ถ้าคุณไม่ชอบงานที่ทำอยู่ แต่ยังลาออกมาไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งที่ทำได้คือการหา Why ใหม่ ว่าทำไมคุณถึงยังทำงานนี้อยู่?

เคยเป็นมั้ย..ไม่ชอบงานที่ทำอยู่ แต่เดินออกมาไม่ได้
ตอนนี้ก็ไม่ได้สนุกกับงานที่ทำแล้ว แต่ก็มีภาระที่ทำให้ลาออกในทันทีไม่ได้

Bill Burnett ผู้เขียนหนังสือ Designing Your Work Life ได้พูดถึงไว้เกี่ยวกับการ ‘ออกแบบชีวิตการทำงาน’ เอาไว้ว่า การแก้ปัญหาของคนทำงานไม่จำเป็นต้องจบด้วยการลาออกเสมอไป แต่เราเปลี่ยนวิธีการมองงานของเรา (Reframe) ให้ต่างไปจากเดิมได้

ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ วิศวกรคนหนึ่งที่ทำงานในบริษัทด้าน Aerospace มีความสุขมาโดยตลอดกับทีมและเพื่อนร่วมงาน แต่อยู่มาวันหนึ่งบริษัทที่ทำงานมาเป็นเวลานาน ก็โดนซื้อไปโดยบริษัทอีกแห่ง ทั้งวัฒนธรรม เพื่อนร่วมงาน ระบบการทำงาน ก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เค้าไม่มีความสุขเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ก็ลาออกไม่ได้เพราะว่าบริษัทมีสวัสดิการที่ลูกเขาใช้อยู่เพื่อรักษาโรคประจำตัว

สุดท้ายแล้ววิศวกรคนนี้เลือกที่จะ Reframe ความคิดของตนเอง ว่าเขาไม่ได้ทำงานเพื่อความสนุกของตนเอง แต่ว่าที่เขายังทำงานนี้อยู่ คือ ‘การทำเพื่อลูก’ เมื่อได้ค้นพบ Why ใหม่ ว่าคือการทำเพื่อลูก ทำให้การทำงานที่นี่ไม่หดหู่อีกต่อไปเพราะเขารู้ตัวดีว่าทำอะไรอยู่


ใครที่กำลังเจอสถานการณ์แบบเดียวกันนี้ ลองนำวิธีคิดแบบ Reframe ปรับมุมมองของตัวเองดูกันได้นะ

ปล. คุณ Bill Burnette ฝากไว้ว่า ไม่ใช่ทุกงานที่เราเปลี่ยนมันได้ นี่คือ Design Thinking ไม่ใช่ Magical Thinking ที่แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ถ้าบริษัทที่คุณทำงานอยู่ มีการเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมจริงๆ มีการเหยียดเพศ มีการทำผิดกฎหมาย อย่างชัดเจน คุณเลือกที่จะเดินออกมาได้นะ You Deserve Better!

ดูคลิปเต็มๆ ได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=1uNzK4KQQm4&t=1455s

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

หางานที่ใช่ ในแบบที่ใจเราต้องการ

ตอบคำถามนี้ให้ได้ถ้าคุณอยากประกอบอาชีพ ผ่านมุมมอง ผู้ประกอบการ “ปัญหาอะไรที่คุณคิดว่าคุ้มที่จะลงมือแก้” ยังมีคนจำนวนมากที่พยายามค้นหาตัวเองต้องการหางานที่ “ใช่” แต่ก็ “หาไม่เจอ” สักที  ไม่ใช่ว่างานที่ใช่ไม่มีอยู่จริง แต่แท้จริงแล้วเพราะเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร จึงดำเนินชีวิตไปเพื่อความฝันของคนอื่นบ้าง ตามกระแสสังคมบ้าง ส่งผลให้ทำงานอย่างไม่มีความสุขเพราะสิ่งที่ทำไม่สอดคล้องกับความต้องการของโลกภายในของตัวเอง การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness)  อย่างถ่องแท้จะช่วยให้รู้เราเป็นใคร ต้องการอะไรและจะเติมเต็มในส่วนที่ขาดของเราได้อย่างไร เมื่อเรารู้ความต้องการที่แท้จริงของตัวเองเราก็จะเจองานที่ใช่ได้ไม่ยากในวันนี้มี 3 ขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณทำความรู้จักตัวเองในมิติที่ลึกมากขึ้นช่วยให้การค้นหาตัวเองและการตั้งเป้าหมายถูกทิศถูกทางมากขึ้น มาแบ่งปันค่ะ ขั้นตอนที่ 1 เข้าใจความต้องการพื้นฐานของมนุษย์และตนเอง

สกิลเอาตัวรอด : การประกอบ Career แบบผู้ประกอบการ ผ่าน Business Model You

ตอบคำถามนี้ให้ได้ถ้าคุณอยากประกอบอาชีพ ผ่านมุมมอง ผู้ประกอบการ “ปัญหาอะไรที่คุณคิดว่าคุ้มที่จะลงมือแก้” กับวิกฤติโควิดปัจจุบันที่ทำให้เราต้องหันกลับมางานที่ทำอยู่ แล้ววางแผนอนาคตกันใหม่ หลายๆ industry อาจถึงทางตันต้องมีการปรับตัว และทำให้คนทำงานเองก็ต้องหันกลับมาดูแล้วถามตัวเองว่า เราจะเติบโตในหน้าที่การงานต่อไปอย่างไร เครื่องมือที่จะช่วยทำให้เราพลิกวิกฤตในตลาดวันนี้ให้เป็นโอกาสได้ ที่อยากแนะนำวันนี้คือ Business Model You ค่ะ Business Model U คือโมเดลพลิกแนวคิด ให้คุณเห็นโมเดลใหม่ๆของอาชีพ ถ้าคนที่อยู่ในสายธุรกิจอาจจะคุณเคยกับการใช้ Business Model

เข้าใจวิถีการทำงานที่มีอนาคต กับ “องค์กรอนาคต Amazon Web Services” คุยกับคุณ Sandra Teh, Story Teller & ​Head of APJC, Global Employer Brand

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่คนทำงานอย่างเราต้องเจอกับทั้ง COVID ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้ธุรกิจฝืดเคือง และการเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานในทุกมุม ทำให้เราต้องกลับมาปรับตัวเอง  หากคุณกำลังจะหาทางออกไปทำงานในที่ที่เหมาะกับยุค digital disruption หรือ after-covid เรามีแนวคิดมานำเสนอที่จะช่วยคุณเช็คว่าองค์กรที่คุณอยู่มีอนาคตหรือไม่ และงานปัจจุบันของคุณจะไปต่อได้รึเปล่า แนวคิดที่เราจะนำมาเสนอเป็นมุมมองที่ผ่านจากการแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารของ Amazon Web Services คุณ Sandra Teh ซึ่งมีบทบาทหน้าที่เป็น Storyteller ประจำองค์กร และ Head of