ฉันจะเอาเงินล้าน! EP 1 : จัดสรร ปันส่วนเงินออมสไตล์ First jobber

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ซีรีย์การเก็บเงินสไตล์ First Jobber กันครับ โดยเราจะแบ่งแยกย่อยเป็นหลากหลายซีรีย์ตั้งแต่ การเก็บเงินหยอดกระปุก ฝากธนาคาร จนไปถึงการเก็บเงินในรูปแบบดิจิทัลกันเลยทีเดียว

บางคนอาจจะคุ้นเคยกับวิธีการเก็บเงินแบบ 6 ขวดโหล การเก็บเงินแบบแบ่งเปอร์เซนต์บ้าง ก็ไม่เป็นไร ผมคิดว่าวิธีเหล่านั้น เป็นวิธีที่น่าสนใจเหมือนกันครับ แต่วิธีที่ผมนำเสนอนั้น ไม่ใช้วิธีการออมเงินเพียงอย่างเดียว แต่ผมจะช่วยให้คุณเข้าใจการออมเงินที่คุ้มค่าหรือการใช้เงินทำงานด้วยตัวของมันเอง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มปูพื้นฐานการเก็บเงินสไตล์ First Jobber กันเลยครับ

หากเรานำเงินมาที่คุณได้รับมา แปรเป็น 100% ก่อนที่เราจะเลือกวิธีการบริหารจัดการเงิน เรามาทำความเข้าใจกับคำศัพท์ 3 คำที่สำคัญแบบง่าย ๆ กันก่อน

1. ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ในส่วนนี้หมายถึง สิ่งที่คุณต้องจ่ายในทุก ๆ วัน ในแต่ละเดือน เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร รวมไปถึงค่าใช้จ่ายการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การดูหนัง การร้องคาราโอเกะและการกินบุฟเฟ่ต์

2. ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ค่าใช้จ่ายที่คุณจำเป็นต้องจ่ายในแต่ละเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเช่าห้อง

3. เงินออม

เงินออม ส่วนสุดท้าย เงินออมจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเรานำ เงินเดือน – ค่าใช้จ่าย = เงินออม


เมื่อคุณคำนวณเงินออมเรียบร้อยแล้ว คุณจะเห็นว่าในแต่ละเดือนคุณใช้เงินเดือนไปกับอะไรบ้าง และในแต่ละเดือนคุณมีเงินออมเท่าไหร่ครับ เรามาลองดูตัวอย่างสักเล็กน้อยเพื่อให้เหล่า First Jobber เข้าใจวิธีการเก็บเงินมากขึ้น

กรณี นาย A เด็กจบใหม่ เงินเดือน 18,000 บาท เป็นคนต่างจังหวัด เช่าหอพักในกรุงเทพ เดินทางด้วยรถไฟฟ้า

  1. หมวดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
  • ค่าอาหาร 3 มื้อต่อวัน เฉลี่ยมื้อละ 30 บาท
  • ค่าเดินทาง ไปกลับ 60 บาทต่อวัน
  • ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่น ๆ (จิปาถะ) 2500 ต่อเดือน
  1. หมวดค่าใช้จ่ายจำเป็น
  • ค่าน้ำ เหมาจ่าย 200 บาทต่อเดือน
  • ค่าไฟ ไม่เกิน 1,500 บาทต่อเดือน
  • ค่าโทรศัพท์ 400 บาทต่อเดือน
  • ค่าเช่าห้อง 4,500 บาทต่อเดือน
  • ส่งเงินกลับให้ครอบครัว 2,000 บาทต่อเดือน
  1. เงินออม = 2,400

แล้วเงิน 2,400 บาทในแต่ละเดือนของนาย A ทำอะไรได้บ้างนะ? สิ่งที่ต้องวิเคราะห์ต่อคือผลตอบแทนที่คุณอยากได้คืออะไร

ถ้าเรามีเป้าหมายคือ เงินเก็บ 1,000,000 บาท ถ้านาย A ออมเดือนละ 2,400 บาท นาย A จะต้องใช้เวลาถึง 34 ปี 9 เดือนในการได้เงิน 1,000,000 บาทมาครอบครอง แต่ถ้านาย A รู้จักและเข้าใจวิธีการออมของตนเองมากขึ้นอาจจะใช้เวลาในการเก็บเงินล้านแรกลดลงถึง 50 – 60% เลยทีเดียว

ยกตัวอย่างเช่น เรานำเงินจำนวน 2,400 ใส่ลงในผลิตภัฑท์ทางการเงินที่ให้ค่าตอบแทน 4-6% ต่อปี ต่อเนื่องกันทุกเดือน เมื่อนำมาคำนวณแล้ว พบว่าเราจะได้เงินออมเพิ่มขึ้นจาก 28,800 บาท เป็น 30,000 – 32,000 บาท โดยประมาณ ซึ่งมีหลายปัจจุัยในการเลือกวิธีการออมเงิน ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่เราสามารถรับได้และนโยบายการออมเงินของแต่ละคน

ในการออมเงินแต่ละครั้ง ผมมั่นใจว่าแต่ละคน มีเป้าหมายในการเก็บเงินที่แตกต่างกันไป บางคนอยากเก็บเงินเพื่ออิสรภาพทางการเงินในช่วงเกษียณ ในขณะที่บางคนอยากเก็บเงิน เพื่อสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ตัวเอง ซึ่งคุณอาจจะต้องวิเคราะห์ความต้องการและเป้าหมายของตนเองก่อนว่าอยากเก็บเงินไปเพื่อตอบโจทย์อะไรกันแน่

ซึ่งการออมเงินมีหลากหลายวิธีการในการออมเงินครับ ไม่ว่าจะเป็นการหยอดกระปุกหมูสุดน่ารัก การฝากประจำกับธนาคาร การเก็บเงินในกองทุนรวม กองลงทุนในหุ้น เป็นต้น ซึ่งในครั้งหน้า เราจะมาเจาะลึกข้อดีและข้อจำกัดของวิธีการออมเงินในแต่ละรูปแบบกันนะครับ อ่านต่อ ฉันจะเอาเงินล้าน! EP 2 : การออมเงินสไตล์ First Jobber

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

ตารางชีวิตคุณเป็นแบบสัตว์ประเภทไหน จัดการตัวเองให้ถูกเวลาด้วย The Power of When

คุณจะทำอะไร สำคัญที่ทำตอนไหนจึงจะดีที่สุด บางคนรู้สึกสดชื่นเมื่อได้ตื่นแต่เช้า ในขณะที่บางคนหัวแล่นตอนกลางคืนและชอบนอนดึก ทุกคนมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกิจกรรมต่างๆของตัวเอง

ชีวิตแบบ Active Well-Being Life ที่มนุษย์เงินเดือนสาย Super Productive ต้องการ

หมดยุคทำงานหนักจนโทรม เทรนด์ Active Well-being Life ประสบการณ์แนวใหม่ที่มนุษย์เงินเดือนต้องการ ที่ผสานการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟในขณะที่ดูแลสุขภาพกายใจไปพร้อมกัน

ฉันจะเอาเงินล้าน! EP 2 :

ฉันจะเอาเงินล้าน! EP 2 : การออมเงินสไตล์ First jobber

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ซีรีย์ ฉันจะเอาเงินล้าน! กันอีกครั้งนะครับ สำหรับครั้งนี้เป็นซีรีย์ที่ 2 กับการวิธีการออมเงินสไตล์ First Jobber ครับ  ในครั้งที่แล้วเราพูดการจัดสรรเงินเดือนของตัวคุณเอง โดยแบ่งประเภทของการใช้เงินง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค่าใช้จ่ายจำเป็น และเมื่อเราระบุได้แล้ว เราก็สามารถนำตัวเลขเหล่านั้นมาคำนวณเงินออมของเราได้ครับ แล้วอย่าลืมนะครับ การทำรายรับ รายจ่าย ยิ่งละเอียด ยิ่งดีต่อตัวคุณครับ เอาละครับ! เรามาต่อกันในเรื่องของวิธีการออมเงิน