้าง Network ใช้เวลา ไม่ใช่ใช้เวลาสะสมคนนะคะ แต่ว่าเราต้องใช้เวลาในการสร้างการปฏิสัมพันธ์ที่มีคุณค่าค่ะ

กลุ่มที่ 3 : ผู้เชี่ยวชาญ คือคนที่ช่วยเราพัฒนาตัวเองในระยะยาว

หางานที่ใช่ผ่านผู้เชี่ยวชาญ

คนเหล่านี้คือคนที่มีประสบการณ์ผ่านงานที่เราสนใจมาอย่างโชกโชน สิ่งที่พวกเขาให้มุมมองกับเราได้จะเป็นสิ่งที่เราเหมือนมองข้าม shot ไปอีก 5 ปีขึ้นไป พวกเขามักจะอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารขึ้นไป และเข้าใจวงการนี้ในภาพกว้าง คนเหล่านี้คือคนที่นักข่าวอาจจะต้องไปสัมภาษณ์ขอความคิดเห็นเพื่อให้เห็นเทรนด์กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ลองนึกถึง guest speaker ที่อาจารย์คุณเชิญมาพูดที่ห้อง แล้วพี่เค้าช่วยแชร์เทรนในธุรกิจให้คุณฟัง หรือบอกข้อมูลอัพเดทใหม่ๆที่คุณหาไม่ได้จากห้องเรียน 

เปิดประเด็นยังไง ? : “อยากจะขอคำแนะนำเรื่องการพัฒนาทักษะในวงการนี้ค่ะ ถ้าในอนาคหนูสนใจงานและอยากเติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนพี่ หนูควรมุ่งที่จะพัฒนาทักษะทางด้านไหนเป็นพิเศษคะ?” แสดงความตั้งใจในการพัฒนาและเรียนรู้จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เพราะถ้าเรากำลังคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์ที่เรามีกับที่เค้ามีอาจจะห่างกันหลายปีมาก เราควรเลือกคำถามที่ต้องอาศัย wisdom ของคนตอบที่ผ่านจากการเห็นมาหลายมุมมอง

เหล่านี้คือคน 3 แบบที่จะช่วยให้เพิ่มโอกาสขก้าวเข้าไปใกล้งานที่ใช่ของเรามากขึ้น อย่าลืมนะคะ ถ้าเราเป็นเด็กจบใหม่ใช่ค่ะ เราอาจจะมีประสบการณ์ที่ไม่เท่ากับคนที่ทำงานมาแล้ว แต่สิ่งที่เรามีคือความสามารถในการเรียนรู้ 

เพราะฉะนั้น Network เหล่านี้ล่ะค่ะจะเป็นขุมพลังทรงคุณค่าที่จะทำให้เราเรียนรู้พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ และเติบโตไปพร้อมกับพี่ๆที่มีประสบการณ์ สู้ๆนะคะ น้องๆ

อยากเรียนรู้วิธีสร้าง Professional  Resume กับ CareerVisa คลิกสอบถามรายละเอียด ลิ๊กที่นี่

ปรึกษาด่วน Inboปรึกษาปัญหาการเปลี่ยนงานปรึกษาปัญหาการเปลี่ยนงาน หางานใหม่ ฟรีแบบกลุ่มที่ CareerLAB Live Q&A ลงทะเบียนฟรี

มีคำถามเรื่องอาชีพปรึกษาด่วน คลิกที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : The Student Job Hunting Handbook Part 1

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เหตุผลในการลาออกของคุณคืออะไร? จะตอบคนสัมภาษณ์งานใหม่ยังไงดี?

แนวทางการตอบคำถามสัมภาษณ์งานแบบมืออาชีพ ทำไมคุณถึงลาออกจากที่เก่า? หนึ่งในคำถามสัมภาษณ์งานที่เรามีโอกาสได้เจอเมื่อกำลังจะหาทางย้ายงาน เปลี่ยนอาชีพไปหาที่ทางใหม่ๆ ในชีวิต

คุณเป็นใครใน 7 Job clusters วิธีแบ่งกลุ่มอาชีพจากออสเตรเลีย ที่จะทำให้การหางานในอนาคตของคุณไม่จำกัดเพียงแค่สายงานเดียว!

Job Cluster แบ่งออกมาได้ 7 กลุ่ม มาดูกันว่าคุณอยู่ในกลุ่มไหน มีแนวทางการพัฒนาตัวเองอย่างไรในยุคนี้ และสามารถข้ามสายไปทำอาชีพอะไรได้ในอนาคต

หางาน

รวมสุดยอดบทความด้านการหางานประจำปี 2020 จาก CareerVisa อ่านครบทุกอัน งานดีๆ รออยู่ไม่ไกล!!!

ใกล้จะจบปีแล้ว วันนี้เราเลยรวบรวมบทความฮอตฮิตด้านการหางาน-สมัครงานที่ทำจัดทำขึ้นตลอดทั้งปี 2020นี้ มารวมให้ทุกคนได้อ่านกันแบบจุกๆ! ไม่ว่าจะเป็นการประเมินโอกาสในการทำงาน การทำResume พร้อมเคล็ดลับในการสมัครงาน สัมภาษณ์งานต่างๆ