มองการเติบโตในสายอาชีพผ่าน Mindset แบบ Entrepreneur สรุปประเด็น Future Trend Podcast

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพินมีโอกาสได้ให้สัมภาษณ์พูดคุยกับ Future Trend Podcast เป็น Podcastที่เจาะลึกมุมมองของคนในวงการการทำงานที่มีมุมมองหลากหลายเกี่ยวกับการทำ Career Development มีจากทั้ง ผู้บริหารของ Line, AIS,และองค์กรอื่นๆ รวมถึง Influencer ทางด้านวิถีคนทำงานอย่าง คุณอภิชาติ จาก HR next gen หรือ คุณโอม จาก ออฟฟิศ 0.4 มีบทสัมภาษณ์หลายอันที่น่าสนใจอยากให้ไปติดตามฟัง Podcast กันได้ที่นี่ค่ะ

สำหรับประเด็นที่พินพูดคุยกับ Future Trend เป็นมุมมองของการใช้วิถีของ Entrepreneurship เข้ามามองโลกการทำงานในปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก

เตรียมพร้อมยังไงในโลกที่คนหนึ่งคนคงอาจจะต้อง “เปลี่ยนงานถึง 17 ครั้ง” และ ไม่ได้ทำแค่ ” job เดียว” ในหนึ่งวัน

พินได้มีโอกาสฟัง conference ของทางหน่วยการศึกษาใน Australia จากการทำการวิจัยมีตัวเลขที่บ่งบอกว่า เยาวชนชาว Australia ในอนาคตจะต้องเปลี่ยนงานถึง 17 ครั้งในช่วงชีวิตของพวกเค้าค่ะ อ่านต่อ นั่นแปลว่าถ้าเราทำงานกัน ทั้งหมดประมาณ 40 ปีก่อนที่เราจะเกษียณเท่ากับว่าเราจะเปลี่ยนงานโดยเฉลี่ยประมาณทุก 2 ปีกว่า ถ้าดูที่บ้านเราก็บ้าง พินคิดว่าพี่ๆ HR ทุกคนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตอนนี้ขอให้น้องๆจบใหม่เข้ามาแล้วอยู่เกิน 6 เดือน หรือปีนึง พี่ๆก็ชื่นใจแล้ว

เพราะความเร็วของ automation ทำให้งานที่เราคิดว่ามีตอนนี้ มองไปปีหน้าอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้ ถ้าใครอยากรู้ว่างานไหนไปก่อนเข้าไปดูที่นี่ได้นะคะ willrobottakemyjob อยากพัฒนา career ให้ต่อเนื่องต้องอาศัยมุมมองการบริหาร career เหมือนเป็นการบริหารบริษัท เราเป็น CEO ในชีวิตเรา และคิดแบบ entreprenuer “แบบเจ้าของกิจการชีวิตตัวเอง” แล้วเราจะอยู่รอดอย่าอู้ฟู่ในตลาดงานค่ะ พินได้สรุปเป็น Playbook สั้นๆว่าแล้วเราจะต้องปรับมุมมองยังไงบ้างที่นี่ค่ะ

คิดแบบผู้ประกอบการแล้วบริหาร Career ของเราเอง !

  1. มองปัญหาและความเปลี่ยนแปลงเป็น “โอกาส” ในมุมของผู้ประกอบการการสร้างธุรกิจคือการสร้างคุณค่าใหม่ๆมาตอบโจทย์ปัญหาของลูกค้า เพราะฉะนั้นปัญหาคือบ่อเกิดของโอกาส ตัวอย่างที่ชัดๆเลยถ้าตอนนี้อุตสาหกรรมไหน ธุรกิจไหนได้รับผลกระทบของ Covid โดยตรง อย่าเพิ่งรีบออกจากบริษัทนั้นนะคะ อยู่ช่วยเขาแก้ปัญหาก่อน เพราะว่าตอนที่มีวิกฤตินี่แหละค่ะคือตอนที่องค์กรต้องพลิกหา solution ใหม่ๆ โอกาสใหม่ๆ

    ในอดีตพินเองก็เคยเจอสถานการณ์คล้ายๆกันตอนที่ยังเป็นพนักงานใหม่วัยใสของบริษัทที่ปรึกษา Global แห่งหนึ่ง สถานการณ์ตอนนั้นองค์กรที่พินอยู่มีความจำเป็นต้องปรับทีมสัดส่วนที่ปรึกษาของแต่และแผนกใหม่ให้เข้ากับ demand ของลูกค้าที่มีการปรับตัว ทำให้ทีม HR จะขอให้พินย้ายจากการทำงานเป็นที่ปรึกษาธุรกิจยั่งยืน ให้ไปทำในฝ่ายที่ปรึกษาทางด้าน HR แต่พินกลับมองว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้เป็นตามแผน และปฏิเสธโอกาสที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่อันนั้นไป เพราะยึดติดกับความเชื่อว่าความสนใจของเราเองมีจำกัด เราอยากโตเป็น expert เฉพาะเรื่องธุรกิจยั่งยืนเท่านั้น เรื่องอื่นจะไม่ทำ ในวันนี้มองย้อนกลับไป เสียดายโอกาสในการเรียนรู้ เพราะว่าทุกวันนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับคน และการพัฒนาคน เราอาจจะไม่รู้เลยว่าในอนาคตเราต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้เมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นอยากให้มองการเปลี่ยนแปลง และปัญหาที่อาจจะดูไม่ได้เป็นไปตามแผนเป็นโอกาสการเก็บเกี่ยวความรู้ domain ใหม่ๆระหว่างทางค่ะ แล้วในอนาคตเราอาจจะต้องวกเอาสิ่งนั้นมารวมกันเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับเส้นทางสายอาชีพเราค่า
  2. ารทำความเข้าใจตลาดและตอบโจทย์ จะเติบโตได้เร็วก็ต้องเลือกตลาดที่จะมีโอกาสในการเติบโตค่ะ เช่นตอนนี้มีอุตสาหกรรมประเภท Technology ที่กำลังเติบโตสูง หรือว่าวงการ Healthcare ธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพก็กำลังมาแรง เราในฐานะคนทำงานที่มองตลาดต้องเข้าใจว่า needs ของผู้บริโภคทุกวันนี้ต้องการอะไร แล้วเราเองสามารถทำอะไรตอบโจทย์นี้ได้บ้าง เวลาจะเลือกอุตสาหกรรม บริษัท หรือตำแหน่ง ขอให้มองทะลุไปถึงความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันเลยค่ะ มองให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังอยู่ในขาขึ้นหรือขาลง
  3. จ้าของธุรกิจวัดจากการเติบโตในส่วนของเจ้าของ หรือ Equity ไม่ใช่เงินเดือน ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้ ความคาดหวังจะวัดการเติบโตในสายอาชีพจากเงินเดือนและตำแหน่งอย่างเดียวไม่ใช่วิธีการวางแผนเติบโตที่ยั่งยืน ในเมื่อมีหลายๆตำแหน่งสามารถหายไปได้อย่างรวดเร็วจาก automation ตำแหน่งที่อาจจะเคยได้เงินเดือนเยอะ และเป็นที่ต้องการของตลาด อาจจะเปลี่ยนผันไปตามเทรนด์ผู้บริโภค จากรายงาน Thriving the New Work Order ของ Foundation of Young Austrlians (FYA) การพัฒนาอาชีพควรโฟกัสที่ Career Cluster หรือกลุ่มของสายอาชีพ แทนสายอาชีพเฉพาะอันใดอันหนึ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้เราสามารถข้ามสายได้ใน Cluster เดียวกัน และเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทรนด์ตลาดมีการเปลี่ยนแปลง โดย Career Cluster ที่รายงานนี้แนะนำ ประกอบไปด้วย 1) The Generators 2)The Artisans 3)The Carers 4)The Coordinators 5) The Designers 6)The Informers 7)The Technologists อ่านต่อ The Cluster Model Explained
  4. มี Exit Strategy ตั้งแต่ตอนเริ่ม อันนี้ไม่ได้แปลว่าให้วางแผนลาออกตั้งแต่เริ่มงานนะคะ แต่อยากให้ตั้งเป้าหมายว่าเราต้องการอะไรตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน คุณควรที่จะถามตัวเองได้ว่า “เราจะเพิ่มคุณค่าอะไรให้ตัวเองจากประสบการณ์ที่นี่ เราต้องการเก็บเกี่ยวอะไรจากที่นี่” และเมื่อคุณคิดว่าจะลาออกคุณควรค้องคำถามกับตัวเองว่า “คุณได้อะไรจากการออกหรือยัง” การ set goal ที่มีความหมายกับชีวิตคุณในระยะยาวจะทำให้คุณมีแรงฮึดสู้ไปไกลได้อีกเมื่อเริ่มต้นทำงาน
  5. อกแบบงานที่เสริมสร้าง passion ให้กับตัวเอง หนังสือที่เขียนโดย Daniel Pink ได้แชร์ไว้ว่า เราจะมีแรงจูงในการทำสิ่งนั้น ต้องประกอบไปด้วย 3 อย่าง คือ 1) Autonomy ต้องมีอิสระในสิ่งที่อยากทำ 2) Mastery เราต้องทำสิ่งนั้นจนเก่งและเชี่ยวชาญ ซึ่งมัจะตอบโจทย์ เป้าหมายที่เราต้องการไปจริง ๆ 3) Purpose หรืองานที่ตอบโจทย์สิ่งที่เราให้คุณค่าให้ความสำคัญ ถ้าคุณคิดว่างานแบบนี้น่าจะหายาก หรือการหางานโดยเฉพาะช่วง Covid นี้หายาก อยากให้ลองใช้มุมมองนี้เปิดช่องทางในการสร้างงานให้ตัวเองดู

ขอทิ้งท้ายประเด็นการหางานช่วง Covid ค่ะ วิธีคิดแบบผู้ประกอบการเท่านั้นที่จะทำให้เราบริหาร career ของตัวเองรอด โดยเฉพาะถ้าเราโดน layoff มา หรือว่าโดนตัดเงินเดือน อย่ามองว่าสิ่งนี้คือปัญหา แต่ให้มองว่าเป็นโอกาสที่จะเราได้อิสระที่จะสร้างคุณค่าใหม่ๆให้กับการเติบโตของเราค่ะ ถ้าดูดีๆการที่จะเจองานที่ตอบโจทย์ 3 สิ่งที่ Danial Pink บอกไว้คงไม่ใช่วิธีแบบเดิมๆ ที่เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเราก็ส่ง resume รัวๆ คงจะไม่ใช่

วิธีเดิมๆที่เราเข้าไปดูตลาดงานแล้วรอโอกาสว่ามีบริษัทไหนเปิดรับบ้าง หรือ มีตำแหน่งอะไรว่างบ้าง
อันนี้เป็นวิธีที่เรา รอมากกว่า สร้างโอกาสเอง

อยากให้เรามาลองทบทวนดูว่า อย่างแรกตัวเราเองมีศักยภาพหรือความสามารถด้านไหน (Mastery) แล้วเราคิดว่ามีปัญหาอะไรที่น่าสนใจ & เราอยากแก้ให้สังคมของเราบ้าง (Purpose) เสร็จแล้วมาลองลงมือทำสร้างโปรเจคของตัวเอง (Autonomy) อาจจะเปิดช่องทางที่เราจะดึงดูดบริษัทที่จะสนใจจ้างเราไปแก้ไขปัญหาใหม่ๆที่องค์กรเค้ากำลังเผชิญอยู่ก็ได้ โดยทั้งๆที่ตำแหน่งเหล่านี้อาจจะไม่เคยถูกประกาศในวงกว้างมาก่อน แต่ว่ากลับสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ค่ะ

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

5 ทักษะที่จำเป็นในการหางานในปี 2020 แจกส่วนลดคอร์สออนไลน์ในโพสต์

ช่วงนี้ใครอยากอัพตำแหน่งงาน อัพเงินเดือนสวนกระแสคนตกงาน ต้องอัพสกิลตัวเอง 5 อย่างนี้แบบเร่งด่วน เพราะกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก แถมยังมีเรทเงินเดือนสูงด้วย วันนี้เรามีแหล่งพัฒนาทักษะแห่งอนาคต พร้อมส่วนลดมาแจกแฟนๆที่น่ารักของเราทุกคนด้วย

จัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยพะเยา ช่วยนิสิตในการค้นหาอาชีพที่ใช่ และเขียน Resume ในวันที่ 3 ตุลาคม 2563

โครงการ GPT ของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ องค์การมหาชน (NIA)
บริษัท แคเรียร์วีซ่า ดิจิตอล จำกัด จัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยพะเยา ช่วยนิสิตในการค้นหาอาชีพที่ใช่ และเขียน Resume ในวันที่ 3 ตุลาคม 2563 โดยมีนิสิตเข้าร่วม ประมาณ 400 คน ทั้งในห้องเรียนรวม และผ่านทางออนไลน์