รวมคำถาม CareerLab Live Q&A เทคนิคและแนวคิดการต่อรองเงินเดือนเมื่อสมัครงาน


สิ่งที่นำไปใช้ได้จริง

ตั้งเป้าหมายในการต่อรอง ว่าเราต้องการอะไรจากงานนี้นอกจากค่าตอบแทนรึเปล่า แล้วอะไรที่อยากได้ รับได้ และจะไม่รับ

– ก่อนต่อรองมี option ทางออกให้ตัวเองที่ทำให้เราสามารถเดินออกมาแล้วยัง Happy ถ้าเราไม่ได้งานนี้

– คุณกำลังต่อรองกับ บุคคล ไม่ใช่ องค์กร ทำความเข้าใจว่าบุคคลคนนั้นตีค่าความสำคัญของตำแหน่งคุณอย่างไร

พูดเรื่องเงินให้ถูกเวลา ค่าตัวเราจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับการตีค่าของนายจ้าง ถ้าเราด่วนคุยเรื่องค่าตัวก่อนที่เขาตัดสินใจอยากได้เราอาจจะทำให้เราพลาดโอกาสไปก็ได้นะ

คำถามจากการจัด Live Q&A ครั้งที่ผ่านมา ผ่านทาง Google Meet กับคนใน community จากเพจ ​CareerVisa Thailand

Q : วิธีคุยเรื่องเงินเดือนเมื่อสมัครงาน โดยเฉพาะถ้าเปลี่ยนสายงานทำยังไง

โจทย์นี้เกิดจากการพูดคุยกับผู้ที่เข้า Session Q&A ของเราท่านนึงค่ะ ที่มีประสบการณ์การทำงานในสายทางด้านงานขายเกือบ 10 ปี ฐานเงินเดือนเกือบหลักแสน แต่เริ่มสนใจสายงานด้านดิจิตอลในฐานดีไซน์เนอร์ และได้มีโอกาสทำงานในบริษัทขนาดเล็กเป็นเวลาประมาณครึ่งปี ตอนนี้อยากไปสายนี้ต่อ แต่ติดที่การจะเปลี่ยน Job title ครั้งใหญ่นี้นอกจะหางานก็ยากพอดูแล้วแล้ว ยังมาติดเรื่องฐานเงินเดือนที่เหมือนต้องไปนับหนึ่งใหม่ คราวนี้พินขอตอบคำถามนี้ใน 2 มิติ เรื่องวิธีการคุยเรื่องเงินเดือนโดยทั่วไปเมื่อสมัครงานทำอย่างไร แล้วก็อย่างที่สองถ้าเรามาคนละสายงาน จะย้ายสายงานต้องทำยังไงเรื่องเงินเดือน

ตั้งเป้าหมายในการต่อรองพร้อมหา option สำรองที่จะทำให้เราปฏิเสธได้

ในเรื่องการต่อรองบางทีเราอาจจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ตามที่เราคาดหวังไว้ แต่หลายๆครั้งอาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่ได้มีการกำหนดเป้าหมายในการเปลี่ยนงานครั้งนั้นๆ รวมถึงไม่ได้กำหนดตัวเลขไว้อย่างชัดเจนที่จะสอดคล้องกับเป้าหมายนั้นด้วย

เป้าหมายของการเปลี่ยนงานอาจจะไม่ได้วัดจากตัวเงินอย่างเดียว พินเองตอนที่ทำงานโฆษณาก็เห็นพี่ๆหลายคนที่เปลี่ยนสายงานจาก Client Service หรือ AE ไปทำด้านอื่น เพราะอยากจะมีเวลาของตัวเองมากขึ้น หรือเพราะความเครียดจากการทำงานเริ่มทำร้ายสุขภาพ เค้าก็เลยตั้งไว้เลยว่าจะหางานที่ตอบโจทย์เหล่านี้แต่ความรับผิดชอบที่ลดลงก็จะมากับความคาดหวังเรื่องเงินเดือนที่ลดลงด้วย แต่อันนี้คือเรากำหนดโจทย์ในการเปลี่ยนงาน หรือหางานเองชัดเจน บางคนอาจจะอยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นที่คิดว่าเรามีความสนใจจริงๆ ทำงานด้านอื่นมาแล้วไม่ตอบโจทย์ อยากที่จะทำในสิ่งที่เราชอบ ก็ต้องเข้าใจความต้องการหรือเป้าหมายของเราเองในภาพรวมก่อนค่ะ

และแน่นอนค่ะถ้าเห็นเป้าหมายแล้ว เราควรจะต้องชัดเจนกับตัวเองว่าอะไรที่เรา “อยากได้ รับได้ และอะไรที่เราไม่ต้องการ” ในเคสสุดท้ายที่บอกว่าเราไม่ต้องการ หรือตัวเลขที่เรารับไม่ได้ เราควรจะหา option ที่เป็นตัว back up ไว้ เพราะว่าถ้าเราต่อรองโดยที่เราไม่ได้มี back up plan เราก็จะมีความกดดันและสูญเสียอำนาจในการต่อรองค่ะ

ถ้าเรารู้ว่าด้วยตัวเลขเท่านี้ เรามีงานที่อื่นที่เราสนใจมากกว่า หรือว่าเราทำงานเดิมก็ได้ ให้เก็บ option นี้ไว้ในกระเป๋าแล้วเราจะไม่ต้องต่อรองด้วยความรู้สึกว่าหลังชนฝาไม่มีทางเลือกอื่น และต้องจำใจยอมรับข้อเสนอ

เข้าใจ Value ของตำแหน่งงานนั้นๆในมุมมองของคนที่ตัดสินใจหรือคนที่ต่อรองกับคุณ

ต้องเข้าใจว่าเวลาเราต่อรอง เราต่อรองกับตัวบุคคล ไม่ใช่องค์กร เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจว่าคนที่เรากำลังต่อรองด้วยตีค่าตำแหน่งงานนี้ยังไงก็จะทำให้เราสามารถหาจุดร่วมของทั้งฝั่งเราและฝั่งเค้าได้ เช่นถ้าคุณต่อรองกับทาง HR ตำแหน่งนี้อาจจะเป็นตำแหน่งที่หาคนมานานเพื่อให้ได้คนที่ตอบโจทย์จริงๆ เพราะฉะนั้นจุดประสงค์ทาง HR ก็จะอยากให้สามารถปิดการหาตำแหน่งนี้ได้โดยเร็ว หรือหากคนกำลังต่อรองกับเจ้านายในอนาคตของคุณ ตำแหน่งนี้อาจจะเป็นตำแหน่งที่ในสายตาของเจ้านายคุณไม่ได้มีความสำคัญอะไรมาก เพียงแค่มาเป็นแขนขาให้ความสะดวกสบายกับตัวเค้าเท่านั้น วิธีการต่อรองก็จะเป็นแบบหนึ่ง แต่ถ้าตำแหน่งนี้เจ้านายของคุณต้องการได้คนที่มาทำในสิ่งที่เขาทำไม่เป็น คุณก็จะมีอำนาจต่อรองในอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นสำคัญมากที่เราจะทำความเข้าใจการตีค่าและความหมายของตำแหน่งที่คุณสมัครในสายตาของคนที่คุณต่อรองด้วย

ทำความเข้าใจ Market Price และทำการบ้านเรื่อง Salary trend

ทำความเข้าใจเรทเงินเดือนในตำแหน่งของคุณในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่คุณอยู่ สิ่งนี้เป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าตัวเลขที่คุณจะให้กับนายจ้างของคุณเมื่อเขาถาม expected salary คุณควรจะมุ่งไปที่เท่าไหร่ จาก Market Price ของ Candidate ที่มีประสบการณ์คล้ายคลึงกับคุณ หรือสำหรับตำแหน่งงานนั้นๆ คุณสามารถมาเทียบได้กับตัวเลขที่คุณต้องการ เพื่อทำความเข้าใจล่วงหน้าในเรทเงินเดือนที่คุณขอว่าสูงกว่าตลาด หรือว่าตำ่กว่าคนที่มีความสามารถเท่าคุณหรือไม่

พูดเรื่องเงินให้ถูกเวลา

ค่าตัวเราจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับคนที่จ้างเราตัดสิน เรื่องของค่าตอบแทนบางทีก็ถูกถามมาหลังจากสัมภาษณ์เสร็จเลย บางทียังไม่ทันสัมภาษณ์เลยก็ถามเรื่องเงินเดือนก่อน ซึ่งที่จริงก็ไม่แปลกนะคะบางคนมองว่าถ้าเงินไม่ได้ก็ไม่น่าจะต้องคุยกันเสียเวลา HR บางที่ก็ไม่อยากจะเสียเวลาถ้าเกิดเป้าหมายไม่ตรงกัน แต่ความคิดเห็นส่วนตัวของพิน คุยเรื่องตัวงานก่อน จนฝ่ายนายจ้างเห็นคุณค่าของเรา และเมื่อเราผ่านรอบการสัมภาษณ์แล้ว ถึงเริ่มขั้นตอนการพิจารณาข้อเสนอ การคุยเรื่องเงินก่อนที่นายจ้างจะเข้าใจคุณค่าของเรา อาจจะทำให้เราพลาดโอกาสที่เราสนใจไปค่ะ

เรียบเรียงโดย : อินทิพร บุญสมับติ

ปรึกษาปัญหาการเปลี่ยนงาน หางานใหม่ ฟรีแบบกลุ่มที่ Career Lab Live Q&A ลงทะเบียนฟรี ที่นี่
มีคำถามเรื่องอาชีพปรึกษาด่วน คลิกที่นี่

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

5 ทักษะที่จำเป็นในการหางานในปี 2020 แจกส่วนลดคอร์สออนไลน์ในโพสต์

ช่วงนี้ใครอยากอัพตำแหน่งงาน อัพเงินเดือนสวนกระแสคนตกงาน ต้องอัพสกิลตัวเอง 5 อย่างนี้แบบเร่งด่วน เพราะกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก แถมยังมีเรทเงินเดือนสูงด้วย วันนี้เรามีแหล่งพัฒนาทักษะแห่งอนาคต พร้อมส่วนลดมาแจกแฟนๆที่น่ารักของเราทุกคนด้วย

เรายังเลือกงานได้อยู่มั๊ย? ในยุคที่คนว่างงานสูงถึง 3.3 ล้านคน

งานหายาก ธุรกิจปิดตัว คนทำงานโดนเลย์ออฟ แล้วเรายังมีทางเลือกอะไรอีกบ้าง? เป็นคำถามที่หลายคนกำลังสงสัย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเรียนจบ หรือคิดอยากเปลี่ยนงานในช่วงนี้แต่ก็ยังไม่กล้า เพราะคิดว่าเราไม่ใช่เวลาที่ดีในการ ‘เลือกงาน’

Free e-book สุดยอดข้อมูลอาชีพสำหรับคนอยากเปลี่ยนสายงานที่หลายคนตามหามารวมอยู่ที่นี่แล้ว! พร้อม link download

แจกชีทสรุปสูตรลับข้ามสายงาน 8 อาชีพ จาก X-Career ข้ามสาย Talk live season 1 พร้อม link download เปลี่ยนสายงานมาทำงานในอาชีพนั้นๆ ทำให้เราเองได้ค้นพบว่าในจักรวาลแต่ละอาชีพ ยังมีอีกหลายอย่างมากๆ ที่น่าเข้าไปค้นหาและบอกเล่าให้กับคนอยากข้ามสายงานทุกคน