ฉันจะเอาเงินล้าน! EP 2 : การออมเงินสไตล์ First jobber

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ซีรีย์ ฉันจะเอาเงินล้าน! กันอีกครั้งนะครับ สำหรับครั้งนี้เป็นซีรีย์ที่ 2 กับการวิธีการออมเงินสไตล์ First Jobber ครับ 

ในครั้งที่แล้วเราพูดการจัดสรรเงินเดือนของตัวคุณเอง โดยแบ่งประเภทของการใช้เงินง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค่าใช้จ่ายจำเป็น และเมื่อเราระบุได้แล้ว เราก็สามารถนำตัวเลขเหล่านั้นมาคำนวณเงินออมของเราได้ครับ แล้วอย่าลืมนะครับ การทำรายรับ รายจ่าย ยิ่งละเอียด ยิ่งดีต่อตัวคุณครับ

เอาละครับ! เรามาต่อกันในเรื่องของวิธีการออมเงิน ปกติแล้วเราสามารถทำได้หลากหลายวิธีมาก ๆ ในประเทศเรามีผลิตภัณฑ์ทางการเงินเป็นจำนวนมากให้เหล่า First Jobber เลือกใช้กันแบบตาลาย เอาละครับ เรามาเริ่มวิเคราะห์วิธีการออมเงินที่เหมาะสมกับเรากันเลยดี

1. บัญชีออมทรัพย์

วิธีการเก็บเงินลำดับแรกเลยครับ การเก็บเงินในบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารนีอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างวินัยทางการเงินของคุณได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ ที่สำคัญเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ของคุณมีสภาพคล่องสูงมาก นั้นหมายความว่า เมื่อใดก็ตาม ที่คุณมีความจำเป็นต้องใช้เงิน คุณสามารถใช้เงินที่มีอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ได้ทันที ตามที่คุณต้องการ อย่างไรก็ตามการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์นั้นมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างน้อย ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้บัญชีออมทรัพย์ในการออมเงินเท่าไหร่ แต่จะเน้นใช้เป็นบัญชีสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันซะมากกว่า

ข้อดี: มีสภาพคล่องตัว เมื่อมีความต้องการใช้เงิน สามารถนำมาใช้ได้ทันที

ข้อจำกัด: ผลตอบแทนในระดับที่น้อย ถึงน้อยมาก ไม่สามารถเอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้

2. บัญชีฝากประจำ

บัญชีฝากประจำ คือการนำเงินส่วนหนึ่งไปฝากไว้กับธนาคาร โดยจะต้องนำเงินไปฝากเท่ากันในทุก ๆ เดือน และเมื่อถึงกำหนดระยะเวลาจะได้ดอกเบี้ยกลับคืนมาในอัตราพิเศษ ซึ่งสูงกว่าออมทรัพย์ ปกติแล้วธนาคารจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาและจำนวนขั้นต่ำในการฝากประจำ โดยเริ่มต้นที่ 3 เดือนจะไป 3 ปี หรือ 5 ปี ยิ่งฝากนานเท่าไหร่ ดอกเบี้ยยิ่งสูง 

ส่วนจำนวนเงินในการฝากประจำนั้น เราสามารถเลือกได้ว่าจะฝากเงินเท่าไหร่ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ 500 ขึ้นไป ในบางธนาคารเรายังสามารถเปิดบัญชีฝากประจำผ่าน Application ได้อีกด้วย นับว่าสะดวกไม่น้อยเลยทีเดียวกับการฝากเงินในรูปแบบนี้

ข้อดี: สร้างวินัยในการเก็บเงินเพราะต้องเก็บเข้าบัญชีฝากประจำทุกเดือน, เสริมสร้างเครดิตที่ดี ซึ่งมีผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคต, อัตราดอกเบี้ยสูง, ความเสี่ยงต่ำ เงินต้นไม่หาย, เป็นแหล่งเงินสำรอง

ข้อจำกัด: หากถอนเงินก่อนกำหนดจะไม่ได้รับอัตราดอกเบี้ยสูง, ผลตอบแทนต่ำ ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์เพียงเล็กน้อย

3. สลากออมทรัพย์

วิธีการออมเงินแบบคนมีดวง  สลากเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งรูปแบบในการออมเงิน พร้อมสิทธิ์ในการลุ้นรางวัลในแต่ละงวด และเมื่อครบกำหนดจะได้รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งสิทธิ์ในการลุ้นรางวัลนั้นจะขึ้นอยู่เงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ในแต่ละธนาคาร รวมไปถึงเงินรางวัลที่จะได้รับก็มีความแตกต่างกันในแต่ละธนาคาร

สลากออมทรัพย์เหล่านี้มีรูปแบบคล้ายกับเงินฝากประจำ คือ ต้องฝากเงินไว้จนครบกำหนดระยะเวลาถึงจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่สลากออมทรัพย์ไม่จำเป็นต้องซื้อหรือฝากเท่ากันทุกเดือน นอกเหนือจากนั้น สลากออมทรัพย์มีรางวัลให้ลุ้นหลากหลายรางวัล ในกรณีที่คุณอยากถูกรางวัลทุกเดือน คุณจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ในการซื้อสลากออมทรัพย์ เพื่อการันตีว่าคุณจะถูกรางวัลเลขท้ายทุกเดือน
ข้อดี: ดอกเบี้ยและเงินรางวัลได้รับการยกเว้นภาษี, ความเสี่ยงต่ำ ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน, มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่, ถอนก่อนกำหนดก็ได้รับดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนด, สามารถใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้
ข้อจำกัด: ผลตอบแทนต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝากไม่ถึงขั้นต่ำที่จะถูกรางวัลทุกงวด, เสียโอกาสในการได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ยกเว้นคุณโชคดีมาก ๆ ถูกรางวัลใหญ่ มันจะคุ้มทันที, อาจถูกหักเงินต้น ส่วนใหญ่แล้ว สลากจะต้องถือไว้อย่างน้อย 3 เดือนถึงจะขายได้ หากคุณมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงิน อาจจะถูกหักเงินต้นจากกรณีนี้ได้

4. พันธบัตรรัฐบาล

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) นั้น เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ผู้ซื้อมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ที่ได้รับการชำระหนี้และได้รับผลประโยชน์การการเป็นเจ้าหนี้ เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล จากรัฐบาล ซึ่งพันธบัตรรัฐบาลมีความเสี่ยงที่ต่ำ เงินต้นอยู่ครบ ได้รับผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงินออมทรัพย์และการฝากประจำ ระยะเวลาลุงทุนมีหลายรูปแบบให้เลือกตามความต้องการของผู้ซื้อ
พันธบัตรรัฐบาลที่เราคุ้นเคยนั้นเป็นประเภทพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลเพื่อระดมทุนไปใช้ในการบริหารประเทศ ลดการขาดดุลทางการเงินและเป็นตราสารหนี้ระยะยาว โดยมีระยะเวลาในการไถ่ถอนมากกว่า 1 ปี และจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง
ข้อดี: ความเสี่ยงต่ำ, เงินต้นอยู่ครบ, ได้รับดอกเบี้ยตามที่สัญญากำหนด

ข้อจำกัด: อัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมตลอดอายุสัญญา ส่งผลให้ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยมีการปรับสูงขึ้น เราจะไม่ได้รับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มแต่อย่างใด, พันธบัตรรัฐบาลไม่มีสภาพคล่องเนื่องจากมีการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ต้องถือครบสัญญา ถึงจะได้เงินคืน, ในกรณีที่ค่าเงินเฟ้อสูงขึ้น แต่ดอกเบี้ยเท่าเดิม จะทำให้ไม่คุ้มค่าในการลงทุน

5. ทองคำ

การออมทอง เป็นการออมรูปแบบใหม่ ที่เหมาะสำหรับคนที่อยากจะซื้อทองคำ แต่ไม่กล้าตัดสินใจซื้อหรือราคาทองคำผันผวนสูง การออมทองคำจะเป็นการซื้อแบบเฉลี่ยราคา หรือ Dollar Cost Average: DCA) หมายถึงการซื้อทองเป็นงวด ๆ โดยแต่ละงวดเท่ากันเสมอ โดยไม่สนใจว่าทองคำในขณะนั้นจะราคาเท่าไหร่ เช่น เราต้องการออมทอง เดือนละ 1,000 บาท ซื้อทองทุกวันที่ 30 ของทุกเดือน เป็นต้น ซึ่งในแต่ละครั้งที่ซื้อราคาทองคำอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน

ซึ่งการออมทองคำ เมื่อคุณสามารถสะสมจนครบแล้ว เราสามารถขอรับทองคำจริงได้ ขายคืนเป็นเงินสดหรือออมทองคำต่อเนื่องได้ตามที่เราต้องการ

ข้อดี: ใช้งบประมาณน้อย, ซือ-ขายง่าย เพราะในปัจจุบันมี Application ในการจัดการ, กระจายความเสี่ยงเพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สามารถป้องกันเงินเฟ้อได้, เงินที่ได้จากการขายทองคำไม่เสียภาษี, ไม่ต้องเก็บรักษา เพราะทางบริษัทจะทำการเก็บรักษาทองคำแท่งให้เรา

ข้อเสีย: ทองคำเป็นสินทัพย์ที่มีความผันผวนสูง อาจจะทำให้เราขาดทุนได้ง่าย, ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือปันผล กำไรจะเกิดได้ต่อเมื่อขายทองคำ 

6. กองทุนรวม

การออมในกองทุนรวมเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาในการศึกษาตลาดทุน ไม่มีประสบการณ์ แต่อยากนำเงินออมไปลงทุน ซึ่งเราสามารถเข้าซื้อกองทุนรวมได้ผ่านสาขาธนาคารหรือลงทุนผ่าน Application แต่ก่อนจะเริ่มลงทุน เรามาทำความเข้าใจรูปแบบของกองทุนกันก่อน

กองทุนรวมจะแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ กองทุนรวมปิด และกองทุนรวมเปิด

กองทุนรวมปิด เป็นกองทุนที่ธนาคารจะเสนอขายเพียงครั้งเดียว และจะมีการกำหนดระยะเวลาของอายุกองทุนไว้ชัดเจน เช่น 2 ปี หรือ 3 ปี ผู้ซื้อถึงจะสามารถขายกองทุนเพื่อทำกำไรได้ กองทุนรวมปิดจึงเหมาะกับคนที่มีเงินก้อน (เงินเย็น) และต้องการซื้อเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องวุ่นวายในการจัดการ

กองทุนรวมเปิด เป็นกองทุนที่ผู้ซือสามารถทำการซื้อขายได้ตลอดทั้งวัน ตามที่ต้องการ โดยกองทุนรวมเปิดนั้นมีระดับความเสี่ยงให้เราได้ตัดสินใจถึง 8 ระดับตั้งแต่ความเสี่ยงในระดับต่ำมาก เช่น กองทุนตราสารเงิน จนไปถึงความเสี่ยงระดับสูงที่ลงทุนในกองทุนต่างประเทศ ทองคำและน้ำมัน

การออมเงินในกองทุนรวม จะมีสถาบันการเงินคอยกำกับดูแลให้เป็นไปตามนโยบายกองทุน ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนตัวแทน โดยจะช่วยลดความเสี่ยงให้สำหรับมือใหม่ ไม่ต้องมานั่งกังวลกับสภาวะตลาด

ข้อดี: ลงทุนง่าย ใช้จำนวนเงินน้อย มีให้เลือกหลายกองทุน, มีสถาบันการเงินคอยดูแล, เลือกความเสี่ยงได้ตามความต้องการ, ลดหย่อนภาษีได้

ข้อเสีย: เราไม่มีสิทธิ์จัดสรรเงินลงทุนเอง เพราะต้องเป็นไปตามนโยบายกองทุนเท่านั้น, ค่าธรรมเนียมหรือเงินลงทุนขั้นต่ำในบางกองทุนสูง, ราคาของกองทุนรวม (NAV) ไม่อัพเดท ต้องรอสิ้นวันทำการหรือในกองทุนต่างประเทศต้องรอ 2-3 วัน, ในกองทุนความเสี่ยงสูง มีโอกาสที่จะเสียเงินต้นไปเนื่องจากสภาวะตลาด,  การซื้อ-ขาย ช้า เนื่องจากราคากองทุนรวมจะอัพเดทเมื่อสิ้นวันทำการ หรือในบางกองทุนมีระยะเวลาเปิด-ปิด ไม่เท่ากัน จึงต้องอาศัย Fund Fact Sheet ในการศึกษาก่อนลงทุน

7. หุ้น

หุ้น เป็นการนำเงินไปลงทุนในบริษัทที่เราสนใจ ซื้อขายกันผ่านตลาดหลักทรัพย์ มีราคาที่ขึ้น-ลง ตลอดเวลา หุ้นจึงเหมาะกับคนที่มีเวลาศึกษาข้อมูลและต้องการเลือกหุ้นด้วยตัวเอง ซึ่งผลตอบแทนที่ได้จะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับฝีมือและสไตล์การเล่นของแต่ละคน

การออมเงินในหุ้นนั้น เราจำเป็นต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับสถาบันทางการเงินก่อนเป็นลำดับแรก ก่อนที่จะเริ่มซื้อ-ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ นอกเหนือจากนี้แล้ว การลงทุนในหุ้นเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง อันเนื่องมาจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและความผันผวนของตลาด ทำให้ผู้ที่สนใจเล่นหุ้น ต้องมีเวลาในการศึกษาหุ้นแต่ละตัว และปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์ให้ทัน

ในอดีต การออมเงินในหุ้นไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก เนื่องจากหุ้นบางตัวมีราคาที่สูงเกินกว่าที่จะซื้อได้ (ขั้นต่ำ 100 หุ้น เช่น หุ้น A ราคา 20 บาทต่อหุ้น จะทำการซื้อต้องซื้อ 100 หุ้น เท่ากับ 2,000 บาท) แต่ในปัจจุบันสถาบันการเงินได้ออกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เราออมหุ้นได้ง่ายขึ้น เช่น บัญชีออมหุ้นแบบ DCA เป็นต้น

ข้อดี: สามารถเลือกออมเงินในหุ้นที่ตนสนใจได้เอง, สภาพคล่องสูง สามารถซื้อ-ขายได้รวดเร็วตามความต้องการ

ข้อเสีย: ความเสี่ยงในการลงทุนสูง มีโอกาสติดดอย เนื่องจากเล่นตามเพื่อน หรือซื้อตายคำแนะนำ (หุ้นปั่น) อาจจะทำให้คุณเสียเงินจำนวนมาก

จบกันไปแล้ว สำหรับวิธีการออมเงินสไตล์ First Jobber ในซีรีย์ที่ 2 นี้ เป็นยังไงกันบ้างครับ อาจจะลงเริ่มออมเงินกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวไหนดีนะ หลังจากอ่านจบแล้ว ลองวิเคราะห์ความสามารถในการออมเงินและความเหมาะสมดูอีกครั้งนะครับ เราจะได้เข้าใจว่าตัวเราเองเหมาะกับการออมในรูปแบบไหน และเลือกรูปแบบการออมให้เหมาะสมกับตัวเองครับ

สำหรับซีรีย์ถัดไป เราจะพาคุณรู้จักการทำรายรับ-รายจ่ายกัน ซึ่งผมคิดว่าคนในยุคสมัยปัจจุบันเนี้ย ไม่ค่อยสนใจทำรายรับ-รายจ่ายกันเท่าไหร่ แต่ผมขอบอกเลย ว่าถ้าทำดี ๆ เนี้ย คุณจะเป็นคนบริหารจัดการเงินได้ดีมาก ๆ เลยนะครับ

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

ตารางชีวิตคุณเป็นแบบสัตว์ประเภทไหน จัดการตัวเองให้ถูกเวลาด้วย The Power of When

คุณจะทำอะไร สำคัญที่ทำตอนไหนจึงจะดีที่สุด บางคนรู้สึกสดชื่นเมื่อได้ตื่นแต่เช้า ในขณะที่บางคนหัวแล่นตอนกลางคืนและชอบนอนดึก ทุกคนมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกิจกรรมต่างๆของตัวเอง

ชีวิตแบบ Active Well-Being Life ที่มนุษย์เงินเดือนสาย Super Productive ต้องการ

หมดยุคทำงานหนักจนโทรม เทรนด์ Active Well-being Life ประสบการณ์แนวใหม่ที่มนุษย์เงินเดือนต้องการ ที่ผสานการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟในขณะที่ดูแลสุขภาพกายใจไปพร้อมกัน

ฉันจะเอาเงินล้าน! : จัดสรร ปันส่วนเงินออมสไตล์ First jobber

ฉันจะเอาเงินล้าน! EP 1 : จัดสรร ปันส่วนเงินออมสไตล์ First jobber

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ซีรีย์การเก็บเงินสไตล์ First Jobber กันครับ โดยเราจะแบ่งแยกย่อยเป็นหลากหลายซีรีย์ตั้งแต่ การเก็บเงินหยอดกระปุก ฝากธนาคาร จนไปถึงการเก็บเงินในรูปแบบดิจิทัลกันเลยทีเดียว บางคนอาจจะคุ้นเคยกับวิธีการเก็บเงินแบบ 6 ขวดโหล การเก็บเงินแบบแบ่งเปอร์เซนต์บ้าง ก็ไม่เป็นไร ผมคิดว่าวิธีเหล่านั้น เป็นวิธีที่น่าสนใจเหมือนกันครับ แต่วิธีที่ผมนำเสนอนั้น ไม่ใช้วิธีการออมเงินเพียงอย่างเดียว แต่ผมจะช่วยให้คุณเข้าใจการออมเงินที่คุ้มค่าหรือการใช้เงินทำงานด้วยตัวของมันเอง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มปูพื้นฐานการเก็บเงินสไตล์ First Jobber กันเลยครับ