บทเรียน Passion ศาสตร์ 3 ข้อ จาก La La Land

ดูเผินๆ La La Land อาจจะเป็นแค่หนังสวยๆเรื่องหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นหนังรักโรแมนติคที่เกี่ยวกับความรักของหนุ่มสาว แต่จริงๆแล้วกลับเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจของคนทำงานที่มีความฝันและ Passion

เนื้อเรื่องจริงๆของ La La Land เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ถ้าใครเป็นคนมีความฝันและกำลังต่อสู้เพื่อ Passion ของตัวเองรับรองว่าซึ้งน้ำตาเล็ดอย่างแน่นอน เพราะหลายๆคำพูด หลายๆ moment คุณจะเจอตัวเองอยู่ในนั้น สำหรับคนที่ดูแล้วเรามาสังเกตรายละเอียดกันหน่อยดีกว่าค่ะว่า La La Land บอกอะไรเราได้บ้างเรื่องเกี่ยวกับการตามล่าหาความฝันหรือ Passion ศาสตร์

Passion ศาสตร์ข้อ 1: คุณต้องเคยเห็นคนที่มี Passion คุณถึงจะเชื่อว่ามันมีจริง!

จากภาพยนตร์เราจะเห็นความน่ารักของพระเอกในเนื้อเรื่องหรือ Sebastian จะคอยปลุกความฝันให้กับนางเอกตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงผ่านแค่คำพูด แต่ผ่าน “การกระทำ” ถ้ายังจำกันได้จะมีฉากที่เขาพาเธอไปดูวง Jazz ครั้งแรกเพื่อลบล้างความเชื่อว่าดนตรี Jazz น่าเบื่อและในตอนถัดมาที่ Sebastian เองก็ยังเข้าไปแจมกับวงเพราะความชอบส่วนตัว และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางตามล่าความฝันที่จริงจังของ Mia โดยการสร้างละครเวทีของตัวเอง Sebastian เปรียบเสมือน Inspiration หรือ Role Model ของ Mia ที่จุดประกายความหวังให้เธอ

161214_CBOX_la-land-jazz.jpg.CROP.promo-xlarge2-2.jpg

จากมุมมองของนักวิชาการอย่าง Angela Duckworth ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Grit-The power of Passion and Perseverance ได้กล่าวไว้ในหนังสือของเธอเกี่ยวกับความสำคัญของการมี Role Model

Finding inspiration in a purposeful role model…

Imagine yourself fifteen years form now.

“What do you think will be most important to you then?” and “Can you think of someone whose life inspires you to be a better person? Who? Why?”

เด็กๆที่เติบโตมากับพ่อแม่หรือครอบครัวเป็น Role Model ที่ใช้ชีวิตในการสร้างคุณค่า (Purposeful life) จะมีพร้อมที่จะตามหาความฝันมากกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นหากคุณอยากจะเป็นคนที่มี Passion คุณต้องลองหาเพื่อนที่คุณเชื่อว่าพวกเขาก็กำลังไล่ตามความฝันเหมือนกัน การได้เข้าใจชีวิตของเขาเหล่านั้นจะทำให้คุณเกิดความเชื่อมั่นในทิศทางที่คุณอยากจะเดินไป

Passion ศาสตร์ข้อ 2:การมี Passion ไม่ได้แปลว่าทำให้ชีวิตดี๊ดีทันที แต่มันทำให้คุณจัดการความล้มเหลวได้ง่ายขึ้น

กี่ครั้งที่ Mia รู้สึกว่าล้มเหลว แล้วต้องถูกปฏิเสธจากการ Casting กี่ครั้งที่เธอไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากกรรมการ กี่ครั้งที่ Sebastian ต้องทนเล่นดนตรี Jazz ในแนวที่เขาไม่เชื่อ แต่ยังไงทั้งสองคนก็ยังคงทำความฝันต่อไป เชื่อว่าหลายๆคนที่กำลังไล่ตามความฝันของตัวเองอยู่คงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของตัวละครโดยเฉพาะ Mia ที่ทั้งกลัว ทั้งอาย ทั้งเจ็บ แต่ก็กัดฟันทำ

maxresdefault.jpg

What most people don’t realise is that the word passion is actually derived from the Greek word Pathos which literally means- “to suffer”.-Sir Ken Robinson

Sir Ken Robinson นักเขียนและนักวิชาการอธิบายรากศัพท์ของคำว่า Passion ในภาษากรีกคือคำว่า Pathos ซึ่งแปลว่า “ทนทุกข์ทรมาน” ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดมุมมองชีวิตของคนที่ไล่ตาม Passion ได้ดีมาก

สำหรับคนที่ยึดมั่นใน Passion แล้ว พวกเขาจะอยู่ใน Mindset ที่ต้องการจะพัฒนาทักษะนั้นๆให้ดีชึ้น เหมือนนักกีฬาที่ต้องการเป็นมืออาชีพที่เก่งที่สุด สำหรับพวกเขาความล้มเหลวจะถูกเปลี่ยนแปลงเป็น Feedback (Failure is a feedback.) ที่ทำให้คุณเรียนรู้และทำสิ่งทีตัวเองรักได้ดียิ่งขึ้น

3. Passion ศาสตร์ข้อ 3: ถ้าในสิ่งที่เราอยากทำมันยังไม่มี เราก็ต้องสร้างโอกาสให้กับตัวเอง

ที่ผ่านมา Mia มุ่งแต่การไป Cast งานในบทที่ไม่ได้เหมาะกับเธอ แต่สิ่งที่เธอรักตั้งแต่เด็กๆก็คือการเขียนบทละครเองและเล่นในบทที่เธอสนใจหรือเหมาะกับเธอ  Sebastian จุดประกายความหวังให้ Mia โดยการสนับสนุนให้เธอสร้างละครเวทีของตัวเอง ในเมื่อเธอยังหาโอกาส หรือบทที่เหมาะสมของเธอไม่ได้ เธอก็ต้องสร้าง Passion Project ของตัวเองออกมา Goodby Boulder City เป็นละครเวทีที่ผลิตขึ้นมาโดยเธอเขียนบทและเล่นเป็นตัวเอกเอง และนั่นเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้ฝันของเธอเป็นจริง

gallery-1468421101-la-la-land-3.jpg

หลายๆครั้งเราพยายามหาอาชีพในฝันจากสิ่งที่มีอยู่ในตลาด เราเข้าเว็บไซต์หางานแล้วก็ “หวัง” ว่าจะเจอสิ่งนั้น Online job search strategy อาจไม่ใช่ทางที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีความฝันชัดเจน แต่การสร้าง Project เพื่อแสดงออกในสิ่งที่เรารักอาจนำมาสู่จะเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆให้กับเราได้

หนังเรื่องนี้เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเติมไฟให้ตัวเอง มีเพลงหนึ่งในหนังเรื่องนี้ชื่อ The Fools Who Dream คิดว่าน่าจะสรุปใจความของ Passion ศาสตร์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านหนังเรื่องนี้ได้ดีที่สุด ลองฟังดูค่ะ

Here’s to the ones who dream, foolish as they may seem. Here’s to the hearts that ache. Here’s to the mess we make. She captured feeling, sky with no ceiling, the sunset inside with rain. Here’s to the ones who dream, foolish as they may seem. Here’s to the hearts that ache. Here’s to the mess we make.

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

Burnout 4 ระดับ กับการดับไฟ ทำยังไงไม่ให้งานเผาไหม้จิตใจของเรา

ทำงานเหนื่อยจัง ไม่อยากทำอะไรเลย.. นี่เรากำลัง Burnout อยู่รึเปล่านะ? เราน่าจะเคยประสบกันมาบ้างแหละ ไม่ว่าจะเป็นมากหรือน้อย สำหรับอาการ Burnout แต่ว่าแค่ไหนถึงจะเรียกว่า Burnout แล้วแค่ที่เราหายเองได้หรือระดับไหนที่เราควรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ CareerVisa จะเล่าให้ฟัง

วิธีค้นหา “คุณค่าในชีวิตทำงาน” ภายใน 10 สัปดาห์ เพื่อตอบตัวเองว่าทำงานไปเพื่ออะไร

ทุกวันนี้ตอบตัวเองได้รึยังว่าเราทำงานไปเพื่ออะไร? คุณค่าที่คุณยึดถือ หรือ Personal Core Values คือสิ่งที่เราให้คุณค่า ให้ความสําคัญที่สุดในชีวิต ถ้าเรารู้ว่าทำงานไปเพื่ออะไร หรือความสุขในการทำงานของเราคืออะไร ก็จะเป็นส่วนสำคัญมากๆ ที่ทำให้เราค้นหาและมุ่งไปสู่งานที่ใช่เพื่อตอบคุณค่าในชีวิตของเรา

9 วิธีแก้ Burnout อาการหมดไฟ

9 วิธีที่จะช่วยคุณหยุดอาการ Burnout

อาการ Burnout เป็นสิ่งที่เกิดได้กับทุกคน แต่เมื่อเกิดได้ ก็ดับได้ และนี่คือเทคนิคที่เราแนะนำสำหรับคนที่อยากดับอาการ Burnout ของตัวเอง