การปลุกปั้น Employer Brand ในแบบฉบับของ Krungsri Career + Tips สำหรับมนุษย์ผู้สวมหลายบทบาท

ทาง MotiveTalent มีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับ คุณโน้ต ศรัณย์ คุ้งบรรพต Head of Human Resource Business Partner Dept 4 จากธนาคารกรุงศรีฯ และแลกเปลี่ยนความรู้ มุมมองในบทบาทการทำงานต่างๆ

ก่อนอื่นต้องแนะนำก่อนเลยว่าคุณโน้ตเป็นคนนึงที่ใช้ความสามารถและบริหารเวลาของตัวเองได้อย่างคุ้มค่ามากๆ 

คุณโน้ต ผู้สวมบทบาทที่หลากหลายในเวลาเดียวกันทั้ง HR นักร้อง นักเขียน และอาจารย์

กระซิบว่า ใช่แล้ว ฟังไม่ผิด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดสำหรับตัวคุณโน้ตเอง เพราะ ด้วยธรรมชาติของเขานั้นเป็นคนไม่ปล่อยเวลาให้ตัวเองว่าง ชอบทำอะไรหลายอย่างตั้งแต่เด็กแล้ว ทั้งเรียน ทั้งทำกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นการทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันจึงกลายเป็นเรื่องปกติของเขาคนนี้ไปแล้ว

ซึ่งคุณโน้ตเล่าต่อว่าการทำงานทั้งหมดที่กล่าวมานั้น Nature ของงานแต่ละอย่างนั้นก็ไม่เหมือนกัน แต่พอเขาได้ทำและสิ่งที่ทำนั้นทำให้เกิดประโยชน์กับทั้งตัวเองและคนอื่น สิ่งเหล่านี้เลยจึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเสียแล้ว จึงใส่ใจและเวลากับสิ่งที่ทำ ทุ่มเททั้ง energy และ passion กับทุกงานอย่างเต็มที่

สวมบทบาทไหนไม่สำคัญ สำคัญคือ ต้องมี ทักษะที่จำเป็น คือ People skills


สิ่งสำคัญที่คุณโน้ตมองว่าเราทุกคนต้องมี ไม่ว่าคุณกำลังสวมหมวกใบไหนอยู่ คือ “People skills” เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องของ “คน”

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนเรียกกว้างๆ ว่า Leadership skills,   Communication skills หรือ Interpersonal skills ทักษะเหล่านี้เราต้องหยิบมาใช้เหมือนกันในทุกๆ งาน แต่ต้องใช้วิธีการสื่อสาร หรือ message ที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละบทบาทหรือหมวกที่ใส่อยู่ ความละเอียดอ่อนที่เราต้องบริหารจัดการคนแต่ละมิติมันต่างกัน การทำงานกับคนแต่ละกลุ่มจึงต้องต่างกันไปด้วย

โดยเฉพาะงาน HR ที่เป็นการทำงานกับคนโดยตรง “หัวใจของงานเรา คือ คน” คนเป็นประสบการณ์จริงที่ทำให้เราได้เรียนรู้ เรายิ่งต้องฟังเก่ง ต้องกล้าที่จะเข้าไป approach กล้าถาม กล้าเข้าไปคุยกับ Customer ของเราซึ่งนั่นก็คือพนักงานภายในองค์กร เพื่อเข้าใจถึงปัญหาว่าต้องการให้เรา support เรื่องอะไร?

คุณโน้ตเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือ Super skill ที่สำคัญสำหรับการทำงานในจุดนี้ ส่วน skills อื่นๆ นั้น ไม่ใช่ไม่สำคัญ เราอยู่ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นด้วย digital and technology เรื่องเหล่านี้เราก็ย่อมทิ้งไม่ได้ เพียงแต่เราต้องไม่ลืมว่า ในฐานะ HR หัวใจของเราคือการดูแลคน

เราได้ชวนคุยต่อในประเด็นเรื่อง Employer branding เพราะจริงๆ แล้วนอกจากงาน HR Business partner เขาก็ยังดูแลในส่วนงาน Employer Branding อยู่ด้วย เราจึงได้พูดคุยเพื่อขอความรู้และมุมมองต่างๆ ในเรื่องนี้มาฝากทุกคนกัน

การปลุกปั้น Employer Brand ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยพลังของคนในทีม

การทำ Employer Branding ในช่วงแรก เชื่อว่าในหลายๆ องค์กรคงประสบกับเหตุการณ์ที่ว่า หลายๆฝ่ายในองค์กรคงไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม สำหรับคุณโน้ตเองกลับมองว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานของเรามีความหมาย เพียงแต่ต้องใช้เวลา และเมื่อสิ่งที่เราทำปรากฎออกไปสู่สายตาคนภายนอก เริ่มออกดอกออกผล ได้รับการยอมรับจากทั้งภายในและภายนอก ภายในทีมงานเราจึงยิ้มได้อย่างเต็มที่เลย เพราะว่า พวกเขาสู้มาด้วยกันและผ่านอะไรด้วยกันมาหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ pitch งานกับหัวหน้าไปจนถึงการขออนุมัติจากทางผู้บริหาร ตรงนี้แหละที่ทำให้ journey ของการทำงานภายในทีมรู้สึกสนุก 

ถ้าเรามองลงไปใน Landscape ของการแข่งขันใน “Talent War” ทุกวันนี้ หลายองค์กรโชคดีที่พวกเขามี Business Brand ที่ค่อนข้าง strong อยู่แล้ว อย่างกลุ่มบริษัทที่เป็น Entertainment เขามี visibility ในสายตาคนทั่วไป ได้เพราะ Business Brand

แต่ถ้าถามในมุมของ Employer Brand แล้วต้องคิดดูดีๆ ว่าเรามี Engagement จริงๆ ในมุมความเป็นนายจ้างรึเปล่า คนอยากร่วมงานกับเราเพราะอะไร? ซึ่งเรื่องนี้คุณโน้ตเชื่อว่า หลายๆ บริษัทก็จะได้ค่อยๆ เรียนรู้กันไป แต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง 

เรื่อง Employer brand สำหรับที่กรุงศรีฯ เรียกว่า “Talent brand” คุณโน้ตในฐานะที่ดูแลเรื่องนี้มาตลอด 5 ปี มองว่ามีความเติบโตและประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ มี movement ที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ มี visibility ในตลาดแรงงานมากขึ้น ผู้บริหารให้การยอมรับ และได้รับ feedback จากหลายๆ องค์กรที่เขา ชื่นชมเรา ในส่วนของการเติบโตในเชิงตัวเลขทางด้าน communication channel ต่างๆ ก็เติบโตขึ้นอย่าง aggressive  

ซึ่งต้องบอกว่าอย่างตัวคุณโน้ตหรือคนในทีมเองก็ไม่ได้มีใครมาทางสาย Marketing หรือ Branding โดยตรง ตอนแรกพวกเขา build กันมาจาก common sense และ การระดมสมองของทีม อาศัยการลองผิดลองถูกกันในทีม ลองศึกษาดูว่าใน market เขาทำกันยังไง และโชคดีที่หัวหน้าหรือผู้บริหารก็เปิดโอกาสให้ทีมได้ทดลอง บางทีทำไปก็มีที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังบ้าง แต่โชคดีที่ทีม Fail Fast Learn Fast และกล้าที่จะบอกว่า “ไม่เป็นไร เอาใหม่” ก็ทำให้ทีมสามารถไปต่อได้ 

สำหรับคนภายนอก ทีมรู้สึกได้ว่าคนเห็นเรามากขึ้น เพราะมีการใช้ Tools ที่มีความน่าสนใจมากขึ้น การใช้ Magnet หรือ Influencer ผ่านการทำคลิปวิดีโอสั้นๆ ด้วยปริมาณที่เหมาะสมกำลังดี ที่สำคัญคือ การทำแบบไม่ Overcommit เราจะไปแบบ Assertive แต่พื้นฐานของสิ่งที่เรากำลังนำเสนอออกไปมันต้องเป็นความจริง บาง message ที่มัน Overtone เกินไปเราก็จะต้องดึงกลับมาให้อยู่บนความพอดี 

เพราะ Employer brand ไม่เหมือนกับ Consumer brand 
ถึงแม้ดูเผินๆ มันจะเป็นเรื่อง Branding เหมือนกัน
แต่ Employer branding มันเป็นเรื่องของชีวิตคน โอกาส และ ทางเลือกของชีวิต จึงเป็นเรื่องที่ทีมงานต้อง sensitive 

ซึ่งล่าสุดทางกรุงศรีฯ พึ่งปล่อยวิดีโอหนังสั้นเรื่องใหม่ขึ้นมา โดยใช้ Influencer ชื่อดังในหมู่วัยรุ่นอย่าง MayyR เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียสุดปัง ด้วยคอนเซ็ปต์ #เลือกงานที่ใช่เพื่อชีวิตที่ชอบ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการสื่อสารไปยังกลุ่มคนทำงานรุ่นใหมได้อย่างโดนใจเลยทีเดียว

หากใครอยากติดตามเรื่องราวข่าวสาร หรือความเคลื่อนไหวของทางธนาคารกรุงศรีฯ นั้นก็สามารถเข้าไปดูได้ในเพจ www.facebook.com/krungsricareer กันได้เลย

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

การดูแลคนในบริษัทที่มีพนักงานเฉลี่ยอายุแค่ 25 ปี เอเยนซี่ที่ขับเคลื่อนด้วยไอเดียของคนรุ่นใหม่

Rabbit Digital Group เอเยนซี่โฆษณาไทยแท้ที่ติดอันดับ 8 ใน Thailand’s Hottest Agencies 2020 โดย Campaign Brief Asia ซึ่งหากใครที่อยู่ในแวดวงโฆษณาต้องรู้จักผลงานปังๆ ของพวกเขากันแน่นอน และก็ไม่น่าแปลกใจที่เด็กรุ่นใหม่หลายๆ คนอยากจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการได้สร้างสรรค์ผลงานไปกับ Rabbit Digital Group วันนี้เรามาชวนคุยกับคุณนิค นรเศรษฐ์ จันทร์สุวรรณ L&D Associate Manager ที่จะมาช่วยเล่าถึงวิธีการดูแลพนักงาน Young gen ที่เน้นการออกแบบให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่และตามสไตล์การทำงานของเอเยนซี่ จะมีความยาก-ง่ายอย่างไรมาดูกัน

Transform พนักงานยังไงในยุค New Normal? เปลี่ยนมุมมอง Re-skill และปรับพฤติกรรมด้วย Transformative Learning

ผู้บริหาร หรือ HR ที่กำลังมองหาเครื่องมือหรือหลักสูตรในการ Transform พนักงาน หรือทำ People Transformation ไปสู่ยุคดิจิทัล หรือความปกติใหม่ (New Normal) ของตัวเองแบบที่ไม่เสียเงินเปล่า แต่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการจริงๆในยุค New Normal แบบนี้ Transformative Learning Theory ให้ความสำคัญกับระบบการเรียนรู้ที่เปลี่ยนให้กลายเป็นคนใหม่

ผู้นำที่ดีไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือคนที่ซื่อสัตย์กับจุดอ่อนของตัวเอง คิดมุมต่างอย่าง Simon Sinek

เคยรู้สึกว่าตัวเราเก่งไม่พอบ้างมั๊ย? ทำงานมาแค่ไหนก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเก่งสักที ทำงานมาสัก 2-3 ปี เวลามีน้องๆ ในทีมมาถาม แต่ก็ยังมีหลายเรื่องที่เราให้คำตอบไม่ได้