จบปี 2020 หางาน, เรียนต่อ, เปิดธุรกิจ? ตอนที่ 1 : วิเคราะห์โอกาสที่อยู่ในมือเรา


สิ่งที่นำไปใช้ได้จริง

– ถ้าหางานและมองตลาดตอนนี้ขอให้มองตามสภาพความจริง พลิกแพลงเป้าหมายไปตามเทรนด์โอกาส, focus เป้าหมายระยะสั้น, เปิดโอกาส freelance บ้างก็ได้, เดินอ้อมไปเก็บ skill อื่นซักหน่อยแล้วค่อยกลับมาหาเป้าหมายระยะยาวเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น

– ถ้าจะเรียนต่อขอไม่หางานขอให้มีเป้าหมายก่อน เป้าหมายอาจจะไม่ใช่อาชีพอาชีพเดียว แต่เป็นกลุ่มอาชีพที่มีความเชื่อมโยงกัน Job Cluster ที่เปิดโอกาสให้คุณเคลื่อนย้ายได้ง่ายขึ้น

– เปิดธุรกิจของตัวเองก็ได้ เพราะในช่วงเวลาที่มีปัญหาก็เป็นแหล่งของโอกาสด้วย หน้าที่ของผู้ประกอบการคือแก้ปัญหาสร้างคุณค่าใหม่อยู่แล้ว 

– จะทำอะไรก็ตามขออย่าหยุดอยู่เฉยๆ เพราะวิกฤตินี้เป็นช่วงพิสูจน์ว่าใครมีของจริงๆกันแน่ ให้นึกไว้ว่าถ้ามีคนถามว่าตอนทีคุณจบมี วิกฤติโควิดตอนปี 2020 แล้วคุณรอดมาได้อย่างไร คุณจะตอบว่าอะไร !

เพราะวิกฤติโควิด ทำให้หลายๆ กลุ่มธุรกิจจะต้องปิดตัวลง ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวที่เราจะเห็นกันชัดๆ บริษัท event ที่ต้องมีการปรับตัวกันสุดๆ หรือธุรกิจอื่นๆก็ส่งผลกระทบ ทำให้รายได้หายหด การจะจ้างคนเข้ามาก็จะต้องคิดหน้าคิดหลังเยอะ แล้วถ้าเราจบใหม่เป็นบัณฑิตป้ายแดง จะยังไงดีล่ะปีนี้ ? จบปี 2020 ดูมีความยากลำบากจริงๆ  

ไม่ต้องกังวลไปค่ะน้องๆ ทุกอย่างมีทางออก อย่างที่เค้าบอกว่าไม่เลือกงานไม่ยากจน

อ้าวอย่างนี้พี่กำลังบอกพวกเราว่า generation นี้ไม่มีสิทธิ์เลือกเหรอคะ/ครับ ! 

ในขั้นตอนการเขียน resume ปกติค่ะ เชื่อว่าทุกคนคงมี resume ที่ส่งไปสมัครงานครั้งสุดท้าย หรือที่เคยทำไว้ใน class เรียน พอเรารู้ว่าจะต้องหางาน หรืออยากเปลี่ยนงาน เราก็จะเอา resume อันเก่านั้นแลมา upadate ส่วนใหญ่การ update ของเราก็จะใส่เพิ่มเติมความรับผิดชอบใหม่ๆ หรือโปรเจคที่ “เราคิดว่า เจ๋ง !” ใส่เพิ่ม ให้มันดูมีอะไรน่าตื่นเต้นใช่ไหมคะ ปัญหาคือ Resume ก็เหมือนป้ายโฆษณา 1 ใบที่มีพื้นที่มากมายให้เราขายของค่ะ แต่ถ้าเรายังไม่รู้ว่าเป้าหมายที่เราจะขายของเหล่านี้ต้องการอะไรชัดๆ ใส่ไปมากมายขนาดไหนก็คงขายไม่ออกค่า ยิ่งใส่มากออาจจะยิ่งสับสนอีกตังหาก นอกจากเราต้องรู้ว่าเราขายใครแล้วเค้ามองหาอะไรแล้ว เราควรจะรู้อีกด้วยค่าว่าแข่งกับใคร การเตรียมตัวก่อนเขียน resume จึงต้องใช้เวลา และไม่ควรข้ามขั้นตอนนี้ไปเด็ดขาดค่า

….ทำใจร่มๆ ก่อนนะคะ แล้วลองอ่านทางเลือกที่พี่วิเคราะห์ไว้กันดูค่ะ ว่าน้องๆคิดว่าอย่างไร
ก่อนที่เราจะไปพูดเรื่องทางเลือกเหล่านั้นขอให้เข้าใจสภาพความเป็นจริงของตลาดงาน ณ ปัจจุบัน และปรับความคาดหวังให้เหมาะสมตามค่า จากการพูดคุยกับตัวแทนบริษัท และ recruiter สิ่งที่ทีม CareerVisa เจอสามารถสรุปได้อย่างนี้ค่ะ

1. มีการหยุดจ้าง freeze headcount จริงทั้งบริษัทใหญ่เล็ก
จากตำแหน่งงานระดับ entry level อย่าง Management Trainee Program ที่ต้องมีการเปิดโครงการทุกปี บางที่คือหยุดไปจริงๆค่ะ ถามว่าทำไมต้องหยุด ในเมื่อรายได้ปีนี้และเศรษฐกิจปีนี้ไม่แน่นอน สิ่งที่ธุรกิจบางแห่งตัดสินใจทำก็คือชะลอ ดูสถานการณ์ก่อนที่จะลงทุนเรื่องคน เราต้องเข้าใจว่าการที่บริษัทจะหาคนที่ใช่เข้ามาก็ยากแล้ว แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ แล้วต้องเอาคนออกยิ่งยากและแพงกว่าเดิมอีกนะคะ ไหนจะเรื่องกฏหมาย เรื่องการชดเชยเงินเดือนอีกมากมาย 
2. บริษัทต้องปรับสัญญาให้เป็นระยะสั้น
เหตุผลเดิมค่า ด้วยความที่มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น บริษัทก็ต้องมีการบริหารคนให้คล่องตัวได้มากขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้าตอนนี้เราสม้ครงานไปแล้วได้เห็นสัญญา 4 เดือน 9 เดือน อย่าน้อยใจในโชคชะตาไปค่ะ ขอให้ทำความเข้าใจว่าเป็นวิธีบริหารจัดการทรัพยากรของบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับวิกฤติขณะนี้ 
3. ยังคงมีบางอุตสาหกรรมที่เติบโต และต้องการคน
จะบอกว่าโควิดมา ไม่มีงานเลย พี่บอกก่อนเลยค่ะว่าไม่จริง มีอุตสาหกรรมบางกลุ่มที่ยังคงตื่นตัวและเติบโต เช่น เทคโนโลยี หรือสายงานที่เกี่ยวกับโลกดิจิตอล โฆษณา และประกันภัย อยากรู้สายงานไหนรุ่งใน Community CareerVisa ลองเข้าไปดู  XCareer 101 Series ของเราได้ที่นี่ เราสามารถศึกษาเทรนด์ของโลกการทำงานจากทั่วโลกได้จากหลากหลายแหล่งค่ะ ของ McKinsey ก็ดูน่าสนใจ สามารถเข้าไปดูในลิงค์นี้ได้ค่ะ Covid-19 : Implications for business ถ้าเราเข้าใจสภาพตลาดงานมากขึ้นแล้วตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราแล้วค่ะ ที่จะต้องตั้งเข็มให้แม่นว่าอย่างไรดี จากการที่เจอกับน้องๆจบใหม่อยู่เรื่อยๆ เราได้พูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับ 4 ทางเลือกนี้ค่า เรามาดูหนทางเริ่มเป็น Action Step รวมถึงข้อดี ข้อเสียของสิ่งต่อไปนี้กันค่า  

พอรู้อย่างนี้แล้ว แล้วทางเลือกของเรามีอะไรบ้างมาดูกันดีกว่า !

Option 1 : อยู่เฉยๆดีกว่า ไม่หางาน ไม่หาเรื่อง ไม่เจ็บใจ

อันนี้เป็น option ของผู้ที่มีกำลังทรัพย์ ดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องหางานนะคะ แล้วก็จากที่พูดคุยกับน้องๆมีไม่น้อยเลยที่คิดแบบนี้ แต่อยากให้ลองชั่งใจในอีกทาง ลอง fast forward ตัวเราเองไปในอนาคต ที่เราหางานแล้วได้เข้าไปสัมภาษณ์องค์กรในฝันค่ะ ถ้าเราปล่อยฟรี ฟรี๊ ฟรี ช่วง Covid แล้ว พี่ HR ถามเราว่า แล้วระหว่างช่วงที่จบน้องทำอะไรคะ แล้วเราจะบอกว่า “อ๋อก็ไม่ได้ทำอะไรครับ รออยู่ รอให้ตลาดงานดีขึ้น” หรือจะ “อ๋อช่วยงานที่บ้านค่ะ (แบบไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรให้ธุรกิจครอบครัว)” อาจจะมีผลกระทบทำให้โอกาสในอนาคตของเราริบหรี่ลงนะคะ ใครที่คิด option นี้พี่ขอเบรกไว้ก่อนเลย ถ้าใจไม่เหนื่อยใจจริง ขอให้ไม่หยุดนิ่งค่ะ เราต้องลงมือทำอะไรซักอย่าง พัฒนาตัวเองตลอดค่ะ เรื่องราวความล้มเหลว ยังเป็นบทเรียนได้ดีกว่าอยู่เฉยๆค่ะ ช่วงวิกฤตนี่แหละค่ะน้องๆที่จะทำให้รู้ว่าใครเป็น ‘คนจริง’

Option 2 : งานหายาก เรียนต่อดีกว่า

ที่จริงอันนี้ก็เป็น option ที่ดีนะคะ เป็นการพัฒนาตัวเอง แต่อยากให้พัฒนาอย่างมีเป้าหมายค่ะ ก่อนที่จะเลือกเรียนได้เราควรรู้ก่อนว่าเราสนใจที่จะพัฒนาตัวเองในทางด้าน ไหน จากการ research ของ Australian Youth Foundation พบว่า คนรุ่นใหม่ใน Australia จะต้องเปลี่ยนงานอย่างน้อย 18 ครั้ง ในช่วงชีวิต ทางองค์กรเลยแนะนำว่า ให้คนรุ่นใหม่ตั้งเป้าหมายไม่ได้มองแค่ 1 อาชีพค่ะ แต่เป็น Job Cluster หรือกลุ่มงานที่คล้ายคลึงกันและสามารถย้ายข้ามสายงานได้ โดยมีทั้งหมด 7 กลุ่มค่ะ 1) The Generator 2) The Artisans 3) The Designers 4) The Informers 5) The Coordinators 6) The Carers 7) The Technologists การที่วางแผนพัฒนาตัวเองแบบตาม Job Cluster แบบนี้ทำให้เราไม่ตันค่ะ อยากรู้ว่าแต่ละ Cluster ต้องมีทักษะอะไรบ้าง ลองอ่านต่อที่นี่ได้เลยค่ะ

Option 3 : ยังไงก็ต้องหางานประจำให้ได้

อันนี้ฟังเหมือนทางเลือกทั่วไปในสถานการณ์ปกติ แต่ถ้าคุณมองดูเพื่อนๆข้างตัว คุณจะรู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำไม่ปกติ เพราะตอนนี้เพื่อนๆคุณอาจจะยอมแพ้วิกฤติไปหมดแล้ว พร้อมกับบอกว่า ไม่รีบ ทีม CareerVisa มี guideline ให้คร่าวๆเป็นกำลังใจให้คนหางานประจำช่วงวิกฤติอย่างนี้ค่ะ 

3.1 พลิกแพลงไปอุตสาหกรรมข้างๆ ที่กำลังรุ่ง จาก Transferable 

งานในฝันที่เราอยากได้ อาจจะไม่ได้มีให้เราจับจองได้ตอนนี้ ยกตัวอย่างใครที่เรียนสาย event ตอนนี้คืออาจจะยากกันซักหน่อย แต่ลองอย่างนี้ค่ะ ขอให้สำรวจตัวเองให้เรารู้ว่า 

  • อะไรเป็น Technical Skill (ทักษะเฉพาะ) ที่เราเจ๋งจริง ที่เรารู้ลึกจริง มีประสบการณ์จริง  
  • อะไรเป็น Soft skill หรือ Transferable skil ที่เกาะติดมาจากการสะสมประสบการณ์ในสายงานเรา 
  • เลือกที่จะเกาะ Transferable Skill ที่จะช่วยให้เราเคลื่อนย้ายไปในสายงานหรืออุตสาหกรรมเพื่อนบ้าน

ตัวอย่างตอนนี้ Designer ไปเป็น UX/UI Designer หรือว่า Marketing ตอนนี้ก็กลายไปเป็น Digital กันหมดอีก อยากข้ามสายไปเป็น UX Designer ดูต่อที่นี่ เปิดสูตรลับ ก่อนข้ามสายไปเป็น UX Designer [X Career : ข้ามสายTalk EP.1]

3.2 ปรับเป้าหมายเป็นระยะสั้น

ในช่วงวิกฤติทุกคนปรับตัวหมดค่ะทั้งคนหางาน ทั้งนายจ้าง เราต้องยืดหยุ่นไปตามตลาดงานขึ้น ไม่ปิดกั้นโอกาสตัวเอง Covid ไม่ได้นำมาเพียงแค่ เศรษฐกิจที่ตกต่ำ แต่นำมาซึ่งวิถีชีวิตใหม่ ที่อยู่ดีๆอาม่าก็สามารถสั่งของออนไลน์กันได้ และเด็กๆประถมก็ทำงานกับเพื่อนผ่าน Zoom กันได้ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปนำมาสู่โอกาสธุรกิจใหม่ ถ้าเรามีเป้าหมายที่ fixed อยู่แค่อาชีพ อาชีพเดียวและไม่เปลี่ยนตามโลก เราจะติดแหง็กกับโลกเก่า แทนที่จะวางแผนงาน 5-10 ปี ขอให้เรามาดูกัน 60 วัน 90 วัน เราอาจจะเปิดรับงานแบบ contract ระยะสั้นบ้างก็ได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นงานระยะยาวที่มี Career Path ระยะยาวบ้างก็ได้

3.3 งานประจำยังไม่ไหว เปิดโอกาสการเป็น Freelance บ้างก็ได้

ถ้าเราดื้อดึงจะหาแต่งานประจำเท่านั้นทั้งๆที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าเดิมอีก เราจะโดนกลืนไปกับคลื่น Covid นี่แหละค่ะ การทำงาน Freelance อาจจะมีข้อที่ต้องกังวล เรื่องแหล่งรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอ แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลยหรือเปล่า (ไม่ต้องคิดล่ะค่ะ มีรายได้ย่อมดีกว่าแน่นอนค่ะ) นอกจากนั้นยังทำให้เราได้ฝึก skill จากโลกความจริงอีกตังหากค่ะ

3.4 ถ้ามีเป้าหมายระยะยาวก็อย่าละทิ้ง แต่ใช้เวลาเดินอ้อมไปเก็บประสบการณ์อย่างอื่นหน่อย เดี๋ยวก็เดินถึง

ขอให้วิเคราะห์หาโอกาสที่จะทำให้เราได้เพิ่มคุณค่าและเก็บประสบการณ์ แล้วนำสิ่งนั้นไปต่อยอด ณ ความฝันระยะยาวของเราได้ สมมติเราฝันอยากเป็น Data scientist มาก แต่ตอนนี้ เราอาจจะยังไม่ได้มีประสบการณ์ ขอให้เราลองดูงานที่ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูล หรือได้ทำงานกับ Data scientist เป็นคนเก็บ Business requirement หรือ Business Analyst ก็ยังดี หรืออยู่ในองค์กรที่มี data scientist ก็ยังได้

Option 4 : งานมันหายากใช่มั้ย งั้นเราสร้างธุรกิจของตัวเองเลยละกัน !

ก็เป็นอีก option นะคะของคนรุ่นใหม่ บางคนอาจจะบอกว่าวิกฤต Covid มายังจะคิดเริ่มธุรกิจอีก แต่อย่าลืมค่ะว่าวิกฤติมาพร้อมกับปัญหา และการเริ่มต้นธุรกิจนวัตกรรมใหม่ๆก็มาจากปัญหาที่ผุดขึ้นมานี่แหละค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากเริ่มธุรกิจขอให้จับตามองผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือไว้ พวกเขาจะเป็น target ของเรา แต่ option นี้อาจจะต้องใช้ทรัพยากรอื่นๆอีกเยอะหน่อยนะคะ ถ้าเกิดเราเป็นผู้ประกอบการมือใหม่ด้วย ก็ต้องเต็มที่กันหน่อยล่ะค่ะ

4 ทางเลือกนี้เป็นการวิเคราะห์ทางเลือกที่เป็นไปได้ทั้งหมด รวมถึงแนวทางเริ่มต้นนะคะ ไม่มีคำตอบที่ถูกผิดตายตัว สำหรับนักศึกษาจบใหม่ป้ายแดง การลงมือทำ ไม่หยุดนิ่งอยู่เฉยๆจะนำบทเรียน และประสบการณ์ชีวิตกลับเข้ามาหาเราทำให้เราแกร่งขึ้น และก้าวต่อไปได้มั่นใจขึ้นค่ะ อยากให้น้องๆลองคิดดูค่ะว่าทางเลือกไหนที่เหมาะกับเรา

อยากเรียนรู้วิธีสร้าง Professional  Resume กับ CareerVisa คลิกสอบถามรายละเอียด ลิ๊กที่นี่

ปรึกษาปัญหาการเปลี่ยนงาน หางานใหม่ ฟรีแบบกลุ่มที่ Q&A Live ลงทะเบียนฟรี คลิ๊กที่นี่

ปรึกษาด่วน Inboปรึกษาปัญหาการเปลี่ยนงาน หางานใหม่ ฟรีแบบกลุ่มที่ Q&A Live ลงทะเบียนฟรี Inbox แล้วบอกเราว่า “สนใจ Career Lab:Free Live Q&A” คลิ๊กที่นี่

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

จบปี 2020 หางาน, เรียนต่อ, เปิดธุรกิจ? ตอนที่ 2 : รวม 20+ ลิงค์ ทางเลือกเด็กจบใหม่ & แจกโปรโมชั่นคอร์สพัฒนาตัวเอง

ขั้นแรกตัดสินใจเลือกเป้าหมายให้ชัด 3-5 งาน แล้วทำ research ศึกษา Job Description ให้เข้าใจถึง competency ของงาน เข้าลึกถึง insights บริษัท ตั้งแต่ วิสัยทัศน์ จนสภาพแวดล้อมการทำงาน แอบส่อง candidate profile หน่อยจะได้รู้ว่าคุณแข่งกับใครอยู่

5 วิธีรับมือ เมื่อคุณต้องทำงานกับ คนขี้เหวี่ยง ในที่ทำงาน

คนขี้เหวี่ยง เพื่อนร่วมงานเข้ากับเราไม่ได้ ในสถานที่ทำงานอันแสนวุนวาย คุณเคยเจอเหตุการณ์นี้หรือไม่ ปัญหาโลกแตกของคนทำงานในปัจจุบัน เพราะมนุษย์แต่ละคน มีพื้นฐานที่แตกต่างกันอย่างมาก ส่งผลให้พฤติกรรมมีความแตกต่างกันตามไปด้วย ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การทำงานของคุณในแต่ละวัน บางทีคุณก็รูสึกหงุดหงิดหรือลำบาก จนต้องหาวิธีรับมือใหม่ ๆ ตลอดเวลา

ตอบ 5 ด้านนี้ให้ได้ก่อนจะเปลี่ยนงาน ผ่านการทำ Informational Interview

ขั้นแรกตัดสินใจเลือกเป้าหมายให้ชัด 3-5 งาน แล้วทำ research ศึกษา Job Description ให้เข้าใจถึง competency ของงาน เข้าลึกถึง insights บริษัท ตั้งแต่ วิสัยทัศน์ จนสภาพแวดล้อมการทำงาน แอบส่อง candidate profile หน่อยจะได้รู้ว่าคุณแข่งกับใครอยู่