บทเรียนจาก 2020 สู่ 2021 วางแผนชีวิตยังไง ในปีที่อนาคตไม่แน่นอน

ช่วงต้นปีปกติจะเป็นช่วงเวลาที่ควรค่าแก่การเริ่มอะไรใหม่ๆ แต่ปีใหม่ปีนี้ต่างออกไป สัญญาณหลายอย่างบอกเป็นลางว่า ในอีกหลายเดือนจากนี้สิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำอาจเลวร้ายเหมือนหนัง Horror ภาคต่อที่น่ากลัวกว่าเดิม

หลังจากถูกต้อนรับด้วยการกลับมาของโควิด ฝันหรือแพลนที่หลายๆคนวางไว้กลับล่มไม่เป็นท่า แล้วในปี 2021 เราจะมีหลักการวางแผนชีวิตและตั้งเป้าหมายยังไงในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนแบบนี้?

บทความจาก Fast company แนะนำไว้ว่า ยิ่งอนาคตไม่แน่นอน เป้าหมายกลับยิ่งต้องชัดเจน

บางคนอาจจะคิดว่าตั้งเป้าหมายไปเดี๋ยวโควิดก็พาล่ม แต่รู้มั้ยว่าการตั้งเป้าหมายให้จริงจังเป็นสิ่งที่จำเป็นสุดๆในสถานการณ์แบบนี้ เพื่อที่จะควบคุมตัวเองให้ทำงานอย่าง Productivity และประคองสติในการใช้ชีวิตได้จนจบปี เพียงแต่เราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการตั้งเป้าหมายให้ตรงจุด และยืดหยุ่นพอ

งั้นเราจะมีวิธีการวางแผนชีวิตและตั้งเป้าหมายอย่างไรให้ทำได้จริง?

1. ให้ Goals ของปี 2020 เป็นบทเรียน

ในความเลวร้ายยังมีข้อดีอยู่บ้างที่เราเคยผ่านประสบการณ์ Lock down และการ Work from home มาบ้างแล้ว ดังนั้นต้องใช้สิ่งที่เจอเมื่อปีที่แล้วมาเป็นบทเรียนสำคัญ

“เกิดอะไรขึ้น” กับเป้าหมายปีก่อนๆที่เราเคยตั้งไว้หลังจากที่โควิดเข้ามา
“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น” ค้นหาสาเหตุและวิธีแก้ไข เพื่อคาดการณ์สถานการณ์ปีนี้

2. ตั้งเวลาชีวิตให้ชัดก่อน แล้วค่อยวางแผนหรือกำหนดตารางเวลาของเป้าหมาย

เหตุผลใหญ่ๆที่ 2020 หลายๆ คนล้มเหลวคือการตั้งเป้าหมายแต่ไม่ได้ทำเพราะเกิดเหตุไม่คาดฝันหลายอย่าง ทำให้ตารางชีวิตรวน

  • ให้กำหนดเวลาการใช้ชีวิตให้ชัดก่อนว่าเป็นอย่างไร เช่น ตั้งแต่ตื่นไปจนถึงเวลานอน ใช้เวลาทำอะไร กี่ชั่วโมง
  • จากนั้นวางแผนการพัฒนาตัวเอง โดยคำนวณว่าใช้เวลาส่วนไหนในกิจวัตรที่ทำ แล้วสร้างเป็นตารางขึ้นมา
  • ถ้ารู้ตัวเองว่าไม่ค่อยมีวินัยเท่าไหร่ ลองใช้แอปพลิเคชั่นพวก Habit tracking มาเป็นผู้ช่วย
  • ระหว่างทาง ควรมีเป้าหมายระยะสั้น เดือนละ 1-2 อย่างเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าเป้าหมายไกลเกินไป
  • ช่วงออก Start สำคัญ ทำจนกว่าจะเป็นกิจวัตร ถึงจะเริ่มเห็นผล

3. โฟกัสที่กระบวนการมากกว่าเครียดกับผลลัพธ์

ในช่วงเวลานี้เราบังคับความผันผวนของสถานการณ์รอบตัวไม่ได้ จึงไม่มีอะไรการันตีว่าผลลัพธ์ได้ 100% แต่เราสามารถที่จะฝึกฝนความสม่ำเสมอในกระบวนการได้ ถ้าไม่ยอมแพ้ไปซะก่อน ผลลัพธ์นั้นก็ต้องเข้าใกล้ 100% ในสักวัน

4. มีแก่นของเป้าหมาย แต่ต้องรู้จักยืดหยุ่น

นอกจากเน้นกระบวนการแล้ว ต้องมุ่งเน้นไปแก่น(core)ของสิ่งที่ต้องการจริงๆในแต่ละเป้าหมายนั้นด้วย

เช่นเราอาจจะตั้งเป้าหมายว่าจะออกกำลังกาย 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ดังนั้นหากวันนี้ฟิตเนสที่เคยไปออกกำลังกายปิด เมืองเกิด Lock down ขึ้นมา เราก็แค่หาวิธีออกกำลังกายที่บ้านที่ได้ผลใกล้เคียงกัน เพื่อให้ยังดำเนินเป้าหมาย นั้นได้อยู่ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนวิธีการไปตามสถานการณ์นั่นเอง

5. อย่าลืม “เป้าหมายระยะยาว”

แม้จะต้องตั้งเป้าที่ทำได้จริงในปีนี้ แต่การตั้งเป้าหมายระยะยาวก็ยังสำคัญ เพราะเป้าหมายระยะยาวมักจะเกี่ยวข้องกับความสำเร็จบางอย่างในชีวิตที่เราเฝ้ารอ หรือเป็นความฝันไกลๆของเรา ตอนนี้อาจเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้ หลายๆคนล้มเลิกโครงการหลายอย่างที่เคยฝันไว้ แต่การล้มเลิกความฝันไม่ใช่ทางออก เราแค่ต้องฝึกปรือฝีมือ ใช้เวลานี้พัฒนาสะสมความรู้ และยืดเวลาของผลลัพธ์ออกไป เตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับโอกาส และเวลาที่เหมาะสมนั่นเอง

นอกจากนี้ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการวางแผนการใช้เงินอย่างชาญฉลาด เรียนรู้วิธีออมเงินหรือลงทุนแบบใหม่ๆ ใช้จ่ายเงินอย่างรอบคอบ เพราะปี 2021จะเป็นปีที่เศรษฐกิจย่ำแย่ และมีความผันผวนเป็นอย่างมาก

สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือการให้ความสำคัญสุขภาพกาย สุขภาพจิตของเราเอง ดูแลสุขภาพ สำรวจตัวเองบ่อยๆ รักตัวเองให้มากเข้าไว้ เพราะหากไม่มีพลังใจ Goal ที่ตั้งไว้ก็ยากที่จะไปถึง

CareerVisa ขอให้ปีนี้ทุกคนวางแผนชีวิตและทำมันจนสำเร็จตามที่หวังไว้นะ!

อ้างอิง : https://www.fastcompany.com/…/how-to-set-goals-in-the…

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

ตั้งเป้าหมายการทำงานยังไงให้มีแรงผลักดันตลอดปี 2021

หลังจากผ่านมี 2020 อันแสนไม่แน่นอนมาได้ การขึ้นปี 2021 ก็ยังถือว่าเป็นปีที่มีอะไรหลายๆ อย่างที่ต้องปรับเปลี่ยนและไม่แน่นอนอีกเช่นกัน แล้วเราจะรักษาแรงผลักดันในการไปสู่เป้าหมายไว้ได้อย่างไรในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้

มารีวิวการทำงานในปี 2020 กันเถอะ!

ใกล้หมดปี 2020 ถึงเวลาแล้วที่เราจะมารีวิวความสุขในการทำงานอีกครั้งว่าแต่จะรีวิวด้านไหนบ้างดี CareerVisa ขอเสนอการรีวิวตัวเองด้วย Career Design 5 Shades

เคยคิดกับตัวเองไหม ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร? งานที่กำลังทำอยู่ในทุกวันนี้ เรากำลังมุ่งไปสู่อะไร? เราใช้ชีวิตทำงานไปแบบวันต่อวันอยู่รึเปล่า?

หลายๆ คนอาจเคยถามคำถามนี้กับตัวกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะรู้ เพราะว่าใช้ชีวิต ทำงานออกมาวันต่อวันทุกวันนี้ก็แทบจะไม่มีเวลาแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลไปไม่ใช่แค่คุณหรอกที่มีคำถามนี้ เพราะนี่เป็นคำถามที่อีกหลายคนทั่วโลกก็ยังสงสัยอยู่เช่นกัน ลองถามคำถามนี้ “ก่อนตาย ฉันอยากจะ….” กับตัวเองดู คำตอบที่อยู่ในจุดไข่ปลานั้น อาจจะช่วยให้คุณตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อยล่ะนะ