รวมคำถาม Live Q&A เปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้าหรือเปลี่ยนสายเพื่อทำสิ่งชอบช่วง Covid คุ้มมั้ย ? ทำยังไง ?

รวมคำถาม Live Q&A เปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้าหรือเปลี่ยนสายเพื่อทำสิ่งชอบช่วง Covid คุ้มมั้ย ? ทำยังไง ?

สิ่งที่นำไปใช้ได้จริง

– อ่าน  Job Description สังเกตทักษะที่ระบุไว้แรกๆของบนลิสต์จะเป็นทักษะหลักของงานนั้นที่เราจะต้องมี

– ทำความเข้าใจเรื่อง Transferable skill เพื่อให้เห็นสิ่งที่เรามีความสามารถอยู่แล้วและสามารถปรับไปใช้ในงานที่เป็นเป้าหมายใหม่ได้

– การเปลี่ยนงานข้ามสายต้องอาศัยการลงมือทำทดสอบ อาจเริ่มจากหา Passion Project ที่เราสนใจ ทดลองลงมือทำ แล้วลองใช้ทักษะที่มีเริ่มช่วยเหลือคนอื่น จนกว่าเราจะเก่งและเริ่มมีคนขอให้เราช่วยทำสิ่งนั้นๆ นั่นเป็นขั้นแรกที่บอกว่า เราเริ่มมีทักษะใหม่ที่แข็งแกร่งแล้วและสามารถนำไปสร้างอาชีพได้

จากที่จัด Live Q&A ครั้งแรกไปผ่านทาง Google Meet พูดคุยกับ community คนหางานจากเพจ ​CareerVisa Thailand ได้พบเจอกับหลากหลายอาชีพค่ะ คำถามมีทั้งสายบัญชี, R&D, สายงาน Data แต่ประเด็นที่จับมาเขียนคือเรื่องการเปลี่ยนงานในช่วงวิกฤติ ​Covid หลายๆท่านอาจชั่งใจอยู่ว่าวินาทีนี้เราต้องมุ่งเรื่องความอยู่รอดมากกว่าความชอบ หรือการมุ่งที่จะเติบโตในช่วงเศรษฐกิจช่วงนี้เป็นไปได้มั้ย มาลองดูคำถามและคำแนะนำกันเลยดีกว่าค่ะ

Q : ช่วง Covid นี้ถ้าอยากย้ายงานเพราะมีสนใจจะย้ายอุตสาหกรรมแต่อาจจะไม่ตรงกับที่เรียนมา เงินเดือนจะโอเคมั้ยคะ เพราะถ้าไม่รีบย้ายอยู่ไปนานๆก็กังวลอีกว่าเราจะกลายเป็น expert ของสายนี้ไปแล้วย้ายออกยากอีก ?

A : เรื่องฐานเงินดือนในการหางานใหม่ไม่ว่าจะช่วง Covid หรือไม่ ​Covid ก็เป็นเรื่องที่หลายๆคนอาจจะอยากรู้กันอยู่แล้วนะคะ พินอยากแนะนำให้ค้นหาข้อมูลเบื้องหลังสาเหตุของของการ ‘เปิดรับพนักงานในตำแหน่งนี้’ของบริษัทก่อนค่ะ  ตำแหน่งที่บริษัทเปิดรับ เปิดรับเพราะกรณีไหนต่อไปนี้ค่ะ

  1. เปิดรับเพราะว่ามีพนักงานเก่าออกไป อันนี้เป็นเหตุการปกติทั่วไปเกิดจาก life cycle ของพนักงาน เพราะฉะนั้นถ้าจะกังวลว่าจะมีการลดเงินเดือนตัดงบจากตำแหน่งที่เปิดอาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องกังวลมากค่า
  2. ตำแหน่งนี้เปิดเพราะว่ามีการยุบตำแหน่งอื่นหรือมีการทำ Re-organization อันนี้อาจจะต้องทำให้เราเตรียมตัวพร้อมลุยนิดนึง เพราะถ้าตำแหน่งนี้ไม่เคยมีมาก่อน แล้วเพิ่งเกิดใหม่จากการปรับโครงสร้างองค์กร คนในองค์กรอาจจะไม่คุ้นชินกับการสรรหาคนตำแหน่งนี้ แลวบริษัทอาจจะอยู่ในช่วงของการลดค่าใช้จ่าย
  3. ตำแหน่งนี้เปิดเพราะธุรกิจมีการเติบโต ต้องการคนเพิ่ม หรือคนใหม่เพื่อให้รองรับการเติบโต อันนี้น่าจะเป็นนนิมิตหมายที่ดีค่ะว่ามีโอกาสใหม่ ตำแหน่งใหม่เกิดขึ้น บริษัทจะต้องลงทุนเพื่อที่จะให้ได้คนที่มีคุณภาพมาช่วยกันสร้างธุรกิจ

ถ้าเราเข้าใจสาเหตุที่องค์กรเปิดรับก็พอจะเป็นตัวบ่งชี้เพิ่มเรื่องสถานการณ์ในบริษัทและสภาพการเงิน รวมถึงเรื่องของค่าตอบแทน อยากให้มุ่งเน้นที่ตัวองค์กรว่าตอนนี้องค์กรกำลังเติบโตหรืออกำลังอยู่ในขั้นการตัดค่าใช้จ่ายค่ะ ไม่ใช่ทุกอุตสาหกรรมนะคะที่เผชิญปัญหาวิกฤติ Covid บางที่ก็ยังมีการเติบโตค่ะถ้าเราติดตามข่าวสารจะเห็นว่าทั่วโลกธุรกิจ ประกัน สุขภาพหรือ healthcare จะมีการเติบโตสูงค่ะ 

Q : ทำสิ่งที่ไม่ชอบจน Burn out มาเป็นเวลา 10 ปี ไม่มีความสุขเลย แต่จะย้ายงานตอนนี้ก็กังวลความมั่นคงเพราะ Covid จะก้มหน้าทำต่อไปดีหรือว่าจะเปลี่ยนงานใหม่ดี

เรื่องของความเสี่ยงในการหางานยากในช่วงนี้เป็น Fact ที่เราต้องรับกันไปค่ะ แต่ว่าสิ่งที่เรามักจะแนะนำเรื่องของการเปลี่ยนสายอาชีพให้ใช้กระบวนการ ‘ลงมือทดสอบทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป’ ค่ะ ในการที่เราจะมั่นใจและมีความสุขกับงานงานนึงได้ มีหลายปัจจัยมากนะคะ เช่น เรามีทักษะที่เหมาะสมและทำได้จริงๆรึเปล่า คนที่เราต้องไปทำงานด้วยเป็น type ที่เราสบายใจรึเปล่า ค่าตอบแทนสามารถช่วยให้เรามีไลฟ์สไตล์ที่ต้องการได้รึเปล่า งานที่ทำมีสิ่งที่ขัดต่อคุณค่าหรือ Value ของเรารึเปล่า เหล่านี้เป็นแค่ตัวอย่างคร่าวๆนะคะที่เราจะต้องพิจารณาตัดสินใจ แต่เมื่อเราทำความเข้าใจกับข้อมูลจริงเกี่ยวกับอาชีพนั้นๆแล้ว สิ่งทีต้องทำต่อมาคือการทดลอง ทดสอบ ลงมือทำค่ะ การทดลอง ทดสอบ ลงมือทำเป็นวิธีการที่ทำให้เราได้ข้อมูล feedback ที่ตรงที่สุดจากมุมมองของเราเอง วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่ออกจากงานเก่า มาเริ่มงานใหม่ แล้วก็ค้นพบว่าเราไม่ชอบอยู่ดี หรือ งานใหม่อาจจะไม่มีความมั่นคงทางการเงิน

อยากจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพผ่านกรณีตัวอย่างค่ะ ถ้าเราสนใจในสายอาชีพใหม่ที่ต้องอาศัยทักษะใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น เราทำงานประจำด้านบัญชี แล้วอยากออกมาเป็นนักวาดการ์ตูนอิสระ เราจะมีขั้นตอนในการ ออกแบบอาชีพใหม่ได้ตามนี้ค่ะ

ขั้นแรก : พินแนะนำว่าลองหางานโปรเจคคการกุศล เช่นเราไปอาสาทำสมุดบริจากน้องๆในต่างจังหวัด ที่ต้องอาศัยทักษะศิลปะในการวาดภาพหน้าปกด้วย เราอาจจะเริ่มทำสิ่งนี้ในวันเสาร์อาทิตย์ที่เป็นเวลาของเราเอง ถ้าเราชอบจริงสนใจจริง จะต้องทำหลายชั่วโมงหรือกินเวลาส่วนตัวไปยังไงเราก็จะมีความสุขจากการทำสิ่งที่เราชอบ เรียกว่าเป็น Passion Project ของเราไปก่อน เรื่องความมั่นคงอาจจะยังไม่ต้อง focus ในขั้นแรกแต่ให้เราได้ลองทำใช้ทักษะใหม่อันนั้นเป็นสำคัญที่สุดค่ะ

ขั้นที่ 2 : ถัดมาเมื่อเราเริ่มมีทักษะที่แข็งแกร่งขึ้น เป็นที่ยอมรับ เป็นที่รู้จัก ก็มักจะมีคนมาขอให้เราเป็นที่พึ่ง ขอให้เราช่วยงานเพราะอาจจะเป็นเพื่อนๆของคุณที่เข้าร่วมโครงเดียวกัน หรือครอบครัว คนรอบข้างที่เห็นผลงานการวาดของเรา แล้วเค้ามีงานโปรเจคอื่นๆที่ต้องอาศัยทักษะของคุณ แล้วคนใกล้ตัวคนนั้นมาขอให้เราช่วย ตรงจุดนี้แสดงว่าทักษะที่เราพัฒนามาตอนนี้มันมีมีคุณค่ากับคนอื่น คุณค่านั้นอาจจะไม่ได้กลับมาหาเราในรูปแบบตัวเงิน แต่ก็จะเริ่มทำให้เราเข้าใจระดับความสามารถของเราเองว่าเริ่มมีประโยชน์กับคนอื่นแล้ว ไม่ใช่แค่ทำเพราะชอบอย่างเดียว

ขั้นที่ 3 : งานที่เคยช่วยคนอื่นฟรี เมื่อฝีมือเราถึงจริง จะเริ่มมีคนจ้างและจ่ายเงินให้กลายเป็นอาชีพได้ค่ะ ซึ่งก็จะทำให้เราเข้ามาอยู่ในตลาดของฟรีแลนซ์ หรืออาจจะเป็นกิจการเล็กๆของเราที่ทำไปคู่กับงานประจำได้ เช่นอาจจะมีเพื่อนของคุณที่จ้างคุณทำของชำร่วยงานแต่งงานของเค้า หรือ วาดภาพอื่นๆในโปรเจคส่วนตัว ตรงนี้ก็จะทำให้คุณมี Portfolio ของผลงานที่ผลิตจากทักษะใหม่นี้จริง และคุณอาจจะต้องเริ่มคิดเรื่องการตั้งราคากับทักษะที่คุณมีมา

ขั้นที่ 4: ถ้าอยากเปลี่ยนงานฟรีแลนซ์ เป็นงานประจำเราก็สามารถนำผลงานที่เราเคยมีมาไปสมัครงานได้ เพราะเรามีทั้ง Portfolio มาแล้ว รวมถึงค่าตัวอย่างเป็นทางการ

ถ้าทำเป็นขั้นตอนการทดลองทดสอบแบบนี้ ไม่จำเป็นเลยที่เราต้องลาออกจากงานประจำมาทดลองชีวิต freelance มันยังเป็นสิ่งที่ทำควบคู่กันได้ รวมถึงเมื่อจังหวะมันมาในขั้นหนึ่ง เราจะยุ่งกับงาน freelance และได้ค่าตอบแทนเยอะพอจนงานประจำเราต้องเพลาๆ จนต้องลาออกเองค่ะ ถ้าเรายังกังวลกับความมั่นคงทางการเงินอยู่ไม่ควรรีบกระโจนออกมาค่ะ เพราะจะทำให้เราเครียดหนักเข้าไปอีก แต่ถ้าโชคดีไม่ต้องดูแลเรื่องการเงินก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้เลยค่ะ

Q : จะย้ายงานเข้าสาย Technical (Data Analyst) ที่เราไม่ได้มีพื้นฐานมาก่อน จะรู้ได้ยังไงว่าต้องมีทักษะอะไรที่สำคัญบ้าง แล้วก็ตัวเองฝีมือโอเคมั้ย

สำหรับผู้ที่เคยทำงานอยู่ในโลกที่อาจจะไม่ใช่สายดิจิตอลและต้องการเปลี่ยนงานมาสายงานเพื่อความก้าวหน้า หรือเพื่อตอบโจทย์ความสนใจของเราเอง อยากบอกไว้ก่อนว่าเป็นไปได้แน่นอน แต่เราต้องใส่พลังกันอย่างเต็มที่หน่อยค่ะ 

Concept ขั้นแรกที่สำคัญที่สุดของการเปลี่ยนสายงานคือเรื่อง Transferrable Skill ซึ่งคือทักษะที่ไ่ม่ใช่ทักษะเฉพาะของแต่ละงาน แต่เป็นทักษะที่ต้องถูกใช้ในงานที่หลากหลาย กลุ่มของทักษะ เหล่านี้เช่น Communication, Analytical Skilll, Collaboration, Managing Team จะช่วยให้เราสามารถนำประสบการณ์ในงานเก่าเพื่อย้ายมาได้ 

ในขั้นที่ 2 สายงานที่เราสนใจมีความเฉพาะตัวการดู Job Description เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เช่น ในสาขา Data Analytic ตัว Job Description มักจะระบุทักษะที่เกี่ยวกับ ​Critical Thinking, Business Acumen, Data Visualization ซึ่งส่วนใหญ่เแล้วเราสังเกตได้ว่าทักษะที่ถูกระบุไว้แรกๆใน Job Description จะเป็นทักษะที่สำคัญมากที่สุด และลดหลั่นกันลงมาตตามลำดับ (หากท่านสนใจคำแนะนำจาก ​Data Scientist ตัวจริง สามารถติดตามผ่าน [ X Career : ข้ามสายTalk EP.5] “เปิดสูตรลับ ก่อนจะข้ามสายไปเป็น Data Scientist” (นาทีที่ 24.29 สำหรับคำแนะนำเรื่องสายงาน Data Scientist)

หลังจากนั้นเราจะต้องมาดูอย่างสุดท้ายคือเราเองมีทักษะอะไรบ้าง ( Skill Inventory) ผ่านทางการลองค้นคว้าเรื่อง​ scope งานที่เราทำเองแล้วเริ่มสร้าง Skill Inventory จากการหา keyword ทักษะที่ต้องใช้ในงานเรา

แล้วมาเปรียบเทียบใน 3 สิ่งนี้ คือ 1) Skill Inventory ทักษะที่เรามี 2) Transferable Skill สิ่งที่จะทำให้เราข้ามสายได้ 3) Job Description ของงาานที่ทำ  การวิเคราะห์นี้จะทำให้เราเห็นจุดแข็งจุดอ่อนของเราและสามารถหาช่องทางหรือกลยุทธ์ในการเปลี่ยนงานได้ชัดเจนมากขึ้น เช่น สมมติว่างานของเราแต่ก่อนเป็นสาย Designer เราจะย้ายไปสายที่ทำเรื่องของ Data Analytic มากขึ้น จากการวิเคราะห์ก็จะทำให้เห็นว่าสิ่งที่มีความเป็นไปได้ที่เราจะเก่งคือการทำ Data Visualization สิ่งที่เราอาจจะยังไม่มีประสบการณ์คือทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ การทำ Machine Learning เพราะฉะนั้นถ้า Data Scientist มี 3 สาขา1) Data Analytic 2) AI Engineering หรรือ 3) Data Engineering เราก็จะเห็นภาพมากขึ้นว่าาควรเข้าทางไหนก่อน

อีกคำถามที่เป็นเรื่องการวัดฝืมือ วิธีที่ CareerVisa มักจะแนะนำเสมอคือการทดลองทดสอบลงมือทำ ทักษะที่เรามีอาจจะเพิ่งเริ่มต้น หรือ ทำได้เร็วจนชำนาญ แต่อาจจะไม่ซับซ้อนพอที่จะทำงานจริง วิธีของการวัดง่ายๆคือลงมือลองหาโปรเจคมาทดสอบฝีมือก็จะทำให้เรารู้ว่าตกลงแล้วผลงานของเราเข้าถึงระดับที่จะมีคุณค่าพอที่คนอื่นจะจ่ายเงินจ้างเรารึยังค่ะ นอกจากนั้นการลงมือทำยังช่วยคุณสร้าง Portfolio ของงานอีกด้วยค่ะ

การเปลี่ยนงานในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจกำลังมีความไม่มั่นคงอาจจะยากลำบากซักหน่อย แต่ยังไงเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้เติบโตต่อในช่วงวิกฤตินี้นะคะ แต่ว่าขอให้มองแบบค่อยเป็นค่อยไป ปรับ tactic และความคาดหวังให้ไม่ต้องยาวไกลมาก ค่อยๆดู progress ในระยะสั้น แล้วเราอาจจะมีกำลังใจกับความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆของเราในแต่ละวันค่า

ปรึกษาด่วน Inbox มาหา ​CareerVisa คลิ๊กที่นี่

ปรึกษาปัญหาการเปลี่ยนงาน หางานใหม่ ฟรีแบบกลุ่มที่ CareerLAB Live Q&A ลงทะเบียนฟรี

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

มารีวิวการทำงานในปี 2020 กันเถอะ!

ใกล้หมดปี 2020 ถึงเวลาแล้วที่เราจะมารีวิวความสุขในการทำงานอีกครั้งว่าแต่จะรีวิวด้านไหนบ้างดี CareerVisa ขอเสนอการรีวิวตัวเองด้วย Career Design 5 Shades

อยากเป็น Gamecaster ต้องเริ่มต้นยังไง? ทำความรู้จักอาชีพที่กำลังมาแรงไปกับ AdK ก้องไก่กุ้กๆ

อาชีพ Game Caster กำลังมาแรงมากในหมู่นิสิต นักศึกษาที่กำลังจะจบ และ “เด็กติดเกม” ดูเหมือนจะไม่ใช่ เด็กที่จะหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้อีกต่อไป เลยอยากชวนทุกคนมาคุยกับ จรงกิจ ศิริมงคลเกษม (ก้อง) ซึ่งเป็น Game Caster เจ้าของ Youtube Channel AdK ก้องไก่กุ้กๆ

จะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่ควรลาออก แล้วควรวางแผนยังไงต่อไปดี? ลองทำ Checklist กันเถอะ

รู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว ไม่อยากทำสิ่งที่กำลังทำอยู่อีกต่อไปแล้ว “อยากลาออก” แต่หลายๆ คนก็ยังคิดไม่ออกว่า ถ้าลาออกแล้วจะไปทำอะไรล่ะ? ลองระบุปัญหาของงานที่ทำอยู่ด้วย Checklist