จบปี 2020 หางาน, เรียนต่อ, เปิดธุรกิจ? ตอนที่ 2 : รวม 20+ ลิงค์ ทางเลือกเด็กจบใหม่ & แจกโปรโมชั่นคอร์สพัฒนาตัวเอง


สิ่งที่นำไปใช้ได้จริง

– เลือกเวทีที่เราจะสู้ ช่องทางที่เราจะหางานต้องไปให้ถูกทาง ถ้าไป Jobsite ขอให้ดู section คนจบใหม่ ถ้าตำแหน่งมีคำว่า executive บางทีบริษัทใช้คำนี้สำหรับ entry level จริงๆ อย่าเพิ่งมองข้ามโอกาสนั้นไป
– ถ้าหางาน Full-time ไม่ได้ หางาน Part-time ที่ใกล้เคียง ถ้าหา Part-time ไม่ได้ Freelance เลยค่า อย่าหยุดอยู่เฉยๆขอให้คุณลองปรับความคาดหวัง แต่ว่าอย่าอยู่เฉยๆเด็ดขาด
– ถ้าจะเรียนตั้งเป้าหมายก่อนเรียน ถามตัวเองว่าสิ่งที่จะเรียนจะเอาไปทำอะไรต่อ อยากได้อะไรจากการเรียนนี้ ถามซ้ำอีกว่า ถ้าไม่เรียนแล้วทำสิ่งนี้เลยได้มั้ย ในที่สุดคุณอาจจะพบว่าคำตอบไม่ใช่การเรียนฆ่าเวลา แต่ว่าเรียนไปลงมือทำไปพร้อมๆกัน
– อยากเริ่มธุรกิจด้วยตัวเอง ? ก่อนวิ่งหาทุน ลองทำความเข้าใจและลงมือทำ ศึกษา Lean Startup Process และติดตาม resource ที่เรามีให้ สำหรับการเรียนรู้ ลงมือทำ และแหล่งทุน สำหรับกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะ

ยินดีด้วยนะคะกับบัณฑิตป้ายแดง  ทีม CareerVisa รู้ แฟนคลับทุกคนรู้ ที่บ้านคุณรู้ บริษัทนายจ้างก็รู้ค่ะว่าเป็นบัณฑิตใหม่ยุค Covid เนี่ยชีวิตมันไม่ง่ายเลยใช่มั้ยคะ แต่ว่าเราก็คุยกันไปแล้วเนอะว่าการอยู่เฉยๆไม่ใช่ option ที่ดี เพราะเมื่อคุณผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ คุณจะมีเรื่องเล่าแห่งประวัติการณ์ชีวิตเลยนะคะว่าคุณรอดตลาดงานช่วงนั้นมาได้ยังไง

เราได้คุยกันไปแล้วว่านะคะว่าขั้นแรกเมื่อเราเจอวิกฤติ รวมถึง feedback จากนายจ้างที่อาจจะค่อนข้างเงียบเหงาจากตลาดงานเราต้องอย่าเพิ่งตื่นตระหนกและกลับไปวิเคราะห์ตัวเองก่อน ถ้าใครอยากรู้วิธีการวิเคราะห์โอกาส ตัดสินใจทางเลือกของเราหลังเรียนจบ กลับไปอ่านได้ที่นี่ค่ะ จบปี 2020 หางาน, เรียนต่อ, เปิดธุรกิจ? ตอนที่ 1 : วิเคราะห์โอกาสที่อยู่ในมือเรา

สำหรับคนที่เลือกเส้นทางแล้ว ทีม CareerVisa รวบรวมไอเดียการลงมือทำมาให้คุณ เพราะทีม CareerVisa จะไม่ยอมให้คุณอยู่เฉยๆ เราเลยรวมไอเดียและ resource ที่จะช่วยให้น้องๆลงมือทำได้ไว้ที่นี่ทั้งหมดเท่าที่เราจะรวมได้ นอกจากนั้นเรายังขอส่วนลดมาจากบริษัทพี่ๆที่ทำคอร์สพัฒนาตัวเองมาให้คุณอีกด้วย รวมทั้งหมด 20+ ลิงค์ไว้ที่นี่ค่า เห็นจำนวนของ Resource แล้วทุกคนน่าจะใจชื้นขึ้นนะคะ เห็นมั้ยคะว่าเป็นบัณฑิตยุค Covid นี่มีคนเอาใจช่วยคุณเยอะมาเลยน๊า มาดูทางเลือกทั้งหมด 3 ทาง ทั้งสำหรับคนหางาน คนอยากเรียนต่อ และการอยากเริ่มธุรกิจข้างล่างนี้เลยค่า

Option 1 : สำหรับคนที่ต้องการหางาน 

Option 1 :   สำหรับคนที่ต้องการหางาน

เคยมั้ยคะหางานยังไงก็เหอะ ก็เจอแต่ประสบการณ์ 3 ปี เจออย่างนี้ไปต่อไม่ถูกเลยใช่มั้ยคะ ตกลงควรสมัครหรือไม่สมัคร ?

1.1 คำแนะนำสำหรับแหล่งหางานและวิธีหางาาน Full-time ห้ามหว่าน (ดอกจัน 500 ดอก)

  • เราขอแนะนำชัดๆก่อนเลยค่ะ เราต้องเลือกเวทีที่เราจะสู้ ห้ามหว่าน ลองนึกสภาพเหมือนตอนที่เราสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะคะ (มันจริงจังกว่านั้นอีกสำหรับตอนนี้) เราต้องเลือกที่ที่ถูกกับเรา เรามีประสบการณ์ฝึกงานมา 3 เดือน จะไปสู้กับคนทำงานมา 3 ปี โอกาสก็จะน้อยกว่า ก็ต้องยอมรับค่า เพราะฉะนั้นวิธีง่ายๆหาเวทีสู้ให้ถูกที่ก่อนค่ะทุกคน (แต่ไม่ได้แปลว่าเห็น 3 ปีปุ๊บห้ามสมัคร ถ้าเป็นงานที่เราสนใจจริงๆ และเรามีความสามารถพอก็ควรไฟเขียวไปต่อนะคะ)
  • อีกอย่างที่หลายๆคนเหมือนไม่รู้ คือถ้าตำแหน่งมีคำว่า executive บางทีบริษัทใช้คำนี้สำหรับ entry level นะคะ เพื่อให้ตำแหน่งดูดีมีคุณค่า เพราะฉะนั้นเค้าเขียนว่า executive ไม่ใช่เรา skip ไปเลย ลองกดเข้าไปดูก่อนอาจจะเจอทองก็ได้ !
  • งานสำหรับบัณฑิตจบใหม่หาได้ที่ไหน ? ใน section ของเว็บไซต์หางานจะมีส่วนของบัณฑิตจบใหม่ ลองเข้าไปดูเลยค่ะ ตัวอย่าง งานคนจบใหม่ของ JobThai หรือ Jobsdb
  • แล้วถ้าอยากปรึกษาการหางานกับ CareerVisa ฟรี ลงทะเบียนที่นี่ ได้เลยสนใจคอร์สเรียนเพื่อเสริมสกิลการหางานก็ ที่นี่ ค่า
  • Note : ความอันตรายของการหว่าน คือเมื่อเราส่ง resume ไปหางานที่ไม่เหมาะสมกับเราทำให้เราเสียกำลังใจเมื่อไม่ได้รับ feedback กลับมานอกจากนั้นยังเสียเวลาที่จะต้องไปสัมภาษณ์ แล้วตกสสัมภาษณ์เพราะเราไม่ได้เตรียมตัวไปดีพอค่ะ

1.2 คำแนะนำสำหรับแหล่งงานที่ไม่ใช่  Full-time

  • ใช่แล้วค่ะยุคนี้เราต้องปรับตัวกันไวๆ ถ้า Full-time ไม่ใช่ทางแล้วเราลองอย่างอื่นได้ค่ะ freelance ได้มั้ย part-time ได้มั้ย ฝึกงานได้มั้ย เราต้องเร่งหาโอกาสเพิ่มให้กับตัวเองค่ะ งาน Part-time สำหรับนักศึกษาที่นี่เลย Daywork
  • ฝึกงาน ? แต่หนูเรียนจบแล้ว พี่จะยังให้หนูฝึกงานอีกเหรอคะ พี่อยากแนะนำว่า option นี้คือดีกว่าน้องอยู่เฉยไม่ได้ทำอะไรเลย การฝึกงานทำให้น้องได้มีโอกาสโชว์ความสามารถ ทำให้น้องได้รู้จักคนในระดับคนทำงาน ถ้าน้องๆ หันไปซ้ายก็เจอแต่เพื่อนที่ตกงาน ขวาก็เพื่อนที่อยู่บ้านไม่ได้ทำอะไร เราก็จะอยู่ในสภาพเดียวกันนี่แหละค่ะ เพราะฉะนั้นพุ่งตรงไปเลยที่ เด็กฝึกงาน (แม้แต่คนเขียนก็ได้งานจากการฝึกงานนี่แหละค่ะ พอเค้าเห็นความสามารถเราในโลกการทำงานจริงแล้ว เราจะหลุดสภาพจากการเป็นเด็กจบใหม่ทันที มาเป็นคนทำงานได้อย่างเกร๋ๆค่า)

1.3 รู้แหล่งงานแล้ว แต่เบรกก่อน ! ก่อนที่จะทำ Resume

หาตำแหน่งที่สนใจและทำความเข้าใจสิ่งนั้นแบบลึก อีกครั้งห้ามหว่านอย่างเด็ดขาดค่า ! เพราะว่าการหว่านจะเสียเวลาชีวิตเราเอง และนอกจากนั้นเสียกำลังใจอีกตังหาก ลองนึกภาพแบบเราส่งไป 20  ที่แล้วไม่มีใครตอบกลับมาสิคะ ใจคุณจะยังไหวมั้ย ? อ่านต่อ วิธีทำความเข้าใจแบบลึก หางาน ? อยากเปลี่ยนงาน ? ก่อนออกแบบ Resume เตรียม 4 ข้อนี้แล้วรึยัง !

1.4 จัด profile ตัวเองให้เป็นที่น่าดึงดูด

อยากรู้ว่า Resume คุณพร้อมมั้ยดูเช็คลิสต์อันนี้ก่อนเลย ถามตัวเองดูว่าคุณมีสิ่งเหล่านี้อยู่ใน Resume มั้ย

  1. Summary Statement ที่รวมจุดขายของเรา อยากรู้วิธีเขียนอ่านต่อ ตัวอย่าง Summary Statement ที่ทำให้ resume ตอบโจทย์ HR ภายใน 6 วินาที
  2. ใช้ Action Verb ที่ตอบโจทย์ของตัวงานนั้นรึยัง
  3. มีการวัดความสำเร็จของสิ่งที่เราทำออกมาเป็นตัวเลขชัดเจนรึยัง
  4. Format เรา professional พอรึยัง เหมาะกับสายงานที่ราจะสมัครรึเปล่า 
  5. ถ้าเช็คแล้วกลัวไม่พร้อมอยากให้เราช่วยรีวิว คลิกที่นี่

Linkedin มีรึยัง ? เช็คความพร้อมของคุณได้ที่นี่ วิธีหางานแบบใหม่ ! ของคนจบใหม่ ใช้ LinkedIn สร้าง Personal Brand ใน 4 Step อีกหนึ่งไอเดียเขียน Medium มั้ย  เราจะลบล้างภาพความเป็นเด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์ ก็ต้องมีหลักฐานที่แน่นหนาว่าเรามีความรู้ มีประสบการณ์ มีกิจกรรมที่เราปทำมา การเขียน blog จะช่วยเป็นที่ที่เก็บหลักฐานประสบการณ์ และความสำเร็จที่เราทำ การสร้างโปรไฟล์ได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากเกินไป เราเพียงแค่บันทึกกิจกรรมที่เราทำอยู่แล้วเรื่อยๆเพื่อแชร์เรื่องราวเหล่านั้นให้มากขึ้นเท่านั้นเอง 

1.5 เตรียมส่งใบสมัครหรือสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ

สิ่งที่ไม่อยากให้ขาดเลยคือภาษาอังกฤษ อย่าลืมนะคะปีนี้เรายังมีบัณฑิตไทยจบใหม่จากต่างประเทศที่กลับเข้ามาอยู่ในตลาดงานบ้านเรามากขึ้น ถ้าคุณไม่พร้อมสื่อสารแล้ว ต้องส่งใบสมัครหรือจะไปสัมภาษณ์ อันนี้จะไปต่อก็ยากอย่างแน่นอน ภาษาอังกฤษที่ใช้ในโลกมืออาชีพนั้นมีความแตกต่างจากชีวิตประจำวันทั่วไป อยากเตรียมตัวให้พร้อม ภาษาอังกฤษเรามีคอร์ส English for Career Prep จาก Globish พร้อมส่วนลด 5,000 บาท ลงทะเบียนที่นี่ แจกโปร พัฒนาตัวเอง CareerVisa X Globish หรือจะควบคู่กันไปตอนนี้ถ้าจะดู Netflix เตรียมพร้อมการทำงานลองดู Series ที่เกี่ยวกับการทำงานดูค่ะ 

Option 2 : สำหรับคนที่ต้องการเรียนต่อ

2.1 ตั้งเป้าหมายก่อนเรียน ก่อนที่เราจะไปเรียนคอร์สที่หลายๆคนสนใจตามกระแส

ถามตัวเองก่อนว่าอยากทำอะไร มีโอกาสที่จะทำสิ่งนั้นเลยมั้ย แล้วทำไมต้องเรียน มีทางอื่นที่จะทำให้ทำสิ่งนั้นได้โดยที่ไม่ต้องเรียนรึเปล่า จนมั่นใจว่าต้องเรียนค่อยไปค่ะ แล้วถ้าถามว่าแล้วตอนนี้ตลาดงานต้องการคนแบบไหนเรารู้พิกัดของโอกาสค่ะ อันนี้เป็นแผนที่ที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้กำหนดไว้ให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมที่จะมีการเติบโตสูงในบ้านเราค่า มีทั้งหมด 7 หัวข้อด้วยกัน1) Care Giver Industry 2) Smart Innovator 3) Smart Tourism 4) Food for the Future 5) Digital Data 5) Robotic/Ai 6) Smart Farming 7) Creative Content อยากดูรายละเอียดที่กระทรวงชี้เป้าไว้ต่อได้ที่ โครงการ Future Skils X New Career  เลยค่ะ ในนี้เป็นที่รวบรวมคอร์สทั้งฟรี และคอร์สทั่วไปที่ตอบโจทย์โอกาสในตลาดจัดทำโดยมหาวิทยาลัยในบ้านเราค่ะ

2.2 เรียนฟรีอย่างนี้ก็มีด้วย 

อยากเรียนต่อต่างประเทศ ต้องเตรียมภาษาอังกฤษลองอันนี้เลยจ้าเรียน IELTs ฟรี หรือว่าใครอยากเรียน Coursera ก็สามารถที่จะเลือก audit คอร์สโดยไม่รับ certificate เพื่อเรียนฟรีได้นะคะ

2.3 เรียนอัพสกิลให้ตอบโจทย์ตลาดงานโลกใหม่

  • เตรียม Soft skill หรือ Transferable skill ของคุณเองให้พร้อมเพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่ม option ตัวเลือกงานของเราให้มากขึ้น Transferable skill คือทักษะทั่วไปที่ฝังตัวอยู่ในหลายๆงาน และสามารถช่วยให้เราย้ายจากงานหนึ่งไปอีกงานได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ Technical skill เราอาจจะยังไม่พร้อม เช่น หากคุณจบรัฐศาสตร์มาคุณจะมีทักษะการสื่อสาร การวิเคราะห์ติดตัวมา ทักษะเหล่านี้จะนำไปสู่โอกาสทางอาชีพอื่นๆเช่น อาชีพที่ปรึกษา ที่ต้องใช้การวิเคราะห์เกี่ยวกับโลกธุรกิจ หรืออาชีพผู้ประกาศข่าวที่ต้องใช้ทักษะการสื่อสารเรียบเรียงเรื่องราวให้น่าสนใจและเข้าใจง่าย อยากเพิ่มทางเลือกให้ตัวเองลองเสริมทักษะ transferable skill ของคุณให้พร้อม เรามีCodeส่วนลดจาก SkillLane มาหนุนให้คุณได้เรียนในราคาบัณฑิตจบใหม่กัน คลิกเลย 
  • อัพสกิลในโลกดิจิตอล เพื่อหางานของดิจิตอล ถ้าคุณติตตาม XCareer ข้ามสาย Talk ของเราคุณจะพบว่าความต้องการของตลาดในสาขาอาชีพ ดิจิตอล เช่น Data Scientist, Programmer, Web Development, UX/UI กำลังเพิ่มขึ้น หลายๆคนเลยเลือกที่จะปรับการเรียนรู้ให้พร้อมผ่าน Platform online (อยากรู้สาขาอาชีพที่มาแรงติดตามดูผ่าน Youtube Series Season 1) สนใจเรียนอัพเกรดสกิลดิจิตอลกับสตูดิโออัพสกิล อย่าง Skooldio เรามี Code ส่วนลดคอร์สออนไลน์จาก Skooldio มูลค่า 500-1,000 บาท จากราคาปกติมาให้
  • อยากเป็น Digital Marketer และมี Certification จากหลักสูตรที่มีคนออกแบบจากบริษัทระดับโลกอย่าง Facebook หรือ ​Google ลองดูทุนเรียนคอร์สออนไลน์ Digital Marketing จาก DBSA สนใจทุนจาก DBSA คลิกที่นี่
  • หาโอกาสพัฒนาตัวเองอื่นๆ เรียนคอร์สระยะสั้นติดตามเพจนี้ Creative C

2.4 อย่ามัวแต่พัฒนาตัวเองอย่างเดียว ต้องเอาสิ่งที่เรียนมาลงมือทำไปด้วย

การลงมือทำที่ดีที่สุดคือหาโอกาสช่วยคนอื่น หาโอกาสที่คุณจะเป็นอาสาสมัครแล้วได้ใช้ทักษะของเราให้เป็นประโยชน์กับคนอื่นเพราะเมื่อไหร่ที่เราเริ่มสร้างคุณค่าให้คนอื่นได้แล้ว เค้าอยากให้เราช่วยแล้ว เมื่อนั้นแหละแสดงว่าฝีมือเราถึงขั้นแล้ว ใครอยากหาโอกาสการลงมือทำ ตัวอย่างโครงการข้างล่างนี้เลยจ้า

  • University Incubation Program จาก Innowhale  โปรแกรมบ่มเพาะที่จะช่วยให้คุณพัฒนาไอเดียโปรเจคจากโจทย์สถานการณ์และกลุ่มเป้าหมายจริง และเสริมสร้างทักษะด้านนวัตกรรมที่สำคัญ เพื่อหาคำตอบและวิธีการแก้ปัญหา (solution) สำหรับประเด็นสังคมที่ผลกระทบสูง
  • เพจแหล่งรวมกิจกรรมที่น่าติดตาม Opportunity Hub รวมการแข่งขัน คอร์สเรียน พัฒนาตัวเอง 

Option 3 : สำหรับเยาวชนผู้ประกอบการที่อยากเริ่มธุรกิจตัวเอง

Option 3 :   สำหรับเยาวชนผู้ประกอบการที่อยากเริ่มธุรกิจตัวเอง

3.1 ไม่อยากให้บัณฑิตจบใหม่ คิดว่าทุนไม่มี ธุรกิจทำไม่ได้

มาเรียนรู้วิธีการสร้างธุรกิจเริ่มต้นใหม่ผ่านแหล่งความรู้ เช่น กิจกรรม หรือ หนังสือ เพื่อจะเข้าใจ Lean Startup Process แล้วลงมือทำควบคู่กันไป

  • ลองดู ที่ Youtube Startup Thailand Channel เพิ่มเติมที่นี่ค่า
  • เพจ แนะนำไอเดียธุรกิจใหม่ๆ  Young Business Guide สำหรับไอเดีย และกิจกรรมพัฒนาตัวเอง
  • แหล่งรวมตัวคนรุ่นใหม่ที่สนใจธุรกิจ ข่าวสารเรื่อง ทุน การแข่งขัน YEAH

3.2 วิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุดของผู้ประกอบการคือ Build-Measure-Learn ลงมือทำโดยตั้งสมมติฐานไว้

ลงมือทดสอบแล้วปรับปรุงจากจุดนั้นเพื่อให้ธุรกิจคุณออกมาชัดเจนมากขึ้น อยากลงมือทำ เรียนรู้จาก Founder โดยตรงเตรียมตัวสมัครดูโครงการ Founder Apprentice ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติได้เลย โครงการนี้ให้โอกาสเรียนรู้กับคุณมากกว่า 3 เดือน เปิดให้ทั้งนักศึกษาและคนจบใหม่ได้ฝึกงานเคียงข้างกับผู้ประกอบการ เรียนรู้วิธีการสร้างธุรกิจจาก Startup แถวหน้าของไทย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของอดีต Apprentice รุ่นก่อนๆ ที่นี่

3.3 แหล่งทุนจะตามคุณมาเองเมื่อคุณพิสูจน์ธุรกิจของคุณได้ 

อ่านเสร็จแล้วอย่าลืมลงมือทำค่า ทีมงานได้รวบรวมลิสต์มาให้คุณแล้ว และจะคอยทยอยอัพเดท list นี้เพิ่มเติมเมื่อได้ข้อมูลนะคะ ฝากแชร์ให้เพื่อนๆด้วยนะคะ

ปรึกษาปัญหาการเปลี่ยนงาน หางานใหม่ ฟรีแบบกลุ่มที่ Q&A Live ลงทะเบียนฟรี Inbox แล้วบอกเราว่า “สนใจ Career Lab:Free Live Q&A” คลิกที่นี่

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

5 วิธีรับมือ เมื่อคุณต้องทำงานกับ คนขี้เหวี่ยง ในที่ทำงาน

คนขี้เหวี่ยง เพื่อนร่วมงานเข้ากับเราไม่ได้ ในสถานที่ทำงานอันแสนวุนวาย คุณเคยเจอเหตุการณ์นี้หรือไม่ ปัญหาโลกแตกของคนทำงานในปัจจุบัน เพราะมนุษย์แต่ละคน มีพื้นฐานที่แตกต่างกันอย่างมาก ส่งผลให้พฤติกรรมมีความแตกต่างกันตามไปด้วย ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การทำงานของคุณในแต่ละวัน บางทีคุณก็รูสึกหงุดหงิดหรือลำบาก จนต้องหาวิธีรับมือใหม่ ๆ ตลอดเวลา

ตอบ 5 ด้านนี้ให้ได้ก่อนจะเปลี่ยนงาน ผ่านการทำ Informational Interview

ขั้นแรกตัดสินใจเลือกเป้าหมายให้ชัด 3-5 งาน แล้วทำ research ศึกษา Job Description ให้เข้าใจถึง competency ของงาน เข้าลึกถึง insights บริษัท ตั้งแต่ วิสัยทัศน์ จนสภาพแวดล้อมการทำงาน แอบส่อง candidate profile หน่อยจะได้รู้ว่าคุณแข่งกับใครอยู่

สรุปประเด็นสำคัญจาก X Career : ข้ามสายTalk Ep.8 เปิดสูตรลับ ก่อนจะข้ามสายไปทำงาน Business Development

สรุปประเด็นสำคัญจาก X Career : ข้ามสายTalk Ep.8 เปิดสูตรลับ ก่อนจะข้ามสายไปทำงาน Business Development พามาฟัง คุณเท็น อธิคม จิตตวนิชประภา จากบริษัท dtac บริษัท Telecommunication ในฝั่งลูกค้า ธุรกิจ ในเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องอาชีพของคนที่ต้องปั้นธุรกิจน้องใหม่ให้กับองค์กรขนาดใหญ่