การปรับเปลี่ยนวิธีดูแลคนในองค์กรจาก ”หลักสิบ” เป็น “หลักร้อย” ใน Start Up ด้าน People Development ที่โตไวอย่าง Conicle

บริษัที่น่าทำงานไม่ใช่บริษัทที่ธุรกิจโตเร็วแบบก้าวกระโดด แต่ต้องเติบโตไปพร้อมกับคนในองค์กรด้วย!

วันนี้เราขอพาทุกคนมาชวนคุยกับ คุณปูน นกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ CEO & Co Founder และ คุณดิน

อนพัทย์ วิมลประภาพร CTO & Co Founder จาก Conicle .,Ltd. ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการการเรียนรู้ หรือที่เรียกกันว่า LMS (Learning Management System) ที่เติบโตกว่า 45 เท่าจากปี 2014 และคาดว่าจะเติบโตอีกเท่าตัวในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อธุรกิจสามารถเสกลได้ไว้ขนาดนี้แล้ว ในแง่ของโครงสร้างทีม หรือการบริหารจัดการคนในองค์กรต้องปรับตัวตามให้ทันยังไงบ้าง 

กว่าจะเป็น Conicle จะเป็นบริษัทที่เติบโตแข็งแกร่งได้ในทุกวันนี้ เชื่อมั้ยว่าในการทำธุรกิจช่วงแรก ๆ ทีมพวกเขามีกันแค่ 4-5 คนเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาโฟกัสในตอนนั้นคือเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (product) พัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีที่จะมาช่วย support การให้บริการลูกค้า รวมถึงการพัฒนารูปแบบของธุรกิจให้สามารถสเกลต่อไปได้

แต่ทุกวันนี้ Key Focus ของบริษัท คือ “Team”

คุณดิน : “บริบทตอนมีพนักงาน 10 คน กับ 100 คน มันเปลี่ยนไปเลย Key Focus ทุกวันนี้คือ ด้าน People” 

คุณปูน : “ทุกวันนี้มี 100 คน ปัญหาในตอนนั้นรอบด้านไม่ต่างจากทุกวันนี้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เรื่องคน เพราะทีมเราสร้างผลิตภัณฑ์ หาลูกค้า หาพาร์ทเนอร์ ทีมเราทำให้เกิด Business Result พอเราลองมาคิดดูดีๆแล้วจุดเริ่มต้นคือ “คน” แล้วจุดเริ่มต้นของคนก็คือ “ผู้นำ” แล้วจากการร่วมมือของทีมและผู้นำก็เกิดมาเป็น Core Value ของบริษัท” 

Conicle เริ่มมีการตั้ง Core Value ตั้งแต่ตอนไหน?

คุณปูน : “จริงๆ แล้ว Core Value มาปีนี้ แต่ว่าระบบ HR มาตอน Humanica เข้ามาเป็นผู้ลงทุนให้ในปี 2018 พอได้เรียนรู้กระบวนการ HR ก็ทำให้ได้รู้ว่ามันมีหลายแบบมาก HR ในตอนแรกที่เรามีคือถ้าจะทำธุรกิจจะต้องมีอยู่แล้ว แต่พวก Culture องค์กร, Core Value, Recruitment Process, การดูแลพนักงาน, การให้สวัสดิการ อันนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในสิ่งที่ต้องทำในการทำธุรกิจ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

 

การต้องปรับเปลี่ยนวิธีดูแลคนจาก ”หลักสิบ” เป็น “หลักร้อย”

ในช่วง 30 คนแรก  – พวกเขาดำเนินธุรกิจแบบคือการที่ Just do it, Work as a team มี Founder เป็นโค้ช 

ตอน 40-50 คน – เริ่มเห็นภาพบริษัทไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อมีหลายทีมมากยิ่งขึ้นก็จะต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารคนใหม่ แทนที่จะเป็นแบบเดิมต้องมาดูที่โครงสร้างขององค์กรมากขึ้น เช่น เรื่องกระบวนการหาคนผ่านหัวหน้าทีมก่อน ต้องมี Core Value จะต้องมีโครงสร้างหรือมาตรการที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานในการรับคน 

ตอนนี้ที่ในบริษัทมีคน 100 กว่าคน – โจทย์ใหม่คือบริษัทจะสามารถทำให้พนักงาน 100 คน ทำงานด้วยกันภายใต้ Core Value เดียวกันได้ยังไง อันนี้คือ Challenge ซึ่งตอนนี้ก็ต้องพยายามใส่โครงสร้างและมาตรฐานการรับคนเข้าไป ดังนั้นพวกเราต้องรู้วิธีที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง 

“เราเองต้องปรับตัวเองตามไดนามิกในการบริหารและตัดสินใจ สุดท้ายแล้วก็กลับไปเรื่องคนอยู่ดีว่า การปรับตัวของเรานั้นคือมันตอบโจทย์กับคนที่เขาจะทำงานกับเรารึเปล่า คือจะต้องหาจุด Balance ระหว่าง “วัตถุประสงค์ของบริษัท” และ “บุคลากรภายในองค์กร” ดูผลลัพธ์ของการทำงานของมันว่าคนที่ทำงานกับเราเขามีความสุขในการทำงานไหม  มี Effective และสามารถอยู่บน Core Value ของบริษัทได้ คุณปูน กล่าว

Core Value ของที่นี่คืออะไร ?

1. Curious  แหล่งที่มาของการเรียนรู้ ก่อนที่จะเรียนรู้ต้องตั้งคำถามก่อนถึงจะไปหาคำตอบ Process การหาคำตอบคือการเรียนรู้ คือต้องสงสัยหรือกล้าที่จะตั้งคำถามหรือต้อง Explore เป็นเหมือนนักสำรวจและต้องตั้งคำถามที่ใหญ่และสำคัญ Curious เหมือน “Head”

2.Courage คือ ความกล้า มาจาก “Heart” ในภาษาละติน พอเราคิดแล้วต้องกล้าที่จะเรียนรู้ ต้องเริ่มจากความกล้าที่จะฟังที่จะยอมรับความล้มเหลวที่จะฟังเรื่องใหม่ๆ sincereity เกิดจากความไม่กลัว เราสามารถเป็นตัวของตัวเองหรือจริงใจได้ เพราะเราไม่กลัวที่จะเรียนรู้ หรือล้มเหลว

3.Create เป็นคำที่ย่อมาจาก Passion กับ Perseverance มันคือ “Hands” การลงมือทำ เราต้องมือเปื้อน เราเรียนรู้แล้ว เรามีใจแล้ว สุดท้ายเราต้องลงมือทำ คือ เราต้องมีความอึดที่จะทำให้มันเกิด เพราะว่าทุกวันนี้ง่ายมากที่จะล้มเลิกและต้องการทางลัด จริง ๆ แล้วความสำเร็จที่ยั่งยืนและเติบโตแบบยั่งยืนมันต้องให้เวลา แล้วการ Create คือ inventor 

4.Collaborate คือ Harmony เราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ เราต้องมีพาร์ทเนอร์  แต่ละคนมี Diversity แต่ต้องมี Common อะไรบางอย่างร่วมกัน 

จะทำยังไงให้คนอยู่กับองค์กรเราไปนาน ๆ ได้ยังไง ?

คุณดิน : “เราให้ความสำคัญกับ “โอกาส” เป็นอันดับแรก จุดนี้เป็นจุดที่มีความง่ายและยาก พอเราไม่มีโครง

สร้างที่แน่นอน พอมีพนักงานเพิ่ม อีกฝั่งนึงกลับกลายเป็นว่าองค์กรเล็กไม่ได้มีขั้นบันไดให้เขาได้เติบโต แต่เรามาองว่าทุกคนในองค์กรต้องช่วยกันสร้างบันไดขึ้นมา ขั้นบันไดถูกสร้างตอนเราเติบโตเรื่อย ๆ สองคือ “พื้นที่” เราต้องทำให้พวกเขารู้ว่า เขาเป็นส่วนไหนของภาพรวมบริษัท คุณค่าจากผลิตภัณฑ์ที่เราสร้างเป็นเรื่องสำคัญ ในมุมของผลิตภัณฑ์นั้นเรามอบอะไรให้ลูกค้า ถ้าทีมเห็นภาพนี้ได้ ก็จะทำให้ทีมแข็งแกร่งมากขึ้น”

คุณปูน : “ในฐานะ Founder เองก็ต้องสร้างบันไดขั้นถัดไป คือเราต้องทำให้เห็นว่าแม้ว่าบันไดขึ้นถัดไปสร้างมาแล้วอาจจะหล่นไปบ้าง แต่ถ้าเราทำสำเร็จเราทุกคนก็จะเกาะบันไดขั้นถัดไปไปเรื่อย ๆ ด้วยกัน คนที่อยู่ได้นานคือคนที่เติบโตไปด้วยกันกับบริษัท เป็นแบบ Loop ก็คือ คนเติบโตส่งผลให้บริษัทเติบโต พอบริษัทเติบโตก็มีพื้นที่ให้คนเติบโตขึ้นไปพร้อม ๆ กัน คนกับบริษัทต้องเติบโตไปพร้อมกัน จนทำให้เกิดแรงกระเพื่อมให้พนักงานไม่อยากถอนตัวไป ซึ่งแรงนั้นจะต้องส่งผลทำให้ทีมต้องสร้างมูลค่าให้ลูกค้า สุดท้ายวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ก็คือการ Create and Deliver Value ให้ลูกค้าเพราะคนที่หล่อเลี้ยงบริษัทคือลูกค้า” 

ขึ้นชื่อว่าเป็น Learning Platform การจัดเทรนนิ่งให้กับคนในองค์กรต้องไม่ธรรมดา ?

คุณปูน : “เป็นความเชื่อของพวกเรา ว่าต้อง Strong From inside เป็นเรื่องของความเชื่อในสิ่งที่ทำ Conicle กำลังส่งต่อในความรู้ในด้าน Online Learning Platform เพื่อไปพัฒนาบุคลากรในองค์กร  เราต้องเป็นตัวอย่างในด้านสิ่งที่เราทำอยู่ให้กับบริษัทอื่นได้เห็นหรือให้พนักงานได้ทำตาม ดังนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ แต่ในองค์กรเราจะทำในรูปแบบเดียวกันกับองค์กรใหญ่ ๆ ไม่ได้ เราเลยมีการใช้ Platform ในการทำ Content ในบริษัทของเราเอง เช่น การทำ Conicle X คือสามารถเอามาใช้ในองค์กรเราได้ ถ้าพนักงานจะไปเรียนข้างนอกบบริษัทก็มีโควต้าให้ไปเรียน ตอนนี้อาจจะยังไม่มีกำหนด ค่อนข้างเป็นอิสระ เราเองสนับสนุนการเรียนของพนักงานทุกคน แต่การเรียนนั้น ๆ ต้องไม่รบกวนงานที่ตัวเองมี ทุกอย่างอยู่ที่เหตุและผล ถ้าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและต่อไปก็จะทำให้เป็นรูปร่างมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะทำให้  HR Tools นั้นมันสำเร็จจริง ๆ เป็นเรื่องของ “Culture” กับ “Mindset” ถ้าเราเชื่อว่าเราจะต้องเรียนรู้ เราจะต้องพัฒนา มันคือการที่เราเกื้อหนุนให้ทีมหรือองค์กรเกิดการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาอันนี้สำคัญมาก สุดท้ายเครื่องมือจะต้องเข้ามาช่วย แต่อย่างแรกคือ Mindset ต้องมาก่อน จะต้องพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาเป็นอันดับแรก

คุณดิน : “เรามีการจัด Sharing Session เป็นจุดนึงที่ทำได้ดี คือทีมอยากแชร์เรื่องไร หรือพูดอะไรแล้วคนอื่นได้ประโยชน์ก็จะมาพูดกัน มี 2 โหมด ทั้งเรื่องทั่ว ๆ ไป เช่น ออกกำลังกาย การจัดบ้าน การจัดสวน แต่ส่วนใหญ่มีปัญหาอะไรในการทำงานก็จะมาพูดกัน หรือเป็นเรื่องที่ไปเรียนจากข้างนอกมาแล้วอยากให้ทุกคนในทีมรู้ก็มีแนวนี้อยู่เยอะใน Conicle ทั้งองค์กรก็จะมีการจัดทุก ๆ วันศุกร์ แต่ว่าก็มีการจัดกันเองในทีมด้วย เช่น ทีม Dev ก็จะมี Front end sharing กับ Back end sharing” 

HR Transformation ต้องเริ่มจากการสร้าง Learning Behavior ของพนักงานในองค์กร ?

คุณปูน :  “HR Transformation เกิดจาก Disruption ทุกธุรกิจดำเนินกิจการด้วยคน HR จะต้องปรับเปลี่ยนคนให้ได้ ตอนนี้ไม่ใช่ online หรือ offline แต่ต้องเป็น “On Life” มันคือการผสมผสานวิธีการเรียนกันหลาย ๆ แบบแล้วสามารถนำมาประยุกต์ให้ เข้ากับผู้เรียนให้ได้ Blended Learning แล้วนำมาประยุกต์ใช้  Digital Skill, Soft Skill ในการใช้ชีวิต การ training ทำให้เกิด “Lifelong Learning Behavior” คนส่วนใหญ่มี  70% ในการ Learning, 20% คือ Process ขององค์กร สุดท้ายคือ Tools  10% อันนี้ก็เป็นภาพรวมทั้งหมด 

เราขอเรียกโมเดลนี้เป็น 10:20:70 ตามลำดับ คือต้องเริ่มจาก 10 ก่อน คือ knowledge ความรู้ที่เป็นพื้นฐาน เช่น ทฤษฏีต่าง ๆ เป็นข้อสรุปของผู้รู้ที่ สรุปมาแล้ว แล้วค่อยขยับมาเป็น 20 คือต้องเริ่มถามแล้ว 20 คือต้องเอาความรู้นั้นใส่ตัวและสรุปออกมาเป็นความคิดเห็น สุดท้ายคือ 70 เราต้องไปลงมือทำ การลงมือทำมันคือการไปทำให้เกิดคุณค่าขึ้น”

รูปแบบการทำงานแบบ Start up ของที่นี่เป็นอย่างไร แตกต่างกับองค์กรทั่ว ๆ ไปมั้ย ?

คุณดิน :Key ของ Start up คือความเร็ว เร็วสำหรับการเปลี่ยนแปลง (Change) เร็วสำหรับการเรียบรู้ (Learning) เราต้องเร็วในหลาย ๆ มิติ ผมขอเสริมนิดนึงคือ สกิลจะเกิดขึ้นตอน 70% สุดท้าย ใน 10% กับ 20% คืออาจจะได้ knowledge แต่จะมาถูก Practice ตอนที่เราเริ่มทำ 70% คือมันจะช่วย Shape ให้เกิด Behavior ขึ้นมา ดังนั้นเราจึงต้องเรียนรู้เร็วและลงมือทำให้เร็ว” 

แล้วเราจะทำยังไงให้เร็ว ?

คุณปูน : “ใน 1-2 ปีแรกต้องเร็ว ตอนแรกเราเหมือนกำลังวิ่งหนีเสือ เพื่อต้องการ Survive พอหนีเสือได้ทุกวันนี้ก็คือ เราห่างไกลจากจุดอันตรายแล้ว แต่มันยังคงมีอยู่ถ้าเราก้าวผิด หรือเกิดจาก External Factor เข้ามามีส่วน เราก็ไม่ละทิ้งโหมด Survival ถัดมาที่เราต้องวิ่งเร็ว เพราะเราวิ่งด้วยกันกับนักวิ่งคนอื่น นักวิ่งหน้าใหม่ คู่แข่งไม่ได้ทำให้หยุดวิ่ง แต่ทุกวันนี้เราวิ่งเพราะ Customer needs ด้วย มันวิ่งเร็วมากแล้วบริษัทที่ยึดโยงกับ Customer ก็ต้องวิ่งตามให้ทัน เราเป็นบริษัท Customer Centric ทำให้เห็นว่าทำไมเราถึงต้องเร็ว เราทำเพราะว่าเราอยากจะ Deliver Value ให้ลูกค้ามากกว่า การทำ Agile มันคือส่วนนึงที่เราเอามาใช้ แต่การเอามาใช้ต้องเอามาใช้ตามบริบทของอค์กรอยู่ดี ตามความเหมาะสมของอค์กร มันคือ Way of Work ที่สามารถนำมา Apply ต่างกัน

เคยมีพนักงานพูดว่า “อยู่องค์กรเก่า 3 ปี = ทำงานที่นี่ 1 เดือน” ?

คุณดิน  :  “จริง ๆ ผมว่ามันเป็นเรื่องของ “Culture” ในบริษัทเรามากกว่า เรามีอะไรใหม่ ๆ ให้ทำตลอดเวลา ในการจะทำอะไรใหม่หลาย ๆ อย่างมันไม่ใช่การเอาของเก่ามาทำให้ดีขึ้น แต่มันเป็นการทำใหม่ขึ้นมาทั้งหมด ผมว่าการที่เป็นเหมือนนักสำรวจแล้วเราไม่ได้จมอยู่กับสิ่งเดิม ถ้าเราต้องทำของเดิมคือเราก็ต้องหาทิศทางใหม่ เราไม่ต้องยึดติดกับจุดเดิม เราจะต้องพัฒนาจากจุดเก่าให้ดีกว่าเดิมพร้อมกับการหาจุดใหม่ไปพร้อม ๆ กัน

ที่นี่รับเด็กจบใหม่ไหม ?

คุณดิน : “บางตำแหน่ง เราชอบเด็กจบใหม่มากกว่า แต่บางตำแหน่งต้องการคนที่มีประสบการณ์ และความเป็นมืออาชีพ ส่วนใหญ่พนักงานที่นี่จะอายุ 20 ต้นถึง 20 ปลาย ๆ แต่ยังไม่ค่อยเห็น Generation Gap เท่าไหร่ ก็คือสามารถคุยกันได้ ตอน Covid มา เราไม่ได้หยุดหาพนักงานในบริษัท ยังคงหาคนเรื่อย ๆ ที่ Conicle เราใช้ Tech Tools ที่ค่อนข้างใหม่มากกว่าที่อื่น มีการนำ Technical ใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนา ทำให้ Talent หรือเด็กจบใหม่ค่อนข้างสนใจที่จะทำงานร่วมกับเรา ด้วย Process การสอนสกิลเป็นเรื่องที่ไม่ยาก และด้วยทีมที่ดูแลกันค่อนข้างดี อยู่กันแบบพี่สอนน้อง”

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากร่วมงานหรือทำความรู้จักกับ Conicle มากขึ้น ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดและสอบถามได้ที่ 

Conicle Facebook Page :  https://web.facebook.com/conicleinc/

Conicle Website : https://www.conicle.com/

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

Writer

Related Posts

เปิดโพย! วิธีคัดเลือกพนักงานสายงานดิจิทัล 3 แบบ : งานเอเจนซี่ งานที่ปรึกษา และงานในบริษัทใหญ่ ต่างกันอย่างไร?

สำหรับผู้ที่สนใจงานในสายดิจิทัลที่มีให้เลือกสามรูปแบบ ทั้งงานในฝั่งเอเจนซี่ งานที่ปรึกษา และงานใน Corporate ใหญ่ก็กำลังเป็นที่น่าจับตามองในปี 2021 นี้ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลย!

ชวนดู! สวัสดิการ 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ ปี 2021 ผ่านร้อน-ผ่านหนาวแค่ไหน ทำไมเอาอยู่!

วันนี้เราจะมาส่งสรุปข้อมูลดีๆให้กับทุกคนกันว่า บริษัทใหญ่ในแต่ละกลุ่มธุรกิจมีการปรับตัวเรื่องสวัสดิการในการดูแลพนักงานอย่างไรกันบ้างในปี 2021 นี้

สร้างแบรนด์นายจ้างด้วย Clubhouse เครื่องมืออันทรงพลังที่ HR จะนำมาใช้ในปี 2021

มาดูตัวอย่างการนำ Clubhouse ไปใช้ในงาน HR กัน บริษัทไหน หรือ HR ท่านใดอยากเป็นผู้นำเทรนด์ ต้องรีบโดดเข้าไปเป็น “First Mover” ใน Clubhouse ก่อนแล้ว เปิดโอกาสในการเข้าถึงกลุ่ม Quality Candidates ได้เร็วกว่าคนอื่น โอกาสที่คนจะมาฟังคอนเทนต์ของเรามีสูง ก่อนที่บริษัทต่างๆจะแห่กันเข้าไปจนล้นและทำให้ยากที่จะแตกต่างจากคู่แข่ง